
'นาโนไฟแนนซ์' ขอพูดด้วยคนอีกสักครั้ง
23 เม.ย. 2558
สวัสดีเศรษฐกิจ : 'นาโนไฟแนนซ์' ขอพูดด้วยคนอีกสักครั้ง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ปัญหาหนี้นอกระบบที่อยู่คู่สังคมเศรษฐกิจไทยมานาน เริ่มจากการกู้เพื่อน กู้ญาติ กู้พี่ กู้น้อง กู้เพื่อนของเพื่อน จนในที่สุดคือ กู้ใครก็ได้ที่เข้ามาให้เงินในเวลาต้องการเงินแบบด่วนๆ เพื่อเอามาใช้ เอามาจ่ายให้บรรลุเป้าหมาย หรือแก้ไขปัญหาของตนเอง พัฒนาการในจุดนี้ได้ทำให้มีคนคิดโมเดลทางธุรกิจภายใต้แนวคิด “ให้เราเป็นเพื่อน ช่วยเหลือท่านในยามจำเป็น” เน้นการให้บริการแบบ “สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก” โดยไม่เคยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน หากว่าคนที่เป็นลูกหนี้ไม่สามารถจะหาเงินมาชำระหนี้ได้
ลักษณะเด่นของหนี้นอกระบบนอกจาก สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ไม่ชอบมีหลักประกัน คือ
1.การติดตามทวงถามจะไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาจมีการทำร้ายร่างกาย สร้างความหวาดกลัว
2.อัตราดอกเบี้ยที่คิดจะไม่สนใจว่าคนที่เป็นลูกหนี้จะมีปัญญาหามาใช้คืนได้หรือไม่เช่น 20% ต่อเดือน เป็นต้น
รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ จึงพยายามออกมาตรการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีโครงการที่มุ่งมั่นจะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งประมาณกันว่าน่าจะมีมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านบาท (คิดเป็นครึ่งหนึ่งของหนี้ครัวเรือนไทยในเวลานี้คือ 10.4 ล้านล้านบาท) และเป็นภาระหนักของกว่า 8 ล้านครัวเรือนไทยในปี 2557 ที่มีรายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย หรือคิดเป็นหนึ่งในสามของจำนวนครัวเรือนไทยทั้งหมด 22 ล้านครัวเรือน โดยคาดว่าแต่ละครัวเรือนมีหนี้นอกระบบอาจมีมูลค่าสูงถึงครัวเรือนละ 600,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท หรือคำนวณแล้วจะคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาทนั่นเอง
“นาโนไฟแนนซ์” เป็นเครื่องมือที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะช่วยให้คนค้าขาย ตัวเล็กตัวน้อยเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้นและบรรเทาปัญหาหนี้นอกระบบได้ด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะลักษณะเด่นคือไม่จำเป็นต้องมีรายได้ประจำ สลิปเงินเดือน หรือเคยเดินบัญชีกับธนาคารมาก่อน ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน คนที่จะปล่อยกู้ก็ไปคิดวิธีการประเมินความเสี่ยงกันเอาเอง แต่ห้ามรับฝากเงินจากประชาชน เป็นต้น
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารชั้นนำแห่งหนึ่งมองว่า ความต้องการขอสินเชื่อนาโนไฟแนนช์น่าจะมาจาก 2 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบเองที่ต้องการจะเข้ามาในระบบ ประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลคือ หากว่ากู้เงินเพื่อที่จะนำไปใช้ชำระหนี้นอกระบบเพียงอย่างเดียวแทนที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ สุดท้ายเงินที่ได้มาก็จะหมดไปและต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน
2.กลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ในระบบสถาบันการเงินอยู่แล้วแต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ถูกจัดชั้นตามเกณฑ์ให้อยู่ในชั้นเป็นสินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ ลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้เกินกว่า 30 วันแต่ยังไม่เกิน 90 วัน แต่มีความต้องการเงินเพื่อนำไปใช้ในการหมุนหนี้ (ไม่ใช่หมุนเงิน) คาดว่าลูกหนี้กลุ่มนี้จะเข้ามาขอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ประมาณ 10,000 ล้านบาท
เราคงต้องตามต่อไปนะครับว่าพัฒนาการของเรื่องนี้จะไปจบได้อย่างไร จบที่ไหน
-----------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : 'นาโนไฟแนนซ์' ขอพูดด้วยคนอีกสักครั้ง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



