ข่าว

'ชัย'ซัดร่างรธน.ไม่แก้-ฉิบหาย

'ชัย'ซัดร่างรธน.ไม่แก้-ฉิบหาย

23 เม.ย. 2558

'ชัย' ชี้ ชาติจะฉิบหาย หากร่าง รธน.ไม่ปรับปมกลุ่มการเมือง-ระบบ ลต.-ที่มา ส.ว. ค้าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ-สร้างปัญหา ตีมึนแบ่ง 6 ภาค หวั่นขัดห้ามแบ่งแยกราชอาณาจักรไทย

 
                            23 เม.ย. 58  เมื่อเวลา 14.00 น. การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมีวาระพิจารณาให้ข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอต่อที่ประชุม สปช. เป็นวันที่สี่ ได้เข้าสู่การพิจารณาภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ในหมวด 3 ว่าด้วยรัฐสภา ต่อเนื่อง โดยข้อเสนอส่วนใหญ่ได้ขอให้ปรับจำนวนของ ส.ส. โดยมีข้อเสนอ อาทิ ให้ ส.ว.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน , ให้มีเฉพาะ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 450 คน รวมถึงเสนอให้กลับไประบบเลือกตั้งให้ใช้รูปแบบเดิมเหมือนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และไม่เอาระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ขณะที่ ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
 
                            โดยนายชัย ชิดชอบ อภิปรายในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง ว่า ขอปรับให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 450 คน มาจาก 450 เขต และไม่ต้องการให้มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะหาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยกย่องให้พลเมืองเป็นใหญ่ ควรให้ประชาชนได้สิทธิ์เลือกตั้งโดยตรง ขณะที่การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อแบ่งออกเป็น 6 ภาคนั้น ถือเป็นรูปแบบเลือกตั้งที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และอาจจะขัดแย้งต่อหลักการที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ นอกจากนั้นเห็นว่าควรตัดประเด็นของการให้กลุ่มการเมืองสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งออกด้วย เพราะกังวลว่าจะเป็นกลุ่มที่ทำให้ชาติล่มจม
 
                            นายชัย กล่าวด้วยว่า ขณะที่บทบัญญัติที่กำหนดให้นายกฯ เป็นคนนอกก็ได้นั้น จะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าเงินจะซื้อ ส.ส.ทั้ง 450 คนไม่ได้ เพราะหากมีบุคคลหรือมหาเศรษฐีร่ำรวยหลักหมื่นล้านบาทที่ต้องการเข้าสู่อำนาจ เขาอาจใช้เงิน 10 ล้านบาทก็ได้ ขณะที่ที่มาของ ส.ว. ขอเสนอให้แก้ไข เป็นจำนวน 150 คน และมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด หากจะให้คงรายละเอียดแบบเดิมที่เสนอ เชื่อว่าจะสร้างปัญหา และความวุ่นวายแน่นอน อีกทั้งการลดจำนวนเพื่อเป็นลดการใช้งบประมาณ และนำงบประมาณที่มีนั้นไปพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน ส่วนหลักเกณฑ์ของบุคคลที่เป็น ส.ว. ขอให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดขึ้นเอง โดยอาจกำหนดให้คนที่จบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือเป็นดอกเตอร์ เป็นคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครเป็น ส.ว.ก็ได้
 
                            "สปช.ไว้วางใจให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่สิ่งที่ท่านทำนั้น เป็นสิ่งที่นอกกรอบ ดังนั้น สปช.ต้องทักท้วง และขอให้พิจารณาบนความรอบคอบเพื่ออนาคตของบ้านเมือง ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะออกไป สิ่งที่ คสช.ต้องการ คือ ให้พวกเราอยู่เย็นเป็นสุข หากมันยากจริงๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ต้องออก ใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ตลอดไปก็ได้ ผมมองว่า บ้านเมืองจะอยู่รอดก็อยู่ที่พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้ากฎหมายออกไปดี บ้านเมืองก็อยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ถ้ากฎหมายออกไปรูปแบบนี้ ไม่สุขแน่ ฉิบหายบ้านเมือง"
 
                            จากนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ชี้แจงโดยทันทีว่า ข้อเสนอ เช่น ขอให้ปรับ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และปรับจำนวน ส.ว.ให้เหลือ 150 คน ได้รับข้อเสนอจาก สปช.หลายคน ซึ่งประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รับไปพิจารณาอีกครั้ง ช่วง 60 วันสุดท้าย ว่าหนทางใดจะดีที่สุดในการออกแบบสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ส่วนกรณีที่นายชัย ระบุว่า ชาติจะล่มจม เพราะกลุ่มการเมืองนั้น ยืนยันว่า กลุ่มการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวในบ้านเมืองที่หลายฝ่ายระบุไว้นั้น ไม่เป็นไปตามความหมายของกลุ่มการเมืองที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะหากกลุ่มการเมืองต้องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องดำเนินการตามกฎหมายและกติกาในมาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้บังคับกับพรรคการเมืองด้วย อาทิ ต้องจดแจ้งกลุ่มการเมือง มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน เชื่อว่าหากกลุ่มการเมืองเหล่านั้นจะเล่นการเมือง สามารถทำได้ในระดับพรรคการเมือง เพราะมีเครือข่าย มีสมาชิกจำนวนมาก ดังนั้นความหมายของกลุ่มการเมืองตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช่การให้สถานะที่ถูกต้องตามกฎหมายแก่กลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวใดๆ ในประเทศไทย หรือจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองได้