ข่าว

 ซ้ำซาก ไม่สร้างสรรค์

ซ้ำซาก ไม่สร้างสรรค์

16 ก.ค. 2552

ในฐานะที่เคยไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้าร้าน บี่เตียง เพื่อเฝ้าชมนักเรียนหญิงโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ เมื่อสี่สิบปีที่แล้ว พอได้ยินข่าวว่า "นพวรรณ เลิศชีวกานต์" ที่สื่อหลายคนเรียกอย่างสนิทสนมว่า น้องนก ได้รับตำแหน่งชนะเลิศระดับเยาวชนหญิงเดี่

 แน่นอนว่าสื่อมวลชนไทยทั้งหลายโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ยังปฏิบัติการฉกชิงแย่งตัวบุคคลที่เป็นข่าว เพื่อจะได้ปรากฏชื่อว่าเป็นรายการแรก หากไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลผู้เป็นข่าวหรือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแล รับรองได้ว่ามีโกรธเคืองกันถึงขั้นผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันมามากรายแล้ว

 ความสำเร็จของนักกีฬาและดาราศิลปินแต่ละคน ล้วนแล้วแต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดึงดูดให้เด็กและเยาวชนเดินตามรอยได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงสามารถให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำไปศึกษาเป็นแนวทาง หากต้องการให้บุตรหลานของตัวเองก้าวเดินไปบนเส้นทางเช่นนั้นด้วย  

 แต่การฉกชิงแย่งตัวบุคลากรที่เป็นข่าวทั้งหลายรวมทั้งรายของ นพวรรณ เลิศชีวกานต์ ด้วยนั้น กลับกลายเป็นการทำลายมูลค่าที่ควรจะมีไปเสียสิ้นด้วยน้ำมือของสื่อ เพราะหากย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ก้าวเดินของเธอ จะพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจมากมายสำหรับคนที่ต้องการเอาแบบอย่าง

 จากเด็กนักเรียนในระบบของโรงเรียนชั้นนำในเชียงใหม่ ซึ่งเทียบได้กับโรงเรียนมาแตร์เดอี, เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ หรือ วัฒนาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ทีเดียว แต่ทั้งพ่อและแม่รวมทั้งตัวเธอกลับยอมที่จะก้าวเดินออกรั้วโรงเรียนชื่อดังชั้นนำ เพื่อหันมาเรียนในระบบการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งสังคมไทยยังให้ความรู้สึกและการยอมรับที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน

 ชีวิตวัยเด็กที่ต้องขาดความสนุกสนานสมวัย และห่างหายไปจากความอบอุ่นและความรักของครอบครัว แยกมาอยู่กับผู้อุปการะเช่น ชัยภักดิ์ และ นฤมล ศิริวัฒน์ ที่ต้องจัดการทุกอย่างในชีวิตให้เธอ ตารางการฝึกซ้อม, ตารางเรียน, ตารางการเดินทางไปแข่งขัน รวมถึงกำหนดเวลาให้กลับไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่

 สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างหากที่สมควรได้รับการเปิดเผยออกมาสู่สังคมว่า ตัว นพวรรณ เลิศชีวกานต์, พ่อและแม่  รวมไปถึงสองสามีภรรยาผู้อุปถัมภ์ ต่างฝ่ายต่างต้องทุ่มเทและเสียกันไปเท่าใด ทั้งความรัก หยาดเหงื่อ และแรงเงิน   ซึ่งหากระดับความสำเร็จไม่สูงถึงขั้นที่ปรากฏในวันนี้ ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะรู้สึกอย่างไร จะเสียใจหรือไม่ที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้ มีแผนสองสำรองเอาไว้อย่างไรหรือไ
ม่      
 รายละเอียดทั้งหลายที่กล่าวมาล้วนเป็นกรณีศึกษา ที่ควรได้รับการสอบถามเพื่อนำมาเปิดเผย แต่ปรากฏว่าหลังจากช่วงชิงตัว น้องนก พ่อแม่ และผู้อุปการะ กันแทบตาย คำถามที่ผู้สื่อข่าวถามออกไปเล่นเอาหัวใจผมสลาย  “น้องนกอยากกินอะไรบ้าง, พอได้ตำแหน่งแล้วรู้สึกอย่างไร, ชอบสีอะไร ชอบเพลงอะไร ฯลฯ” 

 โธ่เอ๊ย ! ถ้านึกคำถามได้เพียงเท่าที่ถามกัน อย่าไปแย่งชิงตัวเธอมาให้เสียของเปล่าๆ เลย สู้ให้เธอใช้เวลาไปพักผ่อน ไปซ้อม หรือไปอยู่กับพ่อแม่ของเธอดีกว่า แต่ถ้าตั้งคำถามที่มีประโยชน์ต่อเยาวชนและพ่อแม่คนอื่น กีฬาก็สามารถนำมากู้เศรษฐกิจส่วนตัวและชาติได้เช่นกันครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