ข่าว

คสช.เรียก'การเมือง'ถกปรองดอง

คสช.เรียก'การเมือง'ถกปรองดอง

23 เม.ย. 2558

'ประวิตร' เผย คสช.เรียกแกนนำพรรคการเมือง-นักวิชาการ ถกแนวทางสร้างปรองดอง ประชุมเร่งแก้ 'ใบเหลืองอียู' มั่นใจ 6 เดือน ใบเขียว

 
                            23 เม.ย. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่บ้านเกษะโกมล  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เรียกแกนนำพรรคการเมือง นักวิชาการ และ สปช. เข้าหารือ ว่า ทาง คสช.อยากให้ทุกฝ่ายมาดูว่าเราทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความปรองดองอย่างยั่งยืนในอนาคต ก็เชิญมาเพื่อเสนอแนะแนวทาง ไม่ได้มีอะไรมากมาย บางคนไปพูดว่าจะเรียกมาจับกุมตัวเขา ไม่มี เป็นการระดมความเห็นเท่านั้น
   
 
 
80 คน ร่วมแสดงความเห็น
 
 
                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปป.เชิญกลุ่มการเมือง ตัวแทนพรรคการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชน ประมาณ 80 คน มาแสดงความคิดเห็น ที่ห้องประชุมมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก เพื่อนำไปสรุป วิเคราะห์ กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เสริมสร้างความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ และคืนความสงบสุขให้แก่คนในชาติ โดย พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น โดยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ไม่เปิดโอกาสให้สื่อเข้าไปติดตามความเคลื่อนใดๆ ภายในห้องประชุม จึงได้เพียงสังเกตการณ์ผู้ที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมอยู่บริเวณด้านหน้าเท่านั้น
 
                            โดยผู้เดินทางเข้าร่วมประชุมจากฝั่งพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายอำนวย คลังผา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายภูมิธรรม เวชยชัย นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายกลุ่ม นปช.
 
                            นายจตุพร กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมว่า ได้รับหนังสือมา 2 วันแล้ว ซึ่งวันนี้จะเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไปด้วยกัน โดยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ เห็นว่าขณะนี้เลยเวลาของการปรับทัศนคติแล้ว
 
                            ด้านนายพงศ์เทพ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้คงเป็นการหารือถึงสถานการณ์ทั่วไป สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำคือให้เกิดความเป็นธรรม และมีรายละเอียดในหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยกันเพื่อนำสู่ความปรองดอง ทั้งนี้ ไม่รู้สึกกังวลใดๆ แต่มีความเสียดายที่ไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง
 
                            ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ ก็ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย
   
 
 
เร่งแก้ 'ใบเหลืองอียู'
 
 
                            พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) หลังจากสหภาพยุโรป หรือ อียู ประกาศให้ใบเหลืองไทยด้านการประมงที่ผิดกฎหมาย โดยมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมการประชุม
 
                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหานั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอที่ประชุมให้ออกพระราชกำหนดโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 21 ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่ควบคุมในเรื่อง IUU โดยตรง และควบคุมการทำประมงนอกน่านน้ำของเรือประมงไทย ทั้งในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวง เพื่อให้ทันก่อนที่อียูจะมาตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาในเดือนพฤษภาคมนี้ และยังเป็นการอุดช่องว่างระหว่างที่รอราชกิจจานุเบกษาประกาศแก้ไข พ.ร.บ.ประมง ซึ่งจะมีผลบังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันหลังวันประกาศ
 
                            โดย พล.อ. ประวิตร กล่าวในที่ประชุมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน ขณะที่หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งเอกชน และประชาชนต่างก็ให้ความร่วมมือที่จะเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว มิฉะนั้นจะกระทบกับอุตสาหกรรมประมงในประเทศได้ ทั้งนี้อยากขอความร่วมมืออุตสาหกรรมประมงต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ขณะที่ประชาชนเองก็เป็นส่วนสำคัญที่จะให้การสนับสนุนภาครัฐเมื่อเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องจะต้องรีบแจ้งโดยทันที
 
                            หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อทำความเข้าใจ ทั้งนี้การที่เราโดนใบเหลืองไม่มีปัญหา เราจะต้องร่วมมือกับทางอียูว่าอะไรบ้างที่เรายังทำไม่สมบูรณ์ ซึ่งเราก็ทราบแล้วว่า ทางอียูต้องการกฎหมายที่มองว่ายังไม่เป็นไปตามหลักสากล และยังไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ ตลอดจนเรื่องการติดตามเรือ การตรวจสอบ คือเรายังทำไม่ครบและไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา และเราก็ไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะให้ใบเหลืองกับเรา เพราะที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรไปมาก แต่เมื่อเขาแจ้งมาทั้งหมด ซึ่งเราก็ทำ แต่ยังไม่เป็นไปตามหลักสากลหรืออย่างที่อียูต้องการ ประเทศอื่นๆ ที่เคยประสบปัญหาเหมือนเรา แต่เขาแสดงเจตจำนงชัดเจนว่า เขาจะดำเนินการอย่างไรในอนาคต ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ได้ทำความเข้าใจกับหน่วยงานทั้งหมดว่าเราจำเป็นต้องแก้ไข และต้องทำให้ได้ทั้งหมด และตกลงกันได้แล้วว่า ทุกส่วนจะไปดำเนินการในเรื่องกฎหมาย การออกของประมง การทำประมงผิดกฎหมาย การติดตามเรื่องจีพีเอส ทั้งเรื่องเรือประมงย้อนกลับว่าจะทำอย่างไร ซึ่งเราจะดำเนินการทั้งหมด
 
                            พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรามีความจำเป็นต้องจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อทำหน้าที่ไปชี้แจงกับอียูได้รับทราบว่าเราทำอะไรไปบ้าง โดยเฉพาะในส่วนเรือที่จะออกท่า เราจะตั้งจุดเฉพาะกิจใน 22 จังหวัด ในห้วงระยะเวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตามเราจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งชุดเฉพาะกิจมาประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามความคืบหน้า
 
                            "ผมมั่นใจว่าเราจะได้ใบเขียวภายใน 6 เดือนข้างหน้า ถ้าเราดำเนินตามที่อียูต้องการ เพราะผมตั้งเป้าไว้ว่า 1 เดือน เราต้องมีความชัดเจน และ 3 เดือนการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวต้องจบ ทั้งนี้ทางอียูจะเดินทางมาตรวจสอบความคืบหน้าในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งเรามีความชัดเจนในการแก้ปัญหาเตรียมให้เขาดูแล้ว ซึ่งผมไม่หนักใจอะไร เราพร้อมให้ความร่วมมือกับอียูทุกเรื่อง"
 
                            เมื่อถามว่า จะใช้พระราชกำหนด หรือ มาตรา 44 ในการออกกฎหมายแก้ไขปัญหา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มาตรา 44 คงไม่ใช้ ถ้าเราออก พ.ร.บ.ไปแล้ว และไม่ได้ ก็ต้องออกกฎหมายลูกเพื่อให้เกิดความครอบคลุม ถ้ากฎหมายลูกยังไม่พอ ก็ออกเป็นพระราชกำหนดได้อีก
 
                            เมื่อถามย้ำว่า จะใช้พระราชกำหนดแทนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช้พระราชกำหนดได้ เพราะมาตรา 44 เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงในอนาคต และเราจะใช้เมื่อจำเป็น ตอนนี้ไม่มีความจำเป็น เพราะเรามีกฎหมายตัวอื่นอยู่ ส่วนการแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจชี้แจงกับอียูนั้น จะแต่งตั้งเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศก็ได้ ตลอดจนถึงปลัดกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
                            เมื่อถามว่า ห่วงเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยที่ภายหลังสหรัฐอเมริการลดระดับให้อยู่ในเทียร์ 3 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต่อไปเราจะมีหารือกันในเรื่องเทียร์ 3 เพราะที่ผ่านมาเราได้ส่งเอกสารชี้แจงไป 2 ครั้งแล้ว ซึ่งอาจจะมีปัญหาในเรื่องการจับกุม การดำเนินคดี ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับ เราต้องเรียกประชุมใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและให้เกิดความมั่นใจว่าทางสหรัฐฯ จะลดจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2
 
 
 
'นัชชชา' เผย พูดคุยปรองดอง-บรรยากาศเรียบร้อย
 
 
                            เมื่อเวลา 13.35 น.  นายนัชชชา กองอุดม นักศึกษา ม.กรุงเทพ หนึ่งในผู้ที่ถูกเชิญมาร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุม ว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ชี้แจงว่าการเชิญมาในวันนี้เป็นการพูดคุยและแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยกันนำไปสู่ความปรองดอง โดยบรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นการพูดคุยตามปกติ ไม่มีเรื่องความขัดแย้ง แต่ละฝ่ายเสนอเรื่องความไม่เป็นธรรมที่แตกต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยต่างแสดงความคิดเห็นคล้ายกันว่า อยากให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความเป็นกลางและมีความยุติธรรม พร้อมทั้งเปิดใจรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายให้มากขึ้น ส่วนตัวเองได้เสนอเรื่องความยุติธรรมและการแสดงออก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากนี้ ทาง ศปป.ยังยืนยันด้วยว่า จะให้หลายฝ่ายได้แสดงออกมากขึ้น โดยจะมีการตั้งเวทีเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงออกในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ศปป.ได้ขอร้องไม่ให้นำเรื่องที่พูดคุยกันในวันนี้ออกมาพูดกับสื่อมวลชน เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดประเด็นมากมายจนนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ขอให้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในห้องประชุมเท่านั้น
 
                            นายนัชชชา กล่าวด้วยว่า การประชุมครั้งนี้หลายคนเกิดความระแวงและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ฉุกละหุก ซึ่งในส่วนนักศึกษานั้นมี 3 คน ทั้งนี้ สำหรับคนที่มีรายชื่อแต่ไม่ได้เดินทางมานั้น อาจจะเชิญมาอีกในครั้งต่อไปด้วย
 
 
 
'มาร์ค' ออกจากห้องหารือ ระบุติดภารกิจ 
 
 
                            เมื่อเวลา 12.30 น.  นายอภิสิทธิ์ ซึ่งได้เข้าร่วมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยคำเชิญของ ศปป. ได้เดินทางออกจากสโมสรกองทัพบก โดยระบุว่า มีภารกิจ และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ 
 
                            อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวในการหารือว่ามีประชาชนบอกว่าดีใจที่ 2 พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันต้านเผด็จการด้วย 
 
                            ขณะที่มีรายงานด้วยว่า ขณะที่นายเอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ได้เตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางมาด้วย โดยบอกว่า ลูกและภรรยารู้สึกเป็นกังวลที่จะต้องเดินทางมาร่วมหารือในวันนี้
 
                            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้ผู้เข้าร่วมหารือด้วย อาทิ ข้าวกะเพราไก่ ข้าวหน้าไก่ และก๋วยเตี๋ยวหมู นอกจากนี้ ยังมีของหวาน อาทิ ไอศกรีม ให้บริการโดยเข้าไปเสิร์ฟถึงภายในห้องด้วย โดยอาหารดังกล่าวทางกองทัพบกเป็นผู้ที่จัดเตรียมมา