
จัดระเบียบขนส่งมวลชนเชียงใหม่...รับเออีซี !
20 เม.ย. 2558
จัดระเบียบขนส่งมวลชนเชียงใหม่...รับเออีซี ! : โดย...ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ
ด้วยศักยภาพความเป็นเมืองท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน ปัญหาจราจร จึงเป็นสิ่งควบคู่กับเมืองใหญ่ๆ "เชียงใหม่" ก็หนีไม่พ้นกับบ่วงนี้ การจัดระบบขนส่งมวลชนจึงจำเป็นมากสำหรับการรองรับการขยายตัวของเมือง ล่าสุดสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ จึงมีโครงการศึกษาวิจัยระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่กระทบต่อมวลชนและสิ่งแวดล้อม
โครงการดังกล่าวมีการจัดจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นที่ปรึกษาโครงการ ในวงเงิน 30 ล้านบาท ศึกษาผลกระทบจากปัญหาจราจรและระบบขนส่งมวลชนที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รองรับความต้องการเดินทางของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ยังจะมีการศึกษาระบบที่จะเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ข้างเคียงทั้ง จ.ลำพูน และจ.ลำปางด้วย โดยมีกำหนดระยะเวลาศึกษาจนแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2558 นี้
"ต้องยอมรับว่า เมืองเชียงใหม่ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาการจราจรอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและฤดูท่องเที่ยว เนื่องจากการเติบโตของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีจำนวนประชากรแฝงและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สำนักงานพัฒนาพิงคนครจึงนำเสนอโครงการระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่และพื้นที่เชื่อมโยง ได้แก่ จ.ลำพูน และจ.ลำปาง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่หนาแน่น สนับสนุนการท่องเที่ยวและรองรับการเจริญเติบโต ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าและโลจิสติกส์ในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้" ศราวุฒิ ศรีศกุน ผอ.สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ชี้แจง
นอกจากนี้ยังจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาการจราจร อุบัติเหตุ และมลภาวะในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) โครงการดังกล่าวเป็นการออกแบบระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะสม ศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ การเงิน ผลกระทบของชุมชนและสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร การเกิดอุบัติเหตุและมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งศึกษารูปแบบการลงทุนที่เป็นไปได้ รูปแบบการส่งมอบงานที่เหมาะสม ตลอดจนองค์กรและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่และทดลองปฏิบัติการเดินรถร่วมกับสองแถวเพื่อทำให้เกิดระบบรถประจำเส้นทางได้ในทางปฏิบัติ
ในโครงการนี้มีการศึกษาทุกระบบที่มีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม มีความไปได้มากที่จะเป็นรถราง เนื่องจากเป็นระบบที่เหมาะสมกับเมืองที่มีความแออัดอย่างเมืองเชียงใหม่ ขณะเดียวกันจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการทำระบบใต้ดิน โดยเฉพาะเส้นทางในเขตคูเมืองเชียงใหม่เพื่อเป็นทางเลือกด้วย ทั้งนี้ หากได้ผลการศึกษาระบบที่เหมาะสมและได้รับการอนุมัติโครงการลงทุนจากรัฐบาล คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้ประมาณ 3 ปี และใช้เงินลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท สำหรับระบบขนส่งมวลชนที่มีเส้นทางรอบตัวเมืองเชียงใหม่ระยะทางรวมประมาณ 32 กิโลเมตร
การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของ จ.เชียงใหม่ ในปัจจุบันยังตามหลังจังหวัดใหญ่อื่นๆ อย่าง จ.ขอนแก่น นครราชสีมา และภูเก็ต ที่มีการพัฒนาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ซึ่ง ศราวุฒิ ก็ยอมรับว่า เชียงใหม่มีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาให้ทัน โดยการศึกษาโครงการนี้เมื่อแล้วเสร็จจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และรัฐบาล เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะสมของเชียงใหม่ต่อไป
