
ปะทะแก๊งยา'รองสวป.'พลีชีพ!
18 เม.ย. 2558
ตำรวจเชียงรายปะทะแก๊งค้ายาบ้า หลังทำการล่อซื้อ 4,000 เม็ด คนร้ายไหวตัวยิงกันสนั่นป่า รองสวป.-สายลับพลีชีพ ปูนบำเหน็จให้เพิ่มขั้นยศขึ้นอีก 5 ชั้นยศ 7 ขั้น
เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจพลีชีพระหว่างปะทะกับแก๊งค้ายาครั้งนี้ ถูกเปิดเผย เมื่อวันที่ 18 เมษายน โดย พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม รองผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า ได้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย
ถูกขบวนการค้ายาเสพติดยิงบาดเจ็บสาหัสเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีนายตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย คือ ร.ต.ต.เกรียงไกร พุ่มพฤกษาชาติ รองสว.สภ.ป่าแดด จ.เชียงราย ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย อายุ 54 ปี ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ใบหน้าและมีพลเรือน 1 คน
อายุ 30 ปี เป็นสายลับให้แก่เจ้าหน้าที่ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ แพทย์รีบทำการรักษาแต่ ร.ต.ต.เกรียงไกร เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสายลับอยู่ในอาการสาหัสก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา
รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้าจากชายแดนไปส่งขายให้แก่ผู้รับซื้อในพื้นที่ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย จึงส่งสายเข้าไปสืบหาข่าวกระทั่งสามารถติดต่อกับขบวนการดังกล่าวได้และทำทีเข้าไปติดต่อล่อซื้อโดยนัดหมายกันที่บริเวณชายป่าบ้านจะจ๋อ หมู่ 6 ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าไปดักซุ่ม รวมทั้งส่งคนเข้าไปติดต่อ แต่ปรากฏว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้นัดให้ไปในจุดที่ลึกเข้าไปในป่า ทำให้ ร.ต.ต.เกรียงไกร และสายลับ ต้องขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันตามไป โดยนัดหมายซื้อยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด เป็นเงินจำนวน 120,000 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดนัดหมายพบกลุ่มคนร้ายเป็นชาย 4 คน เดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันไป 2 คัน
“หลังจากได้ส่งมอบยาเสพติดและเงินกันแล้ว กลุ่มคนร้ายทั้งหมดไหวตัวอาศัยจังหวะระยะประชิดใช้อาวุธปืนยิงใส่ ร.ต.ต.เกรียงไกร และสายลับจนล้มลงก่อนจะเกิดปะทะกันขึ้น โดยคนร้ายทั้ง 4 คน ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุก่อนจะหอบเอาเงินสดวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า หลังการปะทะเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และนำตัว ร.ต.ต.เกรียงไกร และสายลับส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วนของกลางเป็นรถจักรยานยนต์และยาบ้า เจ้าหน้าที่สามารถยึดเป็นของกลางไว้ได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกหาข่าวและติดตามจับกุมคนร้ายแล้ว คาดว่าหลบหนีอยู่ในเขตป่าจึงได้ประสานกับหน่วยงานใกล้เคียงเพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
ต่อมา เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการตำรวจ และเพื่อนร่วมรุ่น ได้ร่วมกันประกอบพิธีรดน้ำศพ ร.ต.ต.เกรียงไกร ที่วัดเชียงยืน ชุมชนสันโค้งหลวง อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวจำนวน 2,510,620 บาท หลังจากทำพิธีรดน้ำศพเสร็จแล้วได้เคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนาเดิม บ้านป่าแงะ หมู่ 1 ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และมีกำหนดจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ
ฌาปนสถานบ้านป่าแงะในวันที่ 23 เมษายน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ร.ต.ต.เกรียงไกร เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความกล้าหาญ ทุ่มเท และเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับการที่ต้องเสียสละชีวิตในครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะปูนบำเหน็จให้เพิ่มขั้นยศขึ้นอีก 5 ชั้นยศ 7 ขั้น รวมทั้งให้การช่วยเหลือตามสิทธิ์โดยเร็ว สำหรับบุตรชายของ ร.ต.ต.เกรียงไกร มีความประสงค์จะเข้ารับราชการตำรวจ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ที่บุตรชายจะได้รับ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า สำหรับสายลับที่เสียชีวิตในขณะร่วมปฏิบัติหน้าที่ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในฐานะผู้ที่เป็นพลเมืองดี ที่ช่วยเหลืองานของเจ้าหน้าที่จนตัวเองต้องเสียชีวิต สำหรับความคืบหน้าของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม จึงยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับคนกลุ่มนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ออกสืบสวนสอบสวนสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น
“สำหรับการสูญเสียครั้งนี้ ทางผู้บังคับบัญชาทุกฝ่ายคงจะไม่โทษใครเพราะเหตุได้เกิดขึ้นแล้ว ในอนาคตก็คงจะมีการจัดวางมาตรการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก โดยสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันนั้นทางรัฐบาลก็ให้ความสำคัญในฐานะเป็นวาระแห่งชาติโดยทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ทำให้สถานการณ์การลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่เคยลักลอบนำเข้าทางพื้นที่ภาคเหนือได้หันไปลักลอบนำเข้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการป้องกันทางด้านนี้”
ด้าน ผู้ใหญ่บ้านป่าแงะ อายุ 52 ปี ภรรยา ร.ต.ต.เกรียงไกร กล่าวว่า มีบุตรกับ ร.ต.ต.เกรียงไกร 2 คน คือ บุตรชาย เรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชั้นปีที่ 4 และบุตรสาว เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งภายหลังสามีเสียชีวิตก็คงจะให้บุตรชายสานต่อการเป็นตำรวจจากบิดาต่อไป
ร.ต.ต.เกรียงไกร เริ่มรับราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2523 เป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ชั้นประทวนรุ่นที่ 8/23 และได้โอนย้ายมาเป็นตำรวจภูธรเมื่อประมาณ 10 ปี ก่อนจะได้ขึ้นเป็นนายตำรวจปี 2553 โดยย้ายจาก สภ.ป่าแดด ไปอยู่ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และได้ชื่อว่าเป็นตำรวจมือปราบยาเสพติด แม้ญาติจะเคยขอให้กลับไปทำงานที่ สภ.ป่าแดด เพราะอายุมากแล้วแต่เจ้าตัวยังยืนยันจะทำงานด้านนี้เช่นเดิม จนเกิดการปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในครั้งนี้



