ข่าว

รักษาตัว (บัตร) รอดเป็นยอดดี

รักษาตัว (บัตร) รอดเป็นยอดดี

20 เม.ย. 2558

เพื่อนแท้การเงิน : รักษาตัว (บัตร) รอดเป็นยอดดี : โดย...ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. www.1213.or.th โทร 1213

 
                       ถ้าถามถึงสิ่งมีค่าในกระเป๋าสตางค์ของเรา สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็น่าจะเป็นเงินสด แต่เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่มีมากกว่านั้นครับ เพราะยังมีสิ่งอื่นๆ เช่น บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต และบัตรเครดิตด้วย ที่แม้จะเป็นแค่บัตรพลาสติกธรรมดา แต่บัตรทั้ง 3 ประเภทสามารถใช้กดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หรือหากเป็นบัตรเดบิตและเครดิตก็จะนำไปรูดซื้อสินค้าหรือบริการได้ด้วย ดังนั้น บัตรเหล่านี้จึงควรได้รับการดูแลรักษาเสมือนเงินสดในกระเป๋าของเราครับ
 
                       เริ่มตั้งแต่วันที่เราได้บัตรมาครอบครอง ให้จดข้อมูลของบัตร และเบอร์ติดต่อสถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ออกบัตรเก็บไว้ในที่ที่เราจำได้และหาง่าย เผื่อไว้ติดต่อได้ทันทีหากบัตรหาย นอกจากบัตรแล้วรหัสบัตรก็สำคัญนะครับ เพราะเหมือนกุญแจบ้าน ถ้าใครได้ไปก็ไขเข้าบ้านเราได้ง่ายขึ้นครับ และยิ่งถ้าทั้งบัตรและรหัสของเราตกไปอยู่ในมือคนอื่น ก็เท่ากับว่าเขาจะเข้าออกบ้านเราได้สบาย 
 
                       จึงไม่ควรบอกรหัสให้ใครรู้ และควรเปลี่ยนรหัสบัตรทันทีเมื่อได้รับมาจากผู้ออกบัตร แต่อย่าตั้งรหัสที่ง่ายต่อการเดา เช่น วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ เพราะถ้าคิดว่าตั้งง่ายทำให้เราจำได้ คนอื่นก็เดาได้ง่ายเช่นกันครับ 
 
                       เมื่อถึงเวลาต้องใช้บัตร เช่น จะไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก็ควรเลือกตู้ที่ไม่ตั้งอยู่ในที่เปลี่ยว เวลากดรหัสควรใช้มือป้องแป้นตัวเลขไว้ เพื่อกันไม่ให้คนที่มาต่อท้ายหรือกล้องที่มิจฉาชีพอาจจะนำมาติดไว้เห็นว่าเรากดเลขอะไรบ้าง เวลาใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ ควรเลือกร้านค้าที่ดูน่าเชื่อถือ และไม่ควรให้บัตรอยู่นอกสายตานะครับ เพราะปัจจุบันนี้แค่เสี้ยวนาทีก็สามารถคัดลอกข้อมูลในบัตรไปได้แล้ว 
 
                       ดังนั้น เวลาชำระเงินด้วยบัตรก็ควรเดินตามพนักงานขายไปที่จุดจ่ายเงินทุกครั้ง และเมื่อได้รับสลิปควรตรวจทานยอดเงินในสลิปก่อนว่าจำนวนเงินตรงกับราคาสินค้าที่ซื้อหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะได้ให้ทางร้านแก้ไขได้ในทันที
 
                       สุดท้ายหากบัตรหายหรือถูกขโมย ควรรีบโทรแจ้งผู้ออกบัตรให้อายัดบัตรโดยเร็ว แต่ที่ผมกังวลมากกว่าคือบัตรหายแล้วไม่รู้ว่าหาย เนื่องจากมีบัตรหลายใบ ใครมาหยิบไปสักใบก็ไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีเมื่อมีใบแจ้งหนี้มาให้ชำระเงิน กลายเป็นว่าเราต้องมารับภาระหนี้ในบัตรทั้งที่ไม่ได้เป็นคนใช้ เจ้าของบัตรจึงควรหมั่นตรวจสอบบัตรในกระเป๋าว่ายังอยู่ครบดีหรือเปล่า หรือถ้าจะให้ดี มีบัตรแค่พอใช้ 1-2 ใบก็พอครับ 
 
                       ข้อดีข้อที่หนึ่งคือ ถ้าหายไปเราจะสังเกตได้ง่าย และข้อที่สองก็คือการมีบัตรมาก ภาระความรับผิดชอบก็มากตามนะครับ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีวงเงินในบัตรเครดิตบัตร 40,000 บาทต่อใบ ถ้าบัตรหายไปสัก 3 ใบ ภาระที่เราต้องรับผิดชอบทั้งที่ไม่ได้ก่อก็อาจสูงถึง 120,000 บาทเชียวนะครับ แต่ถ้าคิดว่าการมีบัตรหลายๆ ใบยังจำเป็นสำหรับเรา ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังและใส่ใจเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้นนะครับ
 
 
 
 
 
---------------------
 
(เพื่อนแท้การเงิน : รักษาตัว (บัตร) รอดเป็นยอดดี : โดย...ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. www.1213.or.th โทร 1213)