สอดรับกับแนวทางของ ผศ.ประพัฒน์ เชื้อไทย รองอธิการบดีด้านบริหาร ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่ได้ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปัจจุบันพบสัดส่วนการใช้รถส่วนตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 91 และจำนวนยานพาหนะที่สัญจรบนท้องถนน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 ต่อปี และไม่มีระบบขนส่งมวลชนรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ต่อปี นอกจากนั้นจากการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตการจราจรอาจติดขัดถึงขั้นวิกฤติในเขตถนนวงแหวนรอบที่ 1 และแผ่ขยายไปยังถนนสายหลักทั่วเขตผังเมืองเชียงใหม่และยังกระทบต่อคุณภาพอากาศ ก่อให้เกิดมลภาวะอย่างมาก
"ระบบขนส่งมวลชนที่กำลังศึกษาวิจัยจะสามารถลดปัญหาการจราจร และการขนส่ง รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาเมือง และโครงสร้างที่สำคัญรองรับการเจริญเติบโตของเมืองเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางของภาคเหนือตอนบน ทั้งยังส่งเสริมและรองรับการบริการนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาใน จ.เชียงใหม่ จำนวนมากในแต่ละปี รวมทั้งลดความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อมและพลังงาน อีกด้วย” ผศ.ประพัฒน์ ทิ้งท้าย
ในเมื่อเชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่และศูนย์กลางของภาคเหนือ ทั้งด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว มีผู้คนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดระบบขนส่งมวลชนที่ชัดเจนเป็นรูปร่าง ซึ่งปัจจุบันมีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เกิดระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อเชื่อมโยงขนส่งผู้คนทั้งภายในเมืองเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง
รองพ่อเมืองเชียงใหม่ ชนะ แพ่งพิบูลย์ ชี้แจงว่า การทดลองระบบในช่วงที่ผ่านมาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ถึงกับล้มเหลว เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดระเบียบการเดินรถสองแถว แต่โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันให้เกิดระบบที่เหมาะสมขึ้นใช้ได้จริงในอนาคต
"ควรจะมีระบบขนส่งมวลชน ที่ตอบรับกับจำนวนประชากรและนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมหาศาล ซึ่งจริงๆ ควรจะมีมานานแล้วด้วยซ้ำ เพื่อระบายการสัญจรและลดความวุ่นวายบนท้องถนน รวมทั้งลดยานพาหนะส่วนตัว ซึ่งนับวันยิ่งแทบจะล้นทะลักภายในตัวเมือง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือฤดูท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกัน ระบบขนส่งมวลชนที่จะสร้างขึ้นมานั้นต้องไม่บดบังทัศนียภาพ ทำลายเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมเก่าแก่ของเชียงใหม่ด้วย" ศักดา ดาราวรรณ ผู้นำเครือข่ายรักษ์แม่ปิง กล่าวเสริม
ในฐานะที่เขาเคยมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับระบบขนส่งมวลชนภายในเมืองโบโกต้า เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบียมาก่อนนั้น จึงมีข้อเสนอที่น่าสนใจ "หากจะมีระบบขนส่งมวลชนที่จะรองรับและเข้ากับขนาดของตัวเมืองเชียงใหม่ ควรจะเป็นระบบรางพื้นราบ หรือระบบบีอาร์ที ซึ่งจะตอบรับและตอบโจทย์ลักษณะการใช้งานของเมือง ทั้งยังมีงบการก่อสร้างที่น้อยกว่าระบบรางยกสูง ลอยฟ้าหรือใต้ดิน"
แต่กระนั้นไม่ว่าผลการศึกษาจะออกมาในรูปแบบไหน สิ่งสำคัญก็คือ เป้าหมายควรจะมุ่งเน้นเพื่อรองรับความสะดวกสบายของมวลชน เพิ่มศักยภาพสร้างความเจริญให้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุนในภาคเหนือ ไม่ใช่เพื่อรองรับผลประโยชน์ตอบสนองคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น..!!!
--------------------
(จัดระเบียบขนส่งมวลชนเชียงใหม่...รับเออีซี ! : โดย...ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ)



