
ซิตี้มือเติบใช้เงินซื้อนักเตะเฉียด 16,500 ล้าน ล่าสุดให้บายอร์ 5 ปี 3,300 ล้าน
แมนฯ ซิตี้ เศรษฐีใหม่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ได้ตัว เอมมานูเอล อเดบายอร์ หัวหอกทีมชาติโตโก ของอาร์เซนอล หนึ่งในกลุ่มทีม "บิ๊กโฟร์" พรีเมียร์ลีก ด้วยการยื่นค่าตัวให้ "ปืนโต" 25 ล้านปอนด์ (1,375 ล้านบาท) และยอมจ่ายค่าแรงให้ดาวยิงวัยเบญจเพสผู้นี้ ในสัญญาว่า
ซึ่งเป็นค่าแรงที่มากกว่าเดิมที่ได้รับจาก "ปืนโต" เกือบครึ่งเท่าตัว เพราะการต่อสัญญาว่าจ้างในถิ่นเอมิเรตส์หนล่าสุด เมื่อฤดูกาลแข่งขันก่อน เขาได้ค่าเหนื่อย 80,000 ปอนด์ (4.4 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
และหากการซื้อ "บายอร์" สำเร็จ หลังจาก "เรือใบสีฟ้า" เดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ เพื่อเก็บตัวเตรียมทีมก่อนเปิดซีซั่นใหม่ในสัปดาห์หน้า รวมถึงการได้ตัว จอห์น เทอร์รี เซ็นเตอร์แบ็กกัปตันทีมเชลซี แชมป์เอฟเอ คัพ ใน 2 สัปดาห์ถัดไป ด้วยค่าตัวประมาณ 40 ล้านปอนด์ (2,200 ล้านบาท) พร้อมค่าจ้างอีก 250,000 ปอนด์ (13.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ จะทำให้ "เดอะ ซิตี้เซนส์" ในยุคของ ชีค มันซูร์ บิน ซาเอด อัล นาห์ยาน เป็นเจ้าของ ใช้เงินมูลค่ารวมสำหรับการซื้อผู้เล่นในช่วงฤดูร้อนนี้ทั้งหมดเป็นจำนวน 300 ล้านปอนด์ (16,500 ล้านบาท)
เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เพิ่งใช้เงินก้อนตัวในการนำเข้า คาร์ลอส เตเบซ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา ด้วยค่าตัว 25.5 ล้านปอนด์ (1,402.5 ล้านบาท) กับค่าจ้างสัปดาห์ละ 150,000 ปอนด์ (8.25 ล้านบาท) ตลอดอายุงาน 5 ปี ทำให้ดาวยิง "ฟ้าขาว" ผู้นี้มีมูลค่ารวม 64 ล้านปอนด์ (3,520 ล้านบาท)
รวมถึง โรเก้ ซานตา ครูซ กองหน้าทีมชาติปารากวัย ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ (990 ล้านบาท) กับค่าจ้างสัปดาห์ละ 80,000 ปอนด์ (4.4 ล้านบาท) และแกเร็ธ แบร์รี กองกลางสารพัดประโยชน์ทีมชาติอังกฤษ ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (660 ล้านบาท) กับค่าจ้างสัปดาห์ละ 90,000 ปอนด์ (4.95 ล้านบาท)
แถมเมื่อฤดูกาลก่อนก็เพิ่งซื้อ โรบินโญ่ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติบราซิลมาด้วยค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ (1,787.5 ล้านบาท) นับเป็นสถิติสูงสุดของการซื้อขายนักฟุตบอลอาชีพของทีมในสหราชอาณาจักร รวมถึงนักเตะคนอื่นที่มีดีกรีทีมชาติติดตัวอีก 9 คน รวมเป็นเงิน 70 ล้านปอนด์ (3,850 ล้านบาท)



