ฟื้นโปรเจกท์โขง-เลย-ชี-มูลแก้อีสานแล้งหรือเพิ่มปัญหา
22 เม.ย. 2558
ฟื้นโปรเจกท์โขง-เลย-ชี-มูลแก้อีสานแล้งหรือเพิ่มปัญหา : โดย... กวินทรา ใจซื่อ
กรมชลประทานได้ปัดฝุ่นโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นรูปธรรมต่อยอดจากนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้กรมชลประทานศึกษาแผนพัฒนาแหล่งน้ำระยะยาว ที่ผ่านมากว่า 30 ปี ที่ภาคอีสานจัดทำแผนศึกษาด้านการจัดการน้ำหลายโครงการ ทั้งโครงการศึกษาพื้นที่วิกฤติ 19 ลุ่มน้ำ และโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ในโครงการบริหารจัดการโขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่เนื่องจากโครงการใหญ่ใช้งบมหาศาลจึงไม่คืบหน้า
โครงการบริหารจัดการโขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ของกรมชลประทาน คล้ายกับโครงการผันโขงลงพอง ที่มูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิตได้ศึกษาความเป็นไปได้มากว่า 17 ปี ทางมูลนิธิพยายามผลักดันโครงการให้เป็นรูปธรรมเสนอรัฐบาลแล้ว 4 รัฐบาล กระทั่งถึงรัฐบาล คสช. ซึ่งจากรายงานสรุปกรมชลประทานระบุว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่ปากน้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย เป็นจุดแรกที่ลำน้ำเลยสาขาแม่น้ำโขงมีค่าระดับสูงสุดที่ 210 ม.รทก. ระดับต่ำสุดที่ปากมูน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี จากการศึกษาโครงการมีความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน
ดร.จงกล พิมพ์วาปี ที่ปรึกษามูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต บอกว่า ที่เสนอคือทำเฟสแรกให้เสร็จ โดยการศึกษาระบุว่า ถ้าแม่น้ำโขงเต็มตลิ่งจะมีระดับความสูง 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนั้นขุดคลองชักน้ำที่แม่น้ำเลย อ.เชียงคาน ระยะ 28 กม. แล้วผันน้ำจากแม่น้ำโขงโดยวิธีแรงโน้มถ่วงแล้วเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่มาลงที่ลำพะเนียง จากนั้นผันน้ำโขงไปที่เขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนลำปาว เพื่อเป็นธนาคารน้ำ โดยใช้ระบบชลประทานกระจายน้ำไปยังพื้นที่การเกษตร
“โครงการนี้กรมชลประทานได้ศึกษาความเป็นไปได้ปี 2555 ผลการศึกษาระบุว่า โครงการคุ้มค่ากับการลงทุนทางวิศวกรรมเหมาะสมในการดำเนินการเมื่อรัฐบาลชุดนี้หยิบโครงการขึ้นมาอีกครั้งพร้อมให้งบศึกษาเพิ่มอีก 50 ล้านบาท ในฐานะภาคประชาชนที่มีข้อมูลการศึกษาแนวทางการผันน้ำโขง คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำโครงการนี้เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งอีสาน” ดร.จงกล กล่าว
เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา มีพิธีบวงสรวงขอขมาพญานาคราช เพื่อขอแบ่งปันขอแม่น้ำโขงสู่แผ่นดินอีสาน จัดโดยประชาชนคนไทเลยร่วมกับมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ยุทธศาสตร์ ที่ผลักดันให้เกิดโครงการบริหารจัดการโขง-เลย-ชี-มูล คือ ใช้จิตวิญญาณ วัฒนธรรมมาหนุนเสริมโครงการ เร่งขยายองค์ความรู้การผันแม่น้ำโขง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและการผลักดันเชิงนโยบายให้โครงการเป็นรูปธรรม
ขณะที่ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยน้ำบาดาล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า พื้นที่ภาคอีสานพิเศษที่ชั้นใต้ดินจะมีปริมาณเกลือมาก ทำให้ดินบางจังหวัดเป็นดินเค็ม ในอดีตมีโอกาสศึกษาเรื่องผลกระทบเกี่ยวกับโครงการโขง-ชี-มูล พบว่าหลังดำเนินโครงการแล้วพบว่ามีการแพร่กระจายของเกลือในชั้นดิน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก
“พื้นที่ จ.เลย จากข้อมูลไม่มีชั้นเกลือที่จะละลายแทรกซึมมาที่ จ.ขอนแก่น หรือ จ.มหาสารคาม หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องศึกษาผลกระทบ แต่โครงการที่จะเกิดขึ้นเป็นโครงการใหญ่ที่ไม่ชัดเจนเรื่องผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น การศึกษาความชัดเจนทั้งด้านการลงทุน การเวนคืนพื้นที่ในแผนพัฒนา สิ่งแวดล้อม ผลกระทบที่จะเกิดทั้งผลดีและเสียทั้งระยะสั้นและระยะยาว อาจเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของประชาชน พร้อมกับบอกข้อมูลให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการแต่เนิ่นๆ” รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าว
โครงการบริหารจัดการน้ำโขง-เลย-ชี-มูน โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะเด่นเป็นการนำน้ำโขงมาใช้ประโยชน์โดยประหยัดพลังงาน ด้วยการเจาะอุโมงค์ทำให้น้ำโขงไหลผ่านเข้ามาโดยแรงโน้มถ่วง เป็นโครงการที่กรมชลประทานเชื่อว่าเป็นการจัดการแบบองค์รวมครอบคลุมทั้งภาคอีสานแก้ปัญหาน้ำท่วม แล้งได้ในระยะยาว



