ข่าว

สานพลังเรียนรู้ครูนักปฏิบัติ

สานพลังเรียนรู้ครูนักปฏิบัติ

20 เม.ย. 2558

ศธ.-สสส.จัดงานสานพลังเรียนรู้ครูนักปฏิบัติ ผุดโรงเรียนสุขภาวะกว่า 3,000 โรง หนุนเสริมปฏิรูประบบการศึกษาไทย

 
                       สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และมูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา (ไออาร์อีเอส) รวมพลังจัดงานประชุมวิชาการ “สานพลังเรียนรู้ ครูนักปฏิบัติ: คืนความสุขสู่ผู้เรียน” เพื่อหนุนปฏิรูประบบการศึกษาไทย   
 
                       พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังเปิดการประชุมวิชาการครั้งนี้ว่า ระบบการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกที่ทุกประเทศต่างมุ่งสร้างพลเมืองให้มีคุณภาพที่เพียงพอต่อการแข่งขันระดับนานาประเทศเพื่อเติมเต็มศักยภาพให้ประชากรมีทักษะในศตวรรษที่ 21 หรือระดับภูมิภาคที่มีการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ส่งผลต่อประเทศไทยต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง 
 
                       โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคนในชาติ ซึ่งแนวโน้มของการปฏิรูปการศึกษาที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นการวางรากฐานให้แก่ระบบการศึกษาไทยให้มีความมั่นคงต่อไปในระยะยาว ซึ่งต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาไทยที่ผ่านมามีปัญหา จากผลการสำรวจของสถาบันต่างๆ แสดงผลไม่เป็นที่น่าพอใจ 
 
                       ดังนั้นแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่กำลังขับเคลื่อนในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการปฏิรูปที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้เรียนเป็นหลัก 
 
                       กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการปรับการจัดการเรียนการสอนของครูที่มีต่อนักเรียน มากกว่าการปรับปรุงโครงสร้างและระบบการจัดการ โดยปัจจัยแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่งในการปฏิรูปครั้งนี้คือ “การพัฒนาครู” ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักสูตร ปรับปรุงระบบการทดสอบทางการศึกษา ต้องมีระบบการผลิตครูให้เอื้อต่อการจัดการศึกษาในรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีความสำคัญอย่างมากในอนาคต
 
                       ด้าน ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของคนตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่ปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น เยาวชน และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่มีความสำคัญและเป็นอนาคตของชาติ ปัจจุบันมีแนวโน้มคุณภาพลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งแอลกอฮอล์ บุหรี่ ความรุนแรง หรือการขาดโอกาสทางการศึกษา 
 
                       สสส.จึงได้สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและเพิ่มพฤติกรรมสุขภาพของเด็กและเยาวชนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการทำงานกับโรงเรียนเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่ สสส.ให้ความสำคัญ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพ ทักษะชีวิต และทักษะการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับอนาคต
 
                       โดยตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน สสส.ร่วมพัฒนา “โรงเรียนสุขภาวะ” ที่เป็นรูปธรรมกว่า 3,000 โรงเรียน ผ่านโครงการ และภาคีเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงเรียนแก้มใสเพื่อโภชนาการที่เหมาะสม หลักสูตรโรงเรียนปลอดบุหรี่ หลักสูตรรู้เท่าทันสื่อ ฯลฯ 
 
                       นอกจากนี้ยังมีการสร้างความร่วมมือกับคุรุสภา มหาวิทยาลัยราชภัฏนำร่อง 10 แห่ง และมูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา (ไออาร์อีเอส) ในการปฏิรูประบบการพัฒนาครูแนวใหม่ที่จะจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สามารถพัฒนาตนเองและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องได้ จะเห็นได้ว่างานที่ สสส.ร่วมดำเนินงานกับทั้งองค์กรหลักและภาคีเครือข่ายจะหนุนเสริมให้การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้เข้มแข็งสู่การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมได้ 
 
                       สำหรับการประชุมวิชาการสานพลังเรียนรู้ครั้งนี้ มีการนำเสนอบทบาทและวิธีการจัดการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปศึกษา ตั้งแต่ระดับห้องเรียน โรงเรียน และพื้นที่ จนถึงระดับชาติต่อไป