
กรีนพีซแนะใช้วิกฤติเป็นโอกาสแก้ปัญหาเรื้อรังประมงไทย
24 เม.ย. 2558
กรีนพีซแนะรบ.ใช้วิกฤติเป็นโอกาสแก้ปัญหาเรื้อรังประมงไทยย้ำอียูให้ใบเหลืองไม่ได้หมายความว่าไม่ใยดีไทยแต่เป็นการร้องขอให้เกิดการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืน
วันที่ 24 เม.ย.58 นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป(อียู) ออกประกาศให้ใบเหลืองสินค้าประมงไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งเตือนไทยต่อกรณีที่ยังไม่มีมาตรการเพียงพอตามกฎ ระเบียบว่าด้วยการป้องกัน ต่อต้าน และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม หรือกฎระเบียบ (ไอยูยู) พร้อมกำหนดระยะเวลา 6 เดือนให้แก้ไขปัญหาว่า เรื่องใบเหลืองที่อียูให้กับประเทศไทยนั้นไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยมีกรณีที่คล้ายกัน อาหารทะเลหรือสินค้าประมงที่ส่งออกจากประเทศไทย มีคล้ายกัน โดยเฉพาะสหภาพยุโรปนอกจากมีประเด็นเรื่องการค้าประมงผิดกฏหมายแล้วยังมีประเด็นเรื่องการประมงที่ทำลายล้าง เช่น มีการประมงที่จับสัตว์น้ำที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นำมาใช่ในเชิงพาณิชย์ สัตว์ที่หายาก จำพวกโลมา เต่าจึงไม่ได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับคำเตือนจากอียู
นายธารากล่าวอีกว่า การที่อียูออกมาเตือนถือเป็นกรณี ที่มีการทบทวนมาอย่างดีแล้ว เพราะในอดีตก็ได้มีการพูดคุยกันมานานกับปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่ได้ทำอะไรที่เพียงพอ ยังสะเปะสะปะส่วนระยะเวลา 6 เดือนนั้น อียูต้องการเห็นความคืบหน้าในเชิงที่ทำให้เห็นว่าจะรับประกันได้ว่าสินค้าสัตว์น้ำหรือสินค้าประมง ที่ส่งออกไปที่อียูปลอดจากการประมงที่ผิดกฎหมายหรือที่ทำลายล้าง ซึ่งหากเวลา 6 เดือนนี้ไทยไม่สามารถจัดการปัญหาได้ ก็จะโดนใบแดงนั้นคือการห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยและจะส่งผลต่อการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารทะเล
ส่วนในระยะเวลา 6 เดือนนี้ จะต้องเริ่มต้นทำอะไรนั้นผู้อำนวยการกรีนพีซกล่าวว่า ที่ผ่านมาเข้าใจว่ากรมประมงทำงานหนักพอสมควร แต่การแก้ปัญหาที่ผ่านมาคือกรมประมงยังไม่ได้คิดให้พ้นจากกรอบเดิมที่มีอยู่ คือ ทำให้เรือประมงที่ทำการประมงในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมายโดยการไปขึ้นทะเบียนเรือ มีการติดGPSเพื่อให้มีการติดตามตำแหน่งได้สะดวก และมีการบันทึกลงข้อมูลไว้ว่าเรือลำนี้ละเมิดข้อตกลงที่มีอยู่หรือไม่
“ ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือกรมประมงอาจจะใช้กรณีนี้เอามาเป็นข้ออ้างในการนิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อนที่เดิมเคยยกเลิกไปแล้ว อาจนำกลับมารื้อฟื้นใหม่โดยเรืออวนลากเถื่อนที่กวาดสัตว์น้ำในประเทศไทย2พันกว่าลำ ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งฝ่ายที่ทำงานเรื่องเกี่ยวกับประมง มองว่ากรมประมงไม่ควรทำแบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือควรมีมาตรการให้ยกเลิกการใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย ควรยกเลิกการใช้เครื่องมือพวกนี้ไปเลยจะเป็นทางออกที่ดี ”
นายธารา กล่าวว่า กรมประมงไม่ควรโฟกัสเรื่องทำให้เรือประมงถูกกฎหมาย หากเกิดมีการสอดแทรกเอาเรืออวนเถื่อนเข้ามา จะกลับไปสู่วงจรเดิมคือทะเลถูกทำลาย ทะเลที่เสื่อมโทรมจะเสื่อมโทรมหนักขึ้น ผลประโยชน์ที่ได้คือลากเอาพวกสัตว์น้ำเล็กๆไปทำปลาป่น เพราะฉะนั้นกรมประมงไม่ควรมองแค่เรื่องการทำเรือ ควรสั่งห้ามเครื่องมือการประมงที่ทำลายล้างทุกชนิดในขนาดเดียวกันจะเป็นจุดแข็งที่สามารถไปคุยกับอียูได้ว่านี่เป็นมาตรการสำคัญที่ประเทศไทยสามารถทำได้
นายธารา กล่าวอีกว่าประเทศไทยเป็นอันดับ 3 ของอุตสาหกรรมอาหารทะเล การที่เป็นอันดับต้นของโลก ไม่ได้หมายความว่าต้องไปพึ่งพาวงจรที่ผิดกฎหมายทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่ซับพลายเชนเอาปลาอินโดนีเซีย เอาปลาจากแปซิฟิก บางครั้งก็ไม่มีการสืบว่าปลาเหล่านี้มาจากไหน ต้นตอของปลาว่าปลาตัวนี้จับมาได้อย่างไร
ผู้อำนวยการกรีนพีซ กล่าวว่า ในบางกรณีสินค้าสัตว์น้ำ ที่มาจากทะเลลึกจะมีการขนถ่ายกลางทะเล ซึ่งในทางกฎหมายระหว่างประเทศยังทำไม่ได้ เพราะเรือลำหนึ่งไปกวาดปลาจากทะเลแล้วแทนที่จะเอาเข้าฝั่งว่าจับปลาได้กี่ตัวแต่กลับขนถ่ายทางกลางทะเล และลำที่ถูกขนถ่ายจึงสามารถจับปลาต่อได้ ซึ่งในทางกฎหมายสากลถือว่าผิดกฎหมาย ประเทศไทยจำเป็นต้องขยายบทบาทของตัวเอง และจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และระดับภูมิภาคทำงานร่วมกับอียู หรือประเทศอื่นๆที่ทำประมงร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการขนถ่ายสินค้าประมงกลางทะเล
ผู้อำนวยการกรีนพีซ กล่าวด้วยว่า การให้ใบเหลืองของอียูไม่ได้แปลว่า เขาไม่สนใจใยดีอะไรกับประเทศไทย แต่นี่คือการเรียกร้องให้เกิดการทำงานร่วมกันเพื่อที่จะผลักดันการประมงที่ยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส มากกว่าบ่นรำพึงว่าอียูไม่ยุติธรรม เป็นการกีดกันทางการค้า ถ้ามัวแต่บ่นแล้วไม่ลงมือทำ อีก6เดือน ได้ใบแดง เศรษฐกิจก็จบเลย
อุตสาหกรรมประมงของไทยไม่รู้จะไปรอดหรือไม่ ต้องมาข้ามปัญหาแล้วทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน แล้วรับฟังเสียงของประชาชนนี่เป็นวิกฤติ ที่ประเทศไทยควรตื่นตัวมากกว่าการร้องขอความเห็นใจ รวมถึงช่วงของการปฏิรูปที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะได้ใช้โอกาสนี้มาดูกฎหมายประมงว่ามีอะไรบ้างที่ควรต้องแก้ไข
.......................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)



