ข่าว

จับมือภาคเอกชนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

จับมือภาคเอกชนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

20 เม.ย. 2558

จับมือภาคเอกชนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

 
                       สสส.ลงนามความร่วมมือกลุ่มมิตรผล จับมือภาคเอกชนเป็นทางการครั้งแรก ร่วมพัฒนาชุมชน 9 ตำบล หวังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกิดต้นแบบชุมชนพึ่งพาตนเอง เข้มแข็งยั่งยืน เล็งต่อยอดสร้าง “ศูนย์เรียนรู้” เกษตรพืชเชิงเดี่ยว
 
                       ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เพราะต้องการเห็นชุมชนท้องถิ่นมีความสุขและสังคมไทยมีความเข้มแข็ง เชื่อว่าการจะสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่นั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญเป็นลำดับแรกอยู่ที่ชุมชนท้องถิ่นจะต้องยืนได้ด้วยตัวเอง 
 
                       สสส.จึงเริ่มผลักดันเครือข่ายตำบลสุขภาวะมาตั้งแต่ปี 2552 เพื่อหวังให้เป็นก้าวแรกของการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนขยายผลมาสู่ความร่วมมือกับกลุ่มมิตรผล ซึ่งการประสานการทำงานอย่างเข้มแข็งระหว่าง สสส.และกลุ่มมิตรผล ในโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
 
                       นอกจากจะเป็นเจตนารมณ์ที่ดีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชุมชมทุกมิติ เพื่อให้เกิดสุขภาวะอย่างแท้จริงแล้ว ยังถือเป็นแบบอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาสังคมและส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถยกระดับไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบและถ่ายทอดความรู้ให้แก่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงยังสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนในการพึ่งพาตนเองอย่างพอเพียงและสร้างความสุขได้อย่างยั่งยืน
 
                       ด้านนายสมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส.กล่าวว่า เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่  โดยการสนับสนุนของ สสส. ทำงานร่วมกันและเรียนรู้นำสู่การปฏิบัติในพื้นที่ต่อเนื่องมา 5 ปี โดยรูปธรรมชัดเจนคือการหนุนเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเองและการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนท้องถิ่นให้ทำหน้าที่สร้างความร่วมมือและพัฒนาความเป็นพลเมืองคนในชุมชน จนถึงปัจจุบันนี้เครือข่ายมี “ศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการสุขภาวะชุมชน” ถึง 91 แห่ง ทำหน้าที่ทั้งสร้างการเรียนรู้และการจัดการเครือข่าย มีพื้นที่ปฏิบัติการในเขตความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ายกว่า 2,500 แห่ง
 
                       ปี 2558 เป็นปีแห่งความพร้อมของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 5 ด้าน คือ พลังผู้นำ พลังข้อมูล พลังวิชาการ พลังองค์กร พลังปัญญา พลังทั้งเป็นทุนและศักยภาพของเครือข่ายในการประสานความร่มมือและบูรณาการเข้าสู่ภารกิจขององค์กรจนเป็นวิถีปฏิบัติของคนในชุมชน
 
                       เครือข่ายจึงเห็นพ้องกันในการร่วมมือกับบริษัทมิตรผล คือ 1. การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และตำบล 2.การสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายเกษตรกร ให้มีขีดความสามารถในการจัดการเรื่องความมั่นคงทางอาหาร การประกอบสัมมาอาชีพเสริมในช่วงที่มีเวลาว่าง แม้ว่าจะทำการเกษตรพืชเชิงเดี่ยวเป็นหลัก โดย สสส.จะร่วมพัฒนาให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้” สำหรับเกษตรกรที่ทำไร่พืชเชิงเดี่ยว
 
                       3.สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการแปลงและการจัดการพื้นที่สำหรับผลิตอาหารสำหรับครอบครัวตนเอง
 
                       สำหรับการร่วมมือครั้งนี้ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง “การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยบูรณาการองค์ความรู้จากภาครัฐและแนวทางการบริหารจัดการของภาคเอกชน เพื่อร่วมสร้างสุขภาวะที่เข้มแข็งในพื้นที่ 9 ตำบล เช่น ต.บ้านแก้ง และต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ, ต.บ้านเม็ง และต.กุดกว้าง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีชุมชนและผู้ขาดโอกาสในชุมชนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สุขภาวะ จิตใจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการตนเองเพื่อการพัฒนาและพึ่งพาตนเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน 
 
 
---------------------
 
 
สนับสนุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
 
                       นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผล มีเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมาภิบาลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกส่วนซึ่งรวมถึงเกษตรกรและชุมชน สามารถเติบโตและอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” 
 
                       ด้วยเหตุนี้จึงได้นำเสนอโครงการพัฒนาต่างๆ เริ่มตั้งแต่โครงการหมู่บ้านเพิ่มผลผลิตที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2545 เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกอ้อยที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้และผลกำไรให้แก่เกษตรกรต่อเนื่องมาจนถึงโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกด้าน นอกจากรายได้เชิงเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญที่กลุ่มมิตรผลได้ร่วมมือกับ สสส.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในสังคมไทยมาอย่างยาวนานและมีองค์ความรู้ที่สามารถส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติของตำบลมิตรผลร่วมพัฒนาให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยและชุมชนมีความอยู่ดีกินดี มีสุขภาวะในทุกด้านอย่างแท้จริง และเหนือสิ่งอื่นใดคือสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง
 
                       “กลุ่มมิตรผลจะสนับสนุนการพัฒนาอาชีพหลักของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การปลูกอ้อยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเน้นการสร้างอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ที่มีอยู่เดิม อาทิ การปลูกผัก เลี้ยงปลา เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนต่อไป นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเองและเกิดความภาคภูมิใจในการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน” นายกฤษฎา กล่าว
 
 
---------------------