
รายงาน.เป้าหมาย "ไม่เปลี่ยน" !!!
ย่ามใจซะไม่มี สำหรับ "ทักษิณ ชินวัตร" กับปฏิบัติการขี่ม้าเลียบค่าย หมายทะลวงค่าย "นายมาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้แตกกระเจิง
ล่าสุดลงทุนโฟนอินอีกครั้งเข้ามากลางรายการ "วิทยุชุมชนคนรักอุดร" ของลิ่วล้อคนดัง ขวัญชัย ไพรพนา อัดยับนโยบายกู้เงินของ "นายมาร์ค" พร้อมกับสอนมวยสไตล์ "นายแม้ว"
แถมท้ายด้วย "ยกตนข่มท่าน" ตลอดรายการ
แต่วลีเด่น ประเด็นดังอยู่ตรง "ทักษิณ" ฉวยโอกาสเสี้ยมให้เกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้าให้อย่างตั้งใจนี่สิ !!!
ลำพังแค่การคุยโวโอ้อวดว่าได้รับการต้อนรับขับสู้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็ไม่มีอะไรเสียหาย ถือเป็นการพูดแก้เครียดไปวันๆ ตามประสานักโทษที่ต้องร่อนเร่พเนจร
แต่การเปิดประเด็นให้เป็นเรื่องเสียหายต่อประเทศที่ไปขอเขาเหยียบแผ่นดินมันก็เท่ากับแบล็กเมล์เขาดื้อๆ เพราะจริงเท็จประการใดไม่มีใครรู้ แต่ผู้ที่ถูกพาดพิงเกิดความเสียหายไปแล้ว
โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า "...รัฐบาลมาเลเซียส่งสันติบาล 15 คนมาอารักขาผม 24 ชั่วโมง..."
"ผมแวะเติมน้ำมันแล้วก็ค้างคืนหนึ่ง รัฐบาลมาเลเซียก็ส่งสันติบาล 15 คนมาอารักขาผม 24 ชั่วโมง ต้องถามว่ารัฐบาลไทยจับคนในประเทศไทยยังจับไม่ได้เลย แล้วจะข้ามไปจับฝั่งโน้น ถามว่าเขาเป็นเมืองขึ้นเราหรือ เขามีอธิปไตยของเขา เขาจะรับใครไม่รับใครก็เรื่องของเขา เขาจะร่วมมือกับใครหรือไม่ก็เรื่องของเขา เวลาที่ผมจะเดินทางไปไหน ผมต้องมั่นใจก่อนว่ารัฐบาลประเทศนั้นจะไม่อึดอัด ถ้ารัฐบาลไทยจะมาวุ่นวายกับเขา
เวลานี้ทั่วโลกเขารำคาญประเทศไทย รัฐบาลนี้มาก เพราะว่าเขามีหลักสากลอยู่แล้วว่าการจะร่วมมือในการจับผู้ร้ายข้ามแดนต้องไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่คดีของผมยิ่งกว่าการเมืองอีก ตัดสินโดยกระบวนการการเมือง สอบสวนโดยผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองหลังการปฏิวัติรัฐประหารอย่างนี้ ใครจะไปเชื่อ ทุกประเทศเขาต้อนรับผมอย่างดี ไปไหนพบผู้นำประเทศนั้นๆ เขายินดีต้อนรับผม แต่ที่ไม่ออกอะไรเลยเพราะผมเกรงใจเขา เพราะรัฐบาลไทยจะไปวุ่นวายกับเขา ทั้งๆ ที่มีกติกาของกฎหมายระหว่างประเทศใช้อยู่แล้ว แต่จะไปบอกว่าคุณต้องร่วมมือกับผม เขาก็อึดอัดรำคาญ"
"ทักษิณ" กำลังทำความเดือดร้อนให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ที่พักพิงชั่วคืนกับตัวเองอย่างจงใจ เพราะในทางการทูตแล้ว ย่อมไม่มีประเทศไหนอยากทำให้ปัญหาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีปัญหา
โดยเฉพาะยิ่งเป็นกรณีประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก
แต่ "ทักษิณ" ไม่ได้คิดไปอื่นไกล นอกจากความสะใจของตัวเอง ที่ได้ทำให้รัฐบาล "นายมาร์ค" รู้สึกเสียหน้า กะอีแค่นักโทษมาป้วนเปี้ยนอยู่ปลายจมูก แต่รัฐบาลกลับไม่มีน้ำยาทำอะไรได้
แต่ในอีกด้าน "ทักษิณ" ก็ต้องได้รับผลสะท้อนกลับจากการกระทำของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมันเท่ากับ "ประจาน" ตัวตนให้คนทั้งโลกได้รู้ว่ามีความพยายามปลุกระดม สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย และเป็น "ตัวการ" ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในประเทศบ้านเกิดเมืองนอนอย่างไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผลจากการสอบสวนเหตุการณ์ล้มประชุมอาเซียนที่พัทยาออกมาแล้ว และได้ข้อสรุปว่าเป็นการจงใจกระทำความผิดของ "คนเสื้อแดง"
ซ้ำมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้น "ประหารชีวิต" !!!
บทสรุปของคณะอนุกรรมการฟันธงชัดเจนว่า "คนเสื้อแดง" มีเจตนาแอบแฝง
"การที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช จนนำไปสู่การล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ไม่ได้มีมูลเหตุที่แท้จริงมาจากการปะทะระหว่างคนเสื้อแดงกับเสื้อน้ำเงินดังที่กลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวอ้าง แต่มูลเหตุแท้จริงน่าจะมาจากผู้นำและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมีความต้องการตั้งแต่ต้นที่จะอาศัยจังหวะการประชุมสำคัญเช่นนี้ เพื่อก่อให้เกิดการจลาจลจนนำไปสู่การลาออกของนายกฯ การประกาศยุบสภา หรือนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร"
ผลการสอบสวนยังระบุด้วยว่า "คนเสื้อแดง" มีเจตนาประทุษร้าย ซึ่งประเด็นนี้ถือว่ามีโทษในทางอาญา
"อนุกรรมการมีความเห็นสำหรับการบุกรุกเข้าไปโรงแรมที่จัดการประชุม อนุกรรมการเห็นว่ายังมีผู้กระทำผิดและร่วมกระทำความผิดอีกมาก โดยเฉพาะแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี เพราะมีการปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมใช้กำลังบุกรุกสถานที่ เพื่อจับกุมนายกรัฐมนตรีและผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งเข้าข่ายการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของประชุมแห่งรัฐต่างประเทศ..."
ถึงนาทีนี้แกนนำม็อบคนสำคัญอย่าง "น.ช.ทักษิณ" ซึ่งโฟนอินเข้ามาชื่นชมยินดีกับความหาญกล้าของแกนนำอย่าง อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กลางเวทีชุมนุมคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงดังกล่าว
คงกล้าหาญพอที่จะ "ไม่ปฏิเสธ" ว่าตนเองมีส่วนสำคัญในการร่วมปลุกระดมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความฮึกเหิมด้วยเหมือนกัน
ยุทธการขี่ม้าเลียบค่ายของ "น.ช.ทักษิณ" บวกด้วยการ "โฟนอิน" ปลุกระดม ล้างสมองคนเสื้อแดงที่ดำเนินมาตราบจนวันนี้
จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนได้เป็นอย่างดีว่า "เป้าหมาย" ในการโค่นล้มรัฐบาล เพื่อให้ตัวเองกลับมามีอำนาจอีกครั้งนั้น
ไม่เคยแปรเปลี่ยนไปเลย แม้แต่วินาทีเดียว !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



