ข่าว

รายงาน.เป้าหมาย "ไม่เปลี่ยน" !!!

รายงาน.เป้าหมาย "ไม่เปลี่ยน" !!!

15 ก.ค. 2552

ย่ามใจซะไม่มี สำหรับ "ทักษิณ ชินวัตร" กับปฏิบัติการขี่ม้าเลียบค่าย หมายทะลวงค่าย "นายมาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้แตกกระเจิง

 ล่าสุดลงทุนโฟนอินอีกครั้งเข้ามากลางรายการ "วิทยุชุมชนคนรักอุดร" ของลิ่วล้อคนดัง ขวัญชัย ไพรพนา อัดยับนโยบายกู้เงินของ "นายมาร์ค" พร้อมกับสอนมวยสไตล์ "นายแม้ว"

 แถมท้ายด้วย "ยกตนข่มท่าน" ตลอดรายการ

 แต่วลีเด่น ประเด็นดังอยู่ตรง "ทักษิณ" ฉวยโอกาสเสี้ยมให้เกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้าให้อย่างตั้งใจนี่สิ !!!

 ลำพังแค่การคุยโวโอ้อวดว่าได้รับการต้อนรับขับสู้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็ไม่มีอะไรเสียหาย ถือเป็นการพูดแก้เครียดไปวันๆ ตามประสานักโทษที่ต้องร่อนเร่พเนจร

 แต่การเปิดประเด็นให้เป็นเรื่องเสียหายต่อประเทศที่ไปขอเขาเหยียบแผ่นดินมันก็เท่ากับแบล็กเมล์เขาดื้อๆ เพราะจริงเท็จประการใดไม่มีใครรู้ แต่ผู้ที่ถูกพาดพิงเกิดความเสียหายไปแล้ว

 โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า "...รัฐบาลมาเลเซียส่งสันติบาล 15 คนมาอารักขาผม 24 ชั่วโมง..."

 "ผมแวะเติมน้ำมันแล้วก็ค้างคืนหนึ่ง รัฐบาลมาเลเซียก็ส่งสันติบาล 15 คนมาอารักขาผม 24 ชั่วโมง ต้องถามว่ารัฐบาลไทยจับคนในประเทศไทยยังจับไม่ได้เลย แล้วจะข้ามไปจับฝั่งโน้น ถามว่าเขาเป็นเมืองขึ้นเราหรือ เขามีอธิปไตยของเขา เขาจะรับใครไม่รับใครก็เรื่องของเขา เขาจะร่วมมือกับใครหรือไม่ก็เรื่องของเขา เวลาที่ผมจะเดินทางไปไหน ผมต้องมั่นใจก่อนว่ารัฐบาลประเทศนั้นจะไม่อึดอัด ถ้ารัฐบาลไทยจะมาวุ่นวายกับเขา

 เวลานี้ทั่วโลกเขารำคาญประเทศไทย รัฐบาลนี้มาก เพราะว่าเขามีหลักสากลอยู่แล้วว่าการจะร่วมมือในการจับผู้ร้ายข้ามแดนต้องไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่คดีของผมยิ่งกว่าการเมืองอีก ตัดสินโดยกระบวนการการเมือง สอบสวนโดยผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองหลังการปฏิวัติรัฐประหารอย่างนี้ ใครจะไปเชื่อ ทุกประเทศเขาต้อนรับผมอย่างดี ไปไหนพบผู้นำประเทศนั้นๆ เขายินดีต้อนรับผม แต่ที่ไม่ออกอะไรเลยเพราะผมเกรงใจเขา เพราะรัฐบาลไทยจะไปวุ่นวายกับเขา ทั้งๆ ที่มีกติกาของกฎหมายระหว่างประเทศใช้อยู่แล้ว แต่จะไปบอกว่าคุณต้องร่วมมือกับผม เขาก็อึดอัดรำคาญ"

 "ทักษิณ" กำลังทำความเดือดร้อนให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ที่พักพิงชั่วคืนกับตัวเองอย่างจงใจ เพราะในทางการทูตแล้ว ย่อมไม่มีประเทศไหนอยากทำให้ปัญหาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีปัญหา

 โดยเฉพาะยิ่งเป็นกรณีประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก

 แต่ "ทักษิณ" ไม่ได้คิดไปอื่นไกล นอกจากความสะใจของตัวเอง ที่ได้ทำให้รัฐบาล "นายมาร์ค" รู้สึกเสียหน้า กะอีแค่นักโทษมาป้วนเปี้ยนอยู่ปลายจมูก แต่รัฐบาลกลับไม่มีน้ำยาทำอะไรได้

 แต่ในอีกด้าน "ทักษิณ" ก็ต้องได้รับผลสะท้อนกลับจากการกระทำของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมันเท่ากับ "ประจาน" ตัวตนให้คนทั้งโลกได้รู้ว่ามีความพยายามปลุกระดม สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย และเป็น "ตัวการ" ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในประเทศบ้านเกิดเมืองนอนอย่างไร

 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผลจากการสอบสวนเหตุการณ์ล้มประชุมอาเซียนที่พัทยาออกมาแล้ว และได้ข้อสรุปว่าเป็นการจงใจกระทำความผิดของ "คนเสื้อแดง"

 ซ้ำมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้น "ประหารชีวิต" !!!

 บทสรุปของคณะอนุกรรมการฟันธงชัดเจนว่า "คนเสื้อแดง" มีเจตนาแอบแฝง

 "การที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช จนนำไปสู่การล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ไม่ได้มีมูลเหตุที่แท้จริงมาจากการปะทะระหว่างคนเสื้อแดงกับเสื้อน้ำเงินดังที่กลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวอ้าง แต่มูลเหตุแท้จริงน่าจะมาจากผู้นำและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมีความต้องการตั้งแต่ต้นที่จะอาศัยจังหวะการประชุมสำคัญเช่นนี้ เพื่อก่อให้เกิดการจลาจลจนนำไปสู่การลาออกของนายกฯ การประกาศยุบสภา หรือนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร"

 ผลการสอบสวนยังระบุด้วยว่า "คนเสื้อแดง" มีเจตนาประทุษร้าย ซึ่งประเด็นนี้ถือว่ามีโทษในทางอาญา

 "อนุกรรมการมีความเห็นสำหรับการบุกรุกเข้าไปโรงแรมที่จัดการประชุม อนุกรรมการเห็นว่ายังมีผู้กระทำผิดและร่วมกระทำความผิดอีกมาก โดยเฉพาะแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี เพราะมีการปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมใช้กำลังบุกรุกสถานที่ เพื่อจับกุมนายกรัฐมนตรีและผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งเข้าข่ายการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของประชุมแห่งรัฐต่างประเทศ..."

 ถึงนาทีนี้แกนนำม็อบคนสำคัญอย่าง "น.ช.ทักษิณ" ซึ่งโฟนอินเข้ามาชื่นชมยินดีกับความหาญกล้าของแกนนำอย่าง อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กลางเวทีชุมนุมคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงดังกล่าว

 คงกล้าหาญพอที่จะ "ไม่ปฏิเสธ" ว่าตนเองมีส่วนสำคัญในการร่วมปลุกระดมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความฮึกเหิมด้วยเหมือนกัน

 ยุทธการขี่ม้าเลียบค่ายของ "น.ช.ทักษิณ" บวกด้วยการ "โฟนอิน" ปลุกระดม ล้างสมองคนเสื้อแดงที่ดำเนินมาตราบจนวันนี้

 จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนได้เป็นอย่างดีว่า "เป้าหมาย" ในการโค่นล้มรัฐบาล เพื่อให้ตัวเองกลับมามีอำนาจอีกครั้งนั้น

 ไม่เคยแปรเปลี่ยนไปเลย แม้แต่วินาทีเดียว !!!

 

โต๊ะข่าวการเมือง