ข่าว

มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญ(3)

มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญ(3)

22 เม.ย. 2558

มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญ(3) : เกาะติดคู่ขนานถกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

              หมวด 4 คณะรัฐมนตรี

              พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกน 35 คน โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นติดต่อกันเกินกว่าสองวาระมิได้ ทั้งนี้ไม่ได้กำหนดว่านายกฯ ต้องเป็น ส.ส. สำหรับการเลือกนายกฯ กำหนดว่า ให้สภาผู้แทนฯ ลงมติเลือกนายกฯ ภายใน 30 วัน นับแต่เปิดประชุมสภาครั้งแรก โดยมติต้องมากกว่ากึ่งหนึ่ง แต่หากคนที่เสนอชื่อไม่ได้เป็น ส.ส.ต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 และต้องเป็นการลงคะแนนเปิดเผย  แต่หากครบ 30 วัน และยังไม่ได้เสียงตามที่กำหนด ให้ประธานสภานำรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกฯ โดยเมื่อเป็นนายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.

              รัฐมนตรีต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ส่วนคุณสมบัติต้องห้าม อาทิ ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยพ้นโทษมาไม่ถึง 5 ปี ไม่ได้แสดงสำเนาแบบแสดงภาษีย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี ต่อประประธานวุฒิสภา หรือแสดงหลักฐานดังกล่าวอันเป็นเท็จ วุฒิสภาจะมีหน้าที่ให้ความเห็นนายกฯ ในการแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม และให้แจ้งให้นายกฯ ทราบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป แต่จะมีมติเห็นชอบหรือไม่ในการเสนอไม่ได้

              ครม.ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจงว่าจะดำเนินการเรื่องใดในเวลาเท่าไหร่ ภายใน 15 วันนับแต่รับตำแหน่ง

              นายกฯ อาจเสนอขอความไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดิน และให้สภาผู้แทนฯ จัดลงมติภายใน 7 วัน หากได้รับเสียงไว้วางใจน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง นายกฯ จะกราบบังคมทูลเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงยุบสภาก็ได้ แต่หากมีเสียงไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่ง ส.ส.จะไม่สามารถขออภิปรายในสมัยประชุมนั้นได้อีก

              หากนายกฯ แถลงต่อสภาว่าการเสนอร่าง พ.ร.บ.ใดเป็นการแสดงถึงความไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้า ส.ส.ไม่เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจใน 48 ชั่วโมง ให้ถือว่า พ.ร.บ.นั้นผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบของสภา และในสมัยประชุมหนึ่งก็จะทำได้เพียงครั้งเดียว

              กรณีสภาหมดวาระ หรือ ยุบสภา ให้ปลัดกระทรวงรักษาราชการแทนรัฐมนตรีกระทรวงนั้นๆ และปฏิบัติหน้าที่ ครม.ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ และให้ปลัดกระทรวงเลือกกันเองว่าใครจะทำหน้าที่นายกฯ

              การทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ครม.ต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากประชาชน และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

              หมวด 5 การคลังและงบประมาณ

              กำหนดให้การดำเนินนโยบายการคลังและงบประมาณของรัฐต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หลักประสิทธิภาพและความคุ้มค่า หลักการรักษาวินัยทางการคลัง และหลักความเป็นธรรมในสังคม และเพิ่มนิยามคำว่า “เงินแผ่นดิน” หมายถึง “(1)เงินรายได้แผ่นดิน เงินกู้ เงินคงคลัง และเงินรายได้จากทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์อื่นที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินโดยรวม”

              “(2)เงินรายได้จากการดำเนินงานหรือจากทรัพย์สิน และสิทธิประโยชน์อื่นที่หน่วยงานของรัฐถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองและใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ โดยไม่จำต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน”

              โดยการใช้จ่ายเงินทำได้เฉพาะที่ได้อนุมัติใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯประจำปี พ.ร.บ.งบประมาณ เพิ่มเติม พ.ร.บ.โอนงบประมาณและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการคลังและการงบประมาณภาครัฐ เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วน แต่ก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

              บัญญัติให้มี “ศาลปกครองแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ” เพื่อวินิจฉัยกรณีที่ผู้ใดก่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินแผ่นดินอันวิญญูชนพึงเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

              หมวด 6 ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน

              ข้าราชการประจำจะเป็นข้าราชการการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ ส่วนราชการการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนต้องใช้ระบบคุณธรรม โดยมี “คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม” ซึ่งประกอบด้วย 1.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน ก.พ. 2 คน 2.อดีตปลัดกระทรวง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า จำนวน 3 คน ซึ่งเลือกโดยปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า และ 3.ประธานกรรมการจริยธรมของทุกกระทรวงซึ่งเลือกกันเอง 2 คน โดยมีวาระ 2 ปีและเป็นได้วาระเดียว และมีหน้าที่พิจารณาการย้ายโอน หรือเลื่อนข้าราชการ โดยเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเสนอต่อนายกฯ เพื่อให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า

              ข้าราชการสามารถไม่ดำเนินการใดที่เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ย่อมได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายบัญญัติ

              หมวด 7 การกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น

              กำหนดให้รัฐให้ความเป็นอิสระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง แต่ในกรณีที่เป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นแบบพิเศษจะมาจากความเห็นชอบของประชาชนวิธีอื่นก็ได้

              กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบการกระจายอำนาจ และรัฐต้องกำกับองค์การปกครองท้องถิ่นโดยกำหนดมาตรฐานกลางให้องค์การบริหารท้องถิ่นปฏิบัติ ทำสัญญาแผนระหว่างรัฐ ราชการส่วนภูมิภาคและองค์การบริหารท้องถิ่น

              ประชาชนมีสิทธิในการร่วมบริหารงานขององค์การบริหารท้องถิ่น โดยสามารถรวมเป็นสมัชชาพลเมืองโดยให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

              นอกจากนี้กำหนหดให้มี “องค์การบริหารกลางบริหารงานบุคคลขององค์กรบริหารท้องถิ่น” และให้มี “คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยระบบคุณธรรม” ในแต่ละจังหวัดด้วย

              ภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
             
              หมวด 1 ศาลและกระบวนการยุติธรรม

              ส่วนที่ 1 บททั่วไป

              การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาลซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปโดยยุติธรรม และเป็นครั้งแรกที่กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และ ประธานศาลอื่นนอกจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลทหารที่ 4 ปี 

              กำหนดให้อัยการมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ กำหนดให้อัยการต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ใดในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐ (ห้ามเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ) ไม่เป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

              ส่วนที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญ

              ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมี 9 คน ประกอบด้วย ผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 คน ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 2 คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ 3 คน (หนึ่งในนั้นต้องเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารภาครัฐหรือผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่มิใช่ภาครัฐ 2 คน

              ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี และอยู่ได้วาระเดียว ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในตำแหน่งได้ 3 ปี จากนั้นให้พ้นจากตำแหน่งประธาน แต่ยังเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

              การพิจารณาคดีต้องมีองค์คณะ 5 คน และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร

              ส่วนที่ 3 ศาลยุติธรรม

              กำหนดใหัมีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีองค์คณะ 9 คน

              ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือยื่นเท็จ

              ส่วนที่ 4 ศาลปกครอง

              มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทางปกครอง แต่ไม่รวมถึงการใช้อำนาจหน้าที่โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ และให้ตั้งศาลปกครองแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ

              ส่วนที่ 5 ศาลทหาร

              อำนาจในการพิจารณาคดี บุคคลที่อยู่ในอำนาจเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

              หมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

              ส่วนที่ 1 บททั่วไป

              กำหนดให้บุคคลเหล่านี้ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายกฯ รัฐมนตรี, กรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมืองอื่นและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ 

              โดยนอกจากบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว ต้องแสดงสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ พร้อมทั้งเอกสารของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทั้งนี้บัญชีที่ต้องเปิดเผยของสาธารณะคือ นายกฯ รัฐมนตรี, กรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส.ส. ส.ว.

              ส่วนที่ 2 การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์

              ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องไม่กำหนดหรือเสนอนโยบายหรือเสนอกฎหมายที่เอื้อต่อกิจการที่ตนหรือคู่สมรส บุตร ธิดา มีส่วนได้เสีย 

              นายกฯ ต้องไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หรือถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ นายกฯ ต้องไม่ใช้อำนาจเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องการทำหน้าที่ประจำของข้าราชการ การแต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือนข้าราชการ ให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง

              ส่วนที่ 3 การถอดถอนจากตำแหน่ง

              นายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน กรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้พิพากษา ตุลาการ ข้าราชการอัยการ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง จากพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริต ส่อว่าทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งในหน้าที่การยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รัฐสภาสามารถถอดถอนได้

              โดยให้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 หรือพลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 20,000 คน เข้าชื่อเพื่อขอถอดถอน  และส.ว. 1 ต่อ 4 สามารถขอประธานวุฒิสภาให้ถอดถอน ส.ว.ได้ โดยเมื่อรับคำร้องให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ หากไม่มีมูลให้เรื่องตกไป แต่หากมีมูลให้ส่งมาให้รัฐสภาลงมติ โดยใช้เสียงถอดถอน 3 ใน 5