ข่าว

แห่ขึ้นทะเบียนงาช้างวันสุดท้ายคึกคัก!

แห่ขึ้นทะเบียนงาช้างวันสุดท้ายคึกคัก!

21 เม.ย. 2558

ประชาชนทยอยขึ้นทะเบียนงาช้างวันสุดท้ายคึกคัก!

 
           21 เม.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ 11 อ.เมือง จ.พิษณุโลก จุดที่มีการเปิดในมีการลงทะเบียนงาช้าง หลังมีประกาศให้ผู้ที่ครอบครองงาช้างต้องไปลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ โดยบรรยากาศในวันนี้พบว่า มีประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ มาต่อคิวนำงาช้างที่อยู่ในรูปของสร้อยคอ และเครื่องประดับต่าง เครื่องดนตรี มีด และงาช้างแบบสมบูรณ์ เดินทางมาขึ้นทะเบียนกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่ 11 กันจำนวนมาก เฉพาะในช่วงเช้าเกือบ 200 รายแล้ว
 
           นายอมร ต่อเจริญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 กรมอุทยาน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการมาครอบครองงาช้าง ซึ่งจากรายงานการแจ้งครอบครองงาช้าง ตาม พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.2558 โดยที่ผ่านมาพบมาผู้ครอบครองมาขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 1,286 ราย เป็นงาช้างสมบูรณ์ 1,721.02 กก. งาช้างท่อน จำนวน 201.685 กก. และเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ สร้อยคอ เครื่องประดับ เครื่องดนตรี ด้ามมีด ฯลฯ จำนวน 13,738 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนักรวม 362.643 กก. ส่วนใหญ่งาช้างที่ครอบครองนั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นมรดกตกทอด ส่วนสร้อยหรือผลิตภัณฑ์ต่างนั้นมาจากการซื้อมา ไม่ถึง 50% ขณะที่วันนี้จะเปิดให้ขึ้นทะเบียนถึงเที่ยงคืนนี้
 
 
นครราชสีมา - ชาวเมืองย่าโมกว่า 300 คน แห่นำงาช้างมาขึ้นทะเบียน
 
 
           21 เม.ย.58 ที่ห้องประชุม ภายในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่7(นครราชสีมา) ถ.จอมสุรางค์ยาตร์อำเภอเมืองนครราชสีมา ได้มีประชาชนที่ครอบครองงาช้าง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง ต่างพากันนำงาช้างมาขึ้นทะเบียนอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย พบว่ามีผู้นำงาช้างมารอขึ้นทะเบียนแล้วเกือบ 300 ราย
 
           โดย นายมณฑล ตันติศักดิ์ชัยชาญ เจ้าพนักงานป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา)เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ครอบครองงาช้าง มาแจ้งการถือครอบครองงาช้าง ตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.2558ซึ่งในส่วนของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่7ซึ่งมีพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ3จังหวัดอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา,จ.ชัยภูมิ และ จ.บุรีรัมย์ได้เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ครอบครองงาช้าง มาตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2558 จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2558 พบว่า มีผู้มาแจ้งครอบครองงาช้างแล้วทั้งสิ้น 1,617 ราย โดยเป็นงาสมบูรณ์ จำนวน 1,210 กิ่ง น้ำหนัก 4,329.08 กิโลกรัม งาท่อน 393 ท่อน น้ำหนัก 209.31 กิโลกรัม ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้าง 28,761 ชิ้น น้ำหนัก 541.31 กิโลกรัม
 
           นอกจากนี้ ยังมี วัดมาแจ้งว่ามีการครอบครองงาช้าง จำนวน 4 ราย และผู้ค้างาช้าง จำนวน 2 ราย ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวันสุดท้าย ก็ยังพบว่ามีผู้ครอบครองงาช้าง เดินทางนำงาช้างที่ครอบครองอยู่มาขึ้นทะเบียนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
 
           เจ้าพนักงานป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่7(นครราชสีมา) กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่มีการครอบครองงาช้าง แล้วยังไม่ได้มาดำเนินการขึ้นทะเบียนตามที่กำหนด หลังจากนี้ จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจ ซึ่งหากพบผู้ที่มีงาช้างอยู่ในครอบครองและไม่ได้มาแจ้งขึ้นทะเบียนไว้ จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ส่วนผู้ค้างาช้าง หากตรวจพบก็จะมีความโทษ จำคุกไม่เกิน3ปี หรือปรับไม่เกิน6ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่7(นครราชสีมา) โทรศัพท์ 044-242-060 ต่อ 600 ได้ในวันและเวลาราชการ