ข่าว

มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญใหม่(2)

มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญใหม่(2)

21 เม.ย. 2558

มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญใหม่(2) : เกาะติดคู่ขนานถกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

            ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี หมวด 1 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี ให้สมัชชาคุณธรรมกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่าฝืน ให้สมัชชาคุณธรรมหรือผู้ที่สมัชชาคุณธรรมมอบหมาย ไต่สวนและรายงานต่อสภาที่เกี่ยวข้อง และแจ้งให้สมัชชาพลเมืองทราบ หากสมัชชาคุณธรรมเห็นควรเปิดเผยต่อสาธารณะก็ให้เปิดเผย เมื่อสภาที่เกี่ยวข้องได้รับรายงานก็ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ต้องไต่สวนอีก และให้แจ้งผลให้สมัชชาคุณธรรมทราบเพื่อเปิดเผยผลการดำเนินการและเป็นเหตุให้ถูกถอดถอน

            นอกจากนี้ให้ กกต.จัดให้มีการลงคะแนน ในการเลือกตั้งคราวถัดไป เพื่อถอดถอนและตัดสิทธิทางการเมือง หากมีเสียงข้างมากให้ถอดถอนก็ให้ถอดถอนและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

            นอกจากนี้ยังมีการระบุห้ามเรื่อง “ประชานิยม” โดยกำหนดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้นำอื่นๆ ในภาครัฐต้องไม่ใช้อำนาจมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่เลี่ยงหรือชี้นำให้คนอื่นเลี่ยงกฎหมาย

            การพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ต้องมีการหยั่งเสียงประชาชนในเขตหรือภาค และต้องมีเงื่อนไขว่าต้องมีรายชื่อของเพศตรงข้ามไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

            หมวด 2 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวทางนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และต้องจัดระบบงานราชการและงานรัฐอย่างอื่นประกอบด้วย จัดระบบราชการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล,สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน, จัดให้มีการกระจายอำนาจพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่, สร้างกลไกป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ, สร้างกลไก กำกับควบคุม การใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม, คุ้มครองให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจริยธรรม

            กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมและทำนุบำรุงการศึกษาอบรมทุกระดับ ทุกรูปแบบ ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้นโยบายการศึกษามีความต่อเนื่อง จัดสรรค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้เพียงพอ พัฒนาครูบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งให้ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ที่พึงได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

            กำหนดให้รัฐต้องจัดสวัสดิการแก่ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ พัฒนาหลักประกันรายได้และสวัสดิการอื่นสำหรับผู้สูงอายุ และกำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ดำเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมเศรษฐกิจแบบเสรีอย่างเป็นธรรม

            กำหนดให้รัฐยึดหลักรักษาวินัยและความยั่งยืนทางการคลัง และใช้จ่ายเงินแผ่นดินอย่างคุ้มค่า จัดให้มีระบบภาษีอากรที่มีความเป็นธรรม มีกลไกป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชน ในระยะยาว (ห้ามทำประชานิยม)

            หมวดที่ 3 รัฐสภา ส่วนที่ 1 บททั่วไป ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนฯ หรือประธานสภาผู้แทนฯ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีทั้งประธานสภาผู้แทนฯ หรือ ประธานวุฒิสภา หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาผู้แทนฯ หรือรองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ตามลำดับ

            หากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ตรากฎหมาย หรือดำเนินการใดเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ผู้มีหน้าที่ไม่ดำเนินการหรือไม่ทำในเวลาที่กำหนด หรือในเวลาที่สมควร ให้ถือว่าผู้ที่มีหน้าที่เสนอหรือมีหน้าที่พิจารณากฎหมาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และหากเกิดความเสียหาย ผู้เสียหายย่อมฟ้องให้รัฐรับผิดชอบค่าเสียหายได้ ซึ่งการบัญญัติเช่นนี้ทำให้หากรัฐธรรมนูญบังคับใช้ สภามีความจำเป็นต้องออกกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยไม่สามารถเลี่ยงได้เช่นที่ผ่านๆ มา

            ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร ส.ส.มี 450 คน แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต 250 คน บัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 200  คน แต่ไม่เกิน 220 คน หลักเกณฑ์การเลือกตั้งแบบ “สัดส่วนผสม” ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

            หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นทำให้ ส.ส.มีไม่ครบจำนวน ให้เปิดสภาได้เมื่อมี ส.ส.ร้อยละ 90 แต่การเลือกตั้งต้องจัดให้มี ส.ส.ให้ครบภายใน 180 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

            ระบบการเลือกตั้งแบ่งเขต ใช้ระบบเขตละหนึ่งคน ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ให้แบ่งพื้นที่ประเทศเป็นหกภาค และให้แต่ละภาคเป็นเขตเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจระบุว่าต้องการให้ผู้ใดในบัญชีรายชื่อนั้นหนึ่งคนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. (โอเพ่นลิสต์)

            การคำนวณหาจำนวน ส.ส. ประกอบด้วย (1)ให้นำคะแนนจากบัญชีรายชื่อทั้งหมดที่ทุกพรรคหรือทุกกลุ่มการเมืองได้จากทุกภาคมารวมกันเพื่อคำรวรหาจำนวน ส.ส. ตามสัดส่วนที่แต่ละพรรคหรือแต่ละกลุ่มพึงมี (2)ให้นำจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตที่แต่ละพรรคได้รับเลือกตั้งมาเทียบกับจำนวน ส.ส.ทั้งหมดที่พึงจะมีตาม (1) เพื่อคำนวนให้ได้จำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 

            (3) หากจำนวน ส.ส.ที่พึงมีมีมากกว่าจำนวน ส.ส.เขตที่ได้ก็เพิ่มจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อจนมี ส.ส.เท่ากับ ส.ส.ที่พึงมี (4) กรณีที่ ส.ส.ที่พึงมี น้อยกว่าจำนวน ส.ส.เขตที่ได้ ก็ให้มีเฉพาะ ส.ส.เขต (5) ในกรณีที่เมื่อคำนวณแล้วมี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเกิน 220 คน ให้ปรับลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองลง

            ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 90 วัน สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นมานอกจากเรื่องสัญชาติ อายุ 25 ปีบริบูรณ์ การอยู่ในพื้นที่ คือต้องแสดงสำเนารายการภาษีเงินได้ย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี และต้องเป็นสมาชิก “พรรคการเมือง” หรือ “กลุ่มการเมือง”

            กำหนดเพิ่มเติมในส่วนของผู้ต้องห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องทุจริตและประพฤติมิชอบ อาทิ เคยถูกไล่ออก ปลดออก เพราะทุจริต เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริต เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งทางการเมือง

            ส่วนการขาดสมาชิกภาพมีการกำหนดคุณสมบัติข้อหนึ่งว่าต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ

            ในกรณีที่สภาหมดวาระให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งใน 45 วัน และต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร แต่หากเป็นเหตุให้ไม่สามารถเป็นวันเดียวกันได้ ให้ กกต.กำหนดวันลงคะแนนใหม่ หรือดำเนินการให้มีการลงคะแนนได้ ส่วนในกรณียุบสภา ให้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน

            ส่วนที่ 3 วุฒิสภา ให้วุฒิสภามี 200 คน มีวาระ 6 ปี มีที่มาจาก 5 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าซึ่งเป็นตำแหน่งบริหาร และข้าราชการฝ่ายทหารซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดหรือผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งเลือกกันเองในแต่ประเภท ประเภทละไม่เกินสิบคน (2) ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพ หรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้งซึ่งเลือกกันเองจำนวนไม่เกินสิบห้าคน

            (3) ผู้แทนองค์กรด้านเกษตรกรรม ด้านแรงงาน ด้านวิชาการ ด้านชุมชนและด้านท้องถิ่น ซึ่งเลือกกันเอง จำนวนไม่เกินสามสิบคน (4) ผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านการเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา การเศรษฐกิจ การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อมผังเมืองทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสังคม ชาติพันธุ์ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม คุ้มครองผู้บริโภค ด้านเด็กเยาวชน สตรี ด้านผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพอิสระ และด้านอื่น ซึ่งมาจากการสรรหา จำนวนห้าสิบแปดคน

            และ (5) ผู้ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละเขตจังหวัด จังหวัดละหนึ่งคน โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองให้เหลือจังหวัดละ 10 คน ก่อนจะให้ประชาชนเลือก

            ทั้งนี้ ส.ว.ต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือ ส.ส. ไม่เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญภายใน 2 ปี ก่อนรับตำแหน่ง และเมื่อพ้นตำแหน่งจะไปดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจตรวจสอบอำนาจรัฐไม่ได้

            ส่วนที่ 4 บทที่ใช้กับทั้ง 2 สภา ในสมัยประชุมห้ามจับกุมคุมขัง หรือหมายเรียกตัว ส.ส. , ส.ว.ไปสอบสวนในฐานะที่สมาชิกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาหรือถูกจับกุมขณะกระทำความผิด เพิ่มอำนาจให้กรรมาธิการสามารถเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมากแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำหรือเรื่องที่ศึกษาได้

            ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ให้ประชุมร่วมในกรณีต่างๆ อาทิ ให้ความเห็นชอบในการตั้งผู้สำเร็จราชการ การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการ การปรคึกษาร่าง พ.ร.บ.การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี การเปิดอภิปรายทั่วไป การให้ความเห็นชอบวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การเห็นชอบการประกาศสงคราม การฟังคำชี้แจงและให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

            ส่วนที่ 6 การตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.เสนอได้โดย 1.คณะรัฐมนตรี 2.ส.ส.ไม่น้อยกว่า 20 คน 3.ส.ว.ไม่น้อยกว่า 40 คน 4.ศาลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีห้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการตัดองค์กร 5.พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10,000 คน

            เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่กำหนดไว้ได้ด้วย

            พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงินเมื่อเสนอต้องมีคำรับรองจากนายกฯ หากสงสัยให้เป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้วินิจฉัย

            ในกรณีที่สภายับยั้้งร่าง พ.ร.บ.ที่พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอ ทาง ส.ส. หรือ ส.ว. หรือสมาชิกสองสภารวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 สามารถร้องขอให้ทำประชามติได้

            ส่วนที่ 7 การควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน และเมื่อกฎหมายผ่านสภา ส.ส. หรือส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบของกฎหมายได้เช่นกัน

            ส่วนที่ 8 การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 สามารถยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และเมื่อยื่นแล้วจะยุบสภาไม่ได้ และส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 สามารถขอเปิดอภิปรายทั่วไปได้