ข่าว

ไม่ฟันธง!'นักการเมือง'สั่งบึ้มสมุย

ไม่ฟันธง!'นักการเมือง'สั่งบึ้มสมุย

20 เม.ย. 2558

'อุดมเดช' ไม่ชี้ชัดอดีตนักการเมืองจ้าง 'คาร์บอมบ์สมุย' รอสอบเชื่อมโยง 'สมยศ' เผยคืบหน้าคดี 'วินธัย' ระบุ ปล่อยตัวมือโพสต์ระเบิดสุราษฎร์แล้ว ไม่ได้แจ้งข้อหา

 
                         20 เม.ย. 58  พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีลอบวางระเบิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตามอำนาจของกฎหมายพิเศษที่มีอยู่ และขอยืนยันว่า การควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัย ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนสาเหตุการก่อเหตุนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบความเชื่อมโยง จึงไม่ขอชี้ชัดว่าเป็นการจ้างวานของอดีตนักการเมืองในพื้นที่
 
                         "การก่อเหตุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขยายพื้นที่ก่อเหตุความไม่สงบจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด ถึงแม้จะพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุบางส่วนมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ตาม"
 
                         ส่วน กรณีคลิปเจ้าหน้าที่ทหารกระทำผิดกฎหมายจราจร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า หากพบกระทำความผิดจริง จะต้องมีการลงโทษอย่างเต็มที่ และมีการคาดโทษ ไปถึงระดับผู้บังคับบัญชาแล้ว
 
 
 
'สมยศ' เผยคืบหน้าคดี ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน
 
 
                         เมื่อเวลา 12.00 น.  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดบนเกาะสมุย ว่า เป็นไปตามหลักฐานภาพที่สเก็ตช์ ภาพที่พยานชี้ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง พยานที่พบเห็นให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นคนที่พบเห็นคนร้ายที่ขับรถไป เรื่องนี้ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เกี่ยวข้องกับใครหรือไม่อย่างไรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนฝ่ายสอบสวนได้ทำงานกันสักระยะหนึ่ง เพื่อให้เกิดความชัดเจน จะไม่เร่งรีบ ไม่รีบร้อน จะทำด้วยความระมัดระวังละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดได้
 
                         ส่วนกรณีที่มีบุคคลที่มีหน้าคล้ายภาพสเก็ตช์เข้าไปแสดงความบริสุทธิ์ที่ สภ.เมืองพัทลุง เรื่องนี้ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การจะทำอะไรหรือไม่อย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ที่ทุกคนพึงกระทำได้ แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคง ก็จะทำด้วยความรอบคอบ ถ้ามีหลักฐานเกี่ยวข้องเชื่อมโยงก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนกลุ่มจะเป็นกลุ่มไหน ขอไม่ตอบ เพราะในตอนนี้ยังบอกไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาแล้ว ก็จะบอก การบอกหรือเปิดเผยข้อมูลเร็วเกินไป บางครั้งก็ไปกระทบสิทธิ์คนอื่น และที่สำคัญยิ่ง คือ ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ยากยิ่งขึ้น ลำบากขึ้น แล้วสุดท้ายอาจจะไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด เมื่อเขาทราบ หรือรู้ตัว เขาก็จะหนี แล้วสุดท้ายมันก็จะมีแค่หมายจับ 
 
                         "ในยุคผม ผมเน้นย้ำตลอดบอกกับเพื่อนข้าราชการตำรวจผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่คดีสำคัญในพื้นที่ ขอร้องเลยนะครับว่า ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นเหตุสำคัญๆ กรุณาอย่านำมาเปิดเผยหรือแชร์ก่อน หรือเร็วจนเกินไป เพราะอาจไปกระทบกระเทือนสิทธิ์ของคนอื่น ที่สำคัญคือทำให้สำนวนการสืบสวนสอบสวนยากลำบากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับเพื่อนข้าราชการตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายอาจจะรู้ว่าเราเดินทางไปไหนมาไหน อาจจะมีการดักซุ่มทำร้ายซุ่มโจมตีเกิดขึ้นได้"
 
 
 
ปล่อยตัวมือโพสต์ระเบิดสุราษฎร์แล้ว
 
 
                         พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัว 'เอ็ม' มือโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมตัว ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน  เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ว่า จากการตรวจสอบจากทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายเอ็ม ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งครบกำหนดการควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. ทางทีมสอบสวนได้ปล่อยตัวนายเอ็ม ไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาอะไร
 
                         "การปล่อยตัวนายเอ็ม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการแถลงข่าวอะไร จึงทำให้บางกลุ่มบางพวกนำไปเป็นประเด็น และได้มีการสอบถามมายังเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่นายเอ็ม ได้โพสต์ข้อความต่างๆ ไว้ นำมาสอบถามเพื่อให้เกิดความชัดเจน ก่อนจะปล่อยตัวไป"
 
                         รายงานข่าวจาก คสช. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนนายเอ็ม ยังไม่พบหลักฐานที่จะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ แต่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก อันเป็นการชี้ชวน หลังจากปล่อยตัวไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะติดตามพฤติกรรมของนายเอ็ม อย่างต่อเนื่องต่อไป
 
