ข่าว

อายัดทรัพย์ยูฟันห้องพัก100ห้อง165ล้าน

อายัดทรัพย์ยูฟันห้องพัก100ห้อง165ล้าน

23 เม.ย. 2558

ผบ.ตร.ประชุมความคืบหน้าคดี 'ยูฟัน' สรุปผู้เสียหายแจ้งความแล้วกว่าแสนราย รวมมูลกว่า 3 พันล้านบาท ตำรวจอายัดทรัพย์ยูฟันห้องพัก100ห้อง165ล้าน

             เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้า พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์การสืบสวนสอบสวนและเยียวยาผู้เสียหาย กรณีการดำเนินคดีกับบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวนชุดพิเศษตามคำขอของ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา เพื่อให้มีพนักงานสอบสวนเพียงพอในการรับแจ้งความร้องทุกข์กับผู้บริหารบริษัทยูฟันฯ วันนี้ (23 เม.ย.) จึงมาติดตามความคืบหน้าคดี และการทำงานของพนักงานสอบสวน ว่าอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเพียงพอหรือไม่

             "คดีนี้ยังมีความคิดเห็นที่ยังแตกต่างกัน บางส่วนยังเชื่อว่าธุรกิจของบริษัทยูฟันฯ ผิดกฎหมาย ขณะที่บางส่วนเห็นว่า บริษัทยูฟันฯ ถูกต้อง แต่ก็เชื่อมั่นในการทำงานและการรวบรวมพยานหลักฐานของ พล.ต.ท.สุวิระ และทีมงาน เนื่องจากได้เก็บข้อมูลและนำเสนอมาตั้งแต่ปลายปี 2557 จึงเน้นย้ำให้ระวัง เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความซับซ้อนของธุกิจค่อนข้างมาก กระทั่งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนออกหมายจับถึงเวลานี้ 13 หมาย ซึ่งจับได้แล้ว 6 คน" ผบ.ตร.กล่าว

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ยังดำเนินธุรกิจเป็นปกติ ทั้งที่เป็นคดีนั้น เป็นเพราะบุคคลบางคนเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่ตอนต้น ซึ่งอาจจะได้รับผลตอบแทนและเงินกำไรจริง จึงเชื่อว่าธุรกิจดังกล่าวถูกต้อง และไม่ได้หลอกลวง ขณะที่การสอบถามผู้เสียหาย ที่มาแจ้งความร้องทุกข์ เพราะเริ่มไม่เชื่อถือบริษัท อยากจะยุติการลงทุน แต่บริษัทกลับไม่ให้ถอนเงินลงทุนออก จึงรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง จึงตัดสินใจมาแจ้งความ

             สำหรับในส่วนของผู้ที่ยังเชื่อว่าบริษัทถูกต้องและดำเนินการต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้ถือว่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่การโพสต์ข้อความทำนองข่มขู่ ทั้งผู้เข้ามาแจ้งความและตำรวจ ว่าจะฟ้องกลับนั้น ได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนีและไม่สามารถจับกุมมาดำเนินคดีได้ว่า เจ้าหน้าที่จะใช้ช่องทางสนธิสัญญา ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศที่มีสนธิสัญญาต่อกัน แต่กรณีที่ประเทศใดไม่มี ก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ จุดนี้จึงเป็นช่องว่าง

             “ผู้ดำเนินคดีนี้ทุกคนล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ปปง. สคบ. ฯลฯ ดังนั้น ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำและผมเชื่อในการทำงานของ พล.ต.ท.สุวิระ และทีมงาน ว่าก่อนจะตัดสินใจทำคดีนี้ ต้องมั่นใจแล้วว่าบริษัทดังกล่าวมีความผิดจริง พยานหลักฐาน และข้อมูลต้องครบถ้วนเพียงพอที่จะสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ด้วย” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

             พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า สำหรับบริษัทอื่นๆ ที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน และมีความผิดปกติ ก็จะต้องถูกตรวจสอบเช่นเดียวกัน ดังนั้น ขอฝากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องบริษัทที่มีการทำธุรกิจแบบผิดสังเกต หากพบให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที

             ผู้เสียหายรายหนึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 ร่วมลงทุนในธุรกิจของบริษัทยูฟันฯ จำนวน 17,500 บาท หรือที่เรียกว่า ในระดับ 1 ดาว โดยมีเพื่อนที่รู้จักรวมทั้งทำธุรกิจและได้เงินกำไรจากธุรกิจดังกล่าวมาชักชวน โดยเมื่อสมัครทางบริษัทอ้างว่าเพียงแค่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร ก็จะได้เงินกำไร 10 เปอร์เซ็นต์จากค่ายูโทเคนทันที แต่เมื่อสมัครแล้วกลับไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว จนกระทั่งเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา จึงตัดสินใจจะออกจากธุรกิจดังกล่าว และขอถอนเงินคืน แต่บริษัทไม่อนุญาตให้ถอน โดยให้เหตุผลว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินทุน หากต้องการกำไร ให้ไปหาสมาชิกมาเป็นเครือข่าย และยืนยันจะไม่ยอมให้ถอนเงินดังกล่าว จึงรู้สึกว่าไม่ถูกต้องและน่าจะโดนหลอก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด มีผู้เสียหายในคดีนี้เข้าแจ้งความที่ ปคบ.จำนวน 159 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 46 ล้านบาท ขณะที่ยอดรวมผู้แจ้งความทั่วประเทศมี 1.2 แสนราย รวมมูลค่า 3,800 ล้านบาท

             วันเดียวกัน เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา หน.ชุดพนักงานสอบสวนคดียูฟัน เข้าตรวจสอบภายในไซต์งานก่อสร้างโครงการบางกอก มารีน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา ของบริษัท บางกอกพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานชั่วคราว หมู่ 7 ถนนสุขุมวิท ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และอายัดอาคารที่พัก จำนวน 100 ยูนิต ที่บริษัทยูฟันได้ซื้อไว้เป็นเงินจำนวน 165 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ พร้อมอายัดเพาเวอร์เครนที่ใช้ในการก่อสร้างอีก 2 ตัว 

              พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าของโครงการบางกอก มารีน่าฯ ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี โดยในส่วนเจ้าของและผู้บริหารบางกอก มารีน่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับบริษัทยูฟันฯ และจากการสอบปากคำพบว่าบริษัทยูฟันฯ ได้นำชื่อของบริษัท บางกอก มารีน่าฯ ไปใช้ในเชิงการค้า ในเชิงธุรกิจ โดยที่เจ้าของบริษัท บางกอก มารีน่าฯ ไม่ได้ยินยอม ทั้งนี้ เจ้าของบริษัท บางกอก มารีน่าฯ ยินดีคืนเงินในส่วนของบริษัทยูฟันฯ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อส่งให้ ปปง.ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่หากดำเนินการช้า ปปง.ก็จะขายทอดตลาด สำหรับโครงการบางกอก มารีน่าฯ มีทั้งหมด 800 ยูนิต และบริษัทยูฟันฯ ได้มาซื้อไว้ 100 ยูนิต ที่เหลืออีก 700 ยูนิต ก็ยังเป็นของโครงการนี้อยู่ ซึ่งสามารถขายหรือทำธุรกรรมได้ตามปกติ ไม่ได้อายัดแต่อย่างใด

             "หากเจ้าของโครงการนำเงินมาคืนก็ถอนอายัดทรัพย์สิน รับอาคารดังกล่าวคืนได้ ขณะนี้อายัดไว้แต่ไม่ได้ระงับการก่อสร้าง ซึ่งบริษัทเจ้าของโครงการ สามารถก่อสร้างอาคารดังกล่าวให้แล้วเสร็จ รวมถึงยูนิตอื่นในโครงการแห่งนี้อีก 700 ยูนิต ซึ่งไม่ข้องเกี่ยวกับบริษัท ยูฟันฯ ในพื้นที่ 41 ไร่ และสามารถขายต่อไปได้ตามปกติ" พล.ต.ท.สุวิระ กล่าว