ข่าว

คนแก่สื่อเก่า

คนแก่สื่อเก่า

23 เม.ย. 2558

คนแก่ สื่อเก่า : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

             มี สองเรื่องสำคัญในบรรยากาศของการอภิปรายร่างแรกรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน ที่อาจมองในมุมของคนสื่อยุคเก่า แต่อยู่ในสนามข่าวของสื่อยุคใหม่
     
             ประการหนึ่ง คือการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทความไม่รับผิดชอบของสื่อ โดยไม่แยกแยะประเภท และเข้าใจถึงภูมิทัศน์ของสื่อที่เปลี่ยนไป ปัญหาที่พูดถึงความไม่รับผิดชอบ จนกระทั่งนำไปสู่การคิดอ่านที่จะใช้อำนาจควบคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ มุ่งไปที่สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นเหตุที่มาของการประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 ในขณะที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป ไม่ได้ผลิตสื่อในฐานะนักวิชาชีพสื่อสารมวลชน แม้พวกเขาบางคนจะเรียกตัวเองว่าเป็นสื่อก็ตาม
      
             ประการหนึ่งคือการเข้าถึงเสียงอันแท้จริงของสื่อต่างจังหวัด หรือสื่อบ้านนอก ที่มีปัญหาแตกต่างจากสื่อส่วนกลาง และมีส่วนร่วมน้อยมากในการปฏิรูปสื่อครั้งนี้
      
             จังหวะเวลาที่ผู้คนกำลังพูดคุย ถกเถียงกันเรื่องปฏิรูปสื่อ คำใหญ่ คำโตถึงปัญหาโครงสร้าง ปัญหาที่คนทั่วไปถูกทำให้เห็นเป็นสำคัญ แต่เรื่องราวของคนสื่อบ้านนอก ที่เป็นประชากรสื่อส่วนใหญ่ของประเทศ คนทำสื่อที่ยังอยู่กับสื่อดั้งเดิม กลับถูกมองข้ามไป ไม่ปรากฏชื่อของพวกเขาในกลุ่มคนที่ถูกเลือกในการปฏิรูปสื่อ ไม่มีตัวแทน ไม่มีเสียงสะท้อน มีแต่คนในระบบราชการที่ถูกความคิดแบบ “อำนาจนิยม” ครอบงำ แล้วในที่สุด การปฏิรูปสื่อก็จะกลายเป็นเรื่องของคนเพียงกลุ่มเดียวที่จะตอบโจทย์ของคนกลุ่มเดียว
       
             แม้จะมีความพยายามจะไปไถ่ถามกันบ้าง แต่ก็อาจไม่ครอบคลุมและเข้าถึง คนทำสื่อตัวจริง ที่รู้และเข้าใจปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นจริง ข้อสันนิษฐานนี้ ยืนยันจากถ้อยคำของคนข่าวอาวุโสหลายคน
        
             มายาคติของคนในเมืองใหญ่ มองสื่อบ้านนอก เป็นสื่อที่มีปัญหาเชิงจริยธรรมมากที่สุด ภาพศพ ภาพข่าวที่ล่อแหลมและละเมิดต่อศีลธรรม แต่ความอยู่รอดก็เป็นคำถามที่สวนทางมากับเสียงเรียกร้องความรับผิดชอบด้านจริยธรรม
         
             ถึงแม้ว่า ภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้สื่อระดับชาติต้องปรับตัวขนานใหญ่ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ที่ยอดขายลดลง จำนวนผู้อ่านลดลง จนต้องเปลี่ยนทิศทางไปสู่ทีวีดิจิทัล ออนไลน์ รวมทั้งกิจกรรมทางการตลาด เพื่อความอยู่รอด
       
             แต่สื่อท้องถิ่น ในกลุ่มสื่อหนังสือพิมพ์ยังคงมีอนาคต เพียงแต่ต้องเข้าใจบทบาทของสื่อเพื่อชุมชน หรือ community newspapers กล่าวคือ บทบาทในการนำเสนอข่าวที่ใกล้ตัว มีสาระและคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ สำคัญที่สุดคือมีความรับผิดชอบ บทบาทเช่นนี้ เป็นบทบาทสำคัญ ที่สื่อระดับชาติไม่อาจเข้าถึงได้ น่าเสียดายที่สื่อท้องถิ่นยังไม่ได้ตระหนักในเรื่องนี้มากเท่าที่ควร
 
             วัฒนธรรมการเสนอข่าวของสื่อท้องถิ่น หากไม่เสนอเรื่องบทบาท ความเคลื่อนไหว ของกลุ่มทุน กลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งอาจเป็นแหล่งทุนสนับสนุนแล้ว บนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จะเต็มไปด้วยข่าวและภาพหมามีเขา เต่ามีหนวด ข่าวบอกใบ้ให้หวย ข่าวอาชญากรรมเลือดท่วม ข่าวข่มขืน ข่าวเด็กก่ออาชญากรรม ข่าวเด็กเป็นเหยื่ออาชญากรรม โดยเปิดเผยชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หรืออ่านแล้วเข้าใจได้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร การเสนอข่าวและภาพในลักษณะนี้นับเป็นการเสนอที่มิได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว หรือเป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมของผู้เป็นข่าว ซึ่งสื่อมวลชนจะต้องระมัดระวังพิเศษ สำหรับเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส ก็จะขายไม่ได้
 
             ปัญหาของพวกเขา เป็นปัญหาที่อาจไม่แตกต่างไปจากสื่อส่วนกลาง คือ ข่าวขายได้ สำคัญกว่าข่าวดี มีความรับผิดชอบ แต่คนไม่อ่าน
 
             การสร้างความเชื่อ หรือทัศนคติของคนอ่านรุ่นใหม่ ที่ปฏิเสธสื่อที่ไม่มีความรับผิดชอบ จึงสำคัญยิ่งกว่าอื่นใด