 
 
ทหารใกล้ชิดอดีตนายกฯ ซัด ตร.ใส่ร้าย-โยงบึ้ม
 
 
                         นายทหารใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวพาดพิงไปถึงอดีตนายกฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า เป็นการโยงใยแบบจับแพะชนแกะ โดยการนำเหตุการณ์ที่อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมงานรำลึกวีรชนช่องช้าง มาผูกโยงว่าได้ไปพบกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ท่านแค่ร่วมงานโดยเข้าไปวางพวงรีดและกล่าวกับกำลังพลของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ถึงวิถีทางประชาธิปไตย โดยมีนายทหารยศพันเอกพิเศษ มาบันทึกเทปคำกล่าวของท่านไป ซึ่งท่านก็อนุญาต และไม่ได้ว่ากล่าวแต่อย่างใด จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว และก็เดินทางกลับ
 
                         "ท่านก็ไปทั้งเหนือ และอีสาน เพราะงานทำบุญ รำลึก ผรท. มีอยู่ทุกพื้นที่ ก็เหมือนเป็นหนี้ทางใจ เมื่อคนเหล่านั้นเขาวางอาวุธ เราก็สัญญาที่จะดูแล ก็ต้องตอบแทนเขา พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ตำรวจที่อยากได้ดี ก็ใส่ร้ายไว้ก่อน อยากขึ้นเป็นใหญ่ ต้องไปดูว่าใครให้ข่าว ทั้งนี้ อดีตนายกฯ ท่านเป็นคนเสียสละให้บ้านเมืองมหาศาล จะมาทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร คนที่อยากได้ดีบนความทุกข์ของคนอื่น ขอให้ดูว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอให้นึกไว้ว่า เป็นคน ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางใหญ่ไปกว่าโลงได้" นายทหารใกล้ชิดอดีตนายกฯ กล่าวและว่า สำหรับเหตุการณ์ระเบิดที่เกาะสมุย  มองว่า รูปแบบการประกอบระเบิดจะเป็นเหมือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คนพวกนี้เป็นพวกที่มีอุดมการณ์ คงไม่น่าจะไปรับจ้างทำงานแบบนี้
 
 
 
ล้อมคอก ติดตั้งซีซีทีวีเพิ่ม เชื่อ 3 พันตัวปลอดภัย
 
 
                         นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า กรณีเกิดเหตุคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ในส่วนของทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ล่าสุด ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยสูงสุดในสถานที่สำคัญ เช่น ศาลากลางจังหวัด สำนักงานศาลจังหวัด สำนักงานศาลภาค 8 และสถานท่องเที่ยวที่สำคัญ เกาะสมุย เกาะพะงัน เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ และในย่านแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะงานฟูลมูลปาร์ตี้ ที่จะมาถึงในวันเสาร์ที่ 2 พ.ค.นี้ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินับหมื่นคน ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว และยอมรับว่า กล้องวงจรปิดยังน้อยมาก 
 
                         ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือภาคเอกชนเร่งติดตั้งกล้องวงปิดเพิ่มขึ้นอีกในแหล่งที่ล่อแหลม และเจ้าหน้าที่รัฐต้องคุมเข้มท่าเรือเข้าออกทุกจุด ตลอดจนบุคคลต้องสงสัย ชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่จะต้องช่วยกันดูแล เพราะฟูลมูนปาร์ตี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของโลก ทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล
 
                         นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์บนเกาะสมุย ทำให้หลายฝ่ายมีความตื่นตัวมาก โดยเฉพาะมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและประชาชน โดยทางเทศบาลได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบเกาะและจุดเสี่ยงในพื้นที่แล้วกว่า 300 จุด แต่ยังไม่เพียงพอ จึงได้ของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งที่ผ่านทางจังหวัด และผ่านทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตั้งเพิ่มอีก หากเป็นไปได้ในอนาคต ถ้ารวมกล้องวงจรปิดของภาครัฐกับเอกชนที่อยู่ในเกาะสมุยได้ประมาณ 3,000 ตัว เชื่อว่าเกาะสมุยปลอดภัยอย่างแน่นอน โดยที่มีอยู่ตอนนี้ทั้งของเทศบาลกับเอกชนมีอยู่ประมาณ 1,000 กว่าตัว ที่ยังขาดอยู่ คือ ตามซอกซอยต่างๆ รวมทั้งแหล่งชุมชนบางจุดยังไม่มีกล้องวงจรปิด
 
                         ส่วนการดูแลท่าเทียบเรือ และสนามบิน จะเชิญผู้ประกอบการบริษัทเรือโดยสารข้ามฟาก สนามบินสมุย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมถึงการจัดระบบตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะที่เข้าออกเกาะสมุยให้รัดกุมมากขึ้น ส่วนมาตรการระยะยาวจะมีการตรวจสอบประวัติประชากรแฝงกว่า 2 แสนคน ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยใน อ.เกาะสมุย ขณะที่ประชากรในพื้นที่จริงมีประมาณ 6 หมื่นคน ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางหมุนเวียนเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ ประมาณวันละ 3,000 คน