
ชุมนุมปี53จนท.ใช้กระสุนจริง!
21 เม.ย. 2558
'พระสุเทพ' ยื่น 'คลิป-ภาพนิ่งชายชุดดำ' ต่อ ป.ป.ช. รับ จนท.ใช้กระสุนจริง ให้กำลังใจ 'บิ๊กตู่' เสมอ วอนปฏิรูปอย่างที่ ปชช.ต้องการ ระบุ 'เชื่อมือ ศรัทธา มั่นคง'
21 เม.ย. 58 เมื่อเวลา 15.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พระสุเทพ ปภากโร หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีถูกกล่าวหาสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการให้ถ้อยคำต่อองค์คณะไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยใช้เวลาร่วม 3 ชม. พระสุเทพ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้อธิบายให้องค์คณะไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในหลายประเด็น โดยประเด็นสำคัญที่สุด คือ ได้นำคลิป และภาพนิ่ง ของกองกำลังชายชุดดำติดอาวุธ ซึ่งออกมาเข่นฆ่าประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นคลิปที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชนในขณะนั้น เพื่อให้เห็นชัดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ก่อเหตุร้ายแรง ทำให้เกิดความสูญเสีย
"เอาคลิปมาให้ ป.ป.ช.เห็นกันจะๆ ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ชายชุดดำเป็นอย่างไร ใช้อาวุธอะไร เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้ว คนก็ลืมไปหมดแล้ว จำกันไม่ได้ว่าวันนั้นเป็นอย่างไร ลืมไปแล้วว่า คนกรุงเทพฯ ฝันร้ายขนาดไหน"
พระสุเทพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้อธิบายแต่ละคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการขณะนั้น ได้สั่งให้ตั้งด่านและจุดตรวจล้อมรอบพื้นที่บริเวณราชประสงค์ โดยจุดตรวจดังกล่าวตั้งอยู่กับที่ เช่น ราชปรารภ ถนนพระราม 4 และหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ไม่ได้เคลื่อนไปหากลุ่มผู้ชุมนุม แต่เหตุการณ์ที่มีการปะทะที่ด่านตรวจเหล่านั้น เกิดจากกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าโจมตี ซึ่งเท่าที่ได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มีกลุ่มชายชุดดำเข้าโจมตี โดยกลุ่มคนดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ มีการฝึกฝนมาอย่างดี และมียุทธวิธีปฏิบัติการคล้ายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนกรณีที่ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น พระสุเทพ กล่าวว่า ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เช่น เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ได้ให้เจ้าหน้าที่กดดันขอคืนพื้นที่จราจร แต่ปรากฏว่า ไม่ได้ผล และมีกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต จากนั้นเมื่อวันที่ 13 - 18 พ.ค. 2553 จึงปรับเปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการตั้งด่านสกัดรอบพื้นที่ชุมนุมเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว และไม่ให้มีคนมาเพิ่มเติม ไม่ให้มีการขนอาวุธ และลดการใช้สาธารณูปโภคในพื้นที่ เพื่อกดดันให้เลิกการชุมนุมไปเอง ต่อมามีการยิง M79 ไปบนสถานีรถไฟฟ้า และทั่วสารพัดทิศในพื้นที่สวนลุมพินี จนทำให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ซึ่งจัดตั้งด่านสกัดเหมือนเดิมไม่ได้ จึงต้องส่งกำลังคนเข้าควบคุมพื้นที่ ซึ่งไม่มีทางเลือก เหตุการณ์วันที่19 พ.ค. 2553 จึงเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ติดใจเรื่องการใช้กระสุนจริงหรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใช้ปืนลูกซองและกระสุนยาง ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงมีคำสั่งให้ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริง เพื่อป้องกันตัวเองและผู้บริสุทธิ์จากกลุ่มกองกำลังชายชุดดำ แต่ก็มีกฎในการใช้อาวุธเพื่อความจำเป็น ในการรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริสุทธิ์ และต้องไม่มุ่งเอาชีวิตของเป้าหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้าให้ถ้อยคำครั้งนี้ถือว่าครบถ้วนหมดแล้วใช่หรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าครบถ้วน ส่วน ป.ป.ช.จะพิจารณาอย่างไร ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของ ป.ป.ช. หากมีการชี้มูลในส่วนของการถอดถอน ก็พร้อมจะเข้าไปชี้แจงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ดีเหมือนกัน จะได้ห่มจีวรเข้าสภาสักครั้ง หากในส่วนของคดีอาญา ก็พร้อมจะไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่กังวลใจ และยืนยันว่า ไม่หลบหนีไปไหน เป็นคนไทยต้องเคารพกฎหมายไทย นอกจากนั้นยังยืนยันว่า ไม่ต้องการเพิ่มพยาน เพราะเป็นคนออกทุกคำสั่งเอง และเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเพิ่มพยาน 2 ปาก คือ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่ชาติ (สมช.) และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กรณีการสั่งการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้ประสานงานไปที่นายถวิล แล้ว โดยนัดหมายว่า นายถวิลจะมาด้วยตัวเองในวันที่ 28 เม.ย. 2558 ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสาน แต่เบื้องต้นทราบว่า อาจจะชี้แจงด้วยเอกสาร
ให้กำลังใจ 'บิ๊กตู่' เสมอ วอนปฏิรูปอย่างที่ ปชช.ต้องการ
พระสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการสร้างสันติสุขด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการอภัยโทษ ว่า ประเทศจะมีความสันติสุขได้ ถ้าคนมีธรรมะ เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม หนุ่มๆ ไปบวชกันบ้าง
เมื่อถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์ในประเทศขณะนี้หรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า อาตมาเป็นพระแล้ว จะเป็นห่วงอะไร เป็นหน้าที่คนอื่นไป เมื่อถามว่า ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า ให้กำลังใจเสมอ ทั้งนายกรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้เขาทำกันให้เรียบร้อย ปฏิรูปประเทศให้ได้อย่างที่ประชาชนต้องการ เหนื่อยหน่อย เห็นใจ เมื่อถามย้ำว่า ยังเชื่อมืออยู่หรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า “เชื่อมือ ศรัทธา มั่นคง”



