
คุมณมนพรรณ์แก๊งยูฟันฝากขังศาล
18 เม.ย. 2558
ปคบ.คุม ณมนพรรณ์ แก๊งยูฟันฝากขัง ขณะที่ศาลไม่ให้ประกันหวั่นหลบหนี หลังเจ้าตัวยื่นเงินสด 3 ล้านขอปล่อยตัว
18 เม.ย.58 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 18 เม.ย.58 เวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ชัชวาลย์ พิมพ์ศรี พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ควบคุมตัว น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต อายุ 41 ปี ที่อยู่ 3173 ซ.พหลโยธิน 69/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ผู้ต้องหาแก๊งยูฟันสโตร์ ตามหมายจับศาลอาญา คดีฉ้อโกงประชาชน มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 – 29 เม.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 30 ปาก รวมทั้งสอบปากคำผู้เสียอีกจำนวