
'เสือใต้'ฟอร์มดุพลิกลิ่วตัดชปล.
22 เม.ย. 2558
'เป๊ป' สดุดีลูกทีม 'เสือใต้' ที่พลิกกลับมาผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ หลังโชว์ฟอร์มโหดไล่ต้อนชนะปอร์โต 6-1 ศึกยูฟ่า ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2
ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมนี พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ แม้เกมแรกจะพลาดท่าบุกไปแพ้มาก่อนถึง 1-3 ก็ตาม เพราะเปิดรังฟุตบอล อารีนา มิวนิค ไล่ต้อนชนะปอร์โต ยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกสไปแบบขาดลอย 6-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 5-0 จาก ติอาโก อัลคันทารา นาที 14, เฌอโรม บัวเตง นาที 22, โธมัส มุลเลอร์ นาที 36 และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เหมาคนเดียว 2 ลูก นาที 27, 40 หลังจากนั้นทีมเยือนตีไข่แตกไล่ตามเป็น 1-5 จาก แจ็คสัน มาร์ติเนซ นาที 74 และต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เนื่องจาก อีวาน มาร์คาโน ถูกใบเหลืองแดงไล่ออกจากสนามในนาที 87 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะได้ประตูปิดท้ายจากลูกฟรีคิกของ ซาบี อลอนโซ นาที 88 รวมผล 2 นัด บาเยิร์น มิวนิค คว้าชัยไปท่วมท้น 7-4 พร้อมกับทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ตามเป้าหมาย
หลังจบเกม "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอลา กุนซือ "เสือใต้" กล่าวสดุดีผลงานของลูกทีมที่ร่วมใจกันเล่นจนพลิกกลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ แม้เกมแรกจะบุกไปพลาดท่าแพ้แบบขาดลอย แต่นักเตะทุกคนยังคงพร้อมใจกันสู้แบบไม่ย่อท้อในเกมนัดที่ 2 จึงทำให้บาเยิร์น มิวนิค ทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
"มันเป็นผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมมาก ผมขอชื่นชมผู้เล่นทุกคนที่ร่วมใจกันสู้ในเกมนัดที่ 2 และมีปฏิกิริยาตอบสนองหลังจากที่บุกไปแพ้ในเกมนัดแรก ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้เป็นโค้ชของนักเตะที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ เพราะทุกคนพร้อมที่จะสู้เพื่อทีมในทุกๆ เกมที่ลงสนาม" กวาร์ดิโอลา กล่าว
ด้าน ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือปอร์โต ยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของบาเยิร์น มิวนิค เอาไว้ได้ และรู้สึกเสียดายที่ลูกทีมของเขาอุตส่าห์โชว์ฟอร์มในการลงเล่นถ้วยนี้มาได้ดีโดยตลอด หลังจากที่ไม่แพ้ใครนับตั้งแต่ลงสนามในรอบคัดเลือกมาแล้วถึง 11 เกม แต่กลับต้องกระเด็นตกรอบจากความพ่ายแพ้ในเกมนี้เพียงนัดเดียว
ส่วนอีกคู่ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา จ่าฝูงลาลีกา สเปน ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้เหมือนกัน หลังเปิดรังคัมป์ นู เอาชนะ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีจากศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส 2-0 แม้ทีมเยือนจะได้ 2 แข้งหลักอย่าง มาร์โก แวร์รัตติ และซลาตัน อิบราฮิโมวิช พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของเจ้าบ้านเอาไว้ได้ โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 2 ประตูจาก เนย์มาร์ เหมาคนเดียวทั้งหมดในนาที 14 และ 34 รวมผล 2 นัด บาร์ซา เป็นฝ่ายชนะ 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ สำหรับเกมรอบชิงชนะเลิศจะมีการจับสลากประกบคู่ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้
หลังจบเกม หลุยส์ เอ็นริเก กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" กล่าวชื่นชมลูกทีมที่เล่นกันด้วยความมุ่งมั่นจึงผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้เป็นครั้งที่ 8 ในรอบ 10 ปีหลังสุด พร้อมกับตั้งเป้าเข้าป้าย "ทริปเปิลแชมป์" ในฤดูกาลนี้ เพราะตอนนี้ยังมีโอกาสลุ้นกวาดถ้วยแชมป์ได้ถึง 3 รายการ
"ผมดีใจที่เราทำผลงานในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ดีทั้ง 2 นัด พวกเรายังคงเล่นด้วยความมุ่งมั่นในทุกๆ เกม การที่เราผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้ถึง 8 ครั้งในรอบ 10 ปีหลังสุด มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ตอนนี้เรายังคงมีโอกาสลุ้นคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลนี้ แม้การลุ้นแชมป์ลาลีกา สเปน จะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เช่นเดียวกับการลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นอกจากนี้เรายังผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกโคปา เดล เรย์ อีกด้วย แต่เรายังคงพร้อมที่จะทำงานหนักกันต่อไป" เอ็นริเก กล่าว
ขณะที่ "โลโล" โลรองต์ บลองก์ กุนซือ "เปแอสเช" ยอมรับว่า บาร์เซโลนา ได้สอนบทเรียนให้ทีมของเขาต้องใช้ความอดทนมากกว่านี้ หากหวังประสบความสำเร็จในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะความสำเร็จไม่ได้ถูกตัดสินด้วยการลงทุนซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาเสริมทัพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องใช้ความอดทนเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมด้วยเหมือนกัน และกว่าที่บาร์ซา จะมาถึงจุดสูงสุดได้ก็ต้องรอคอยเวลานานเป็นทศวรรษ ก่อนจะผงาดคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกได้ในปี 1992
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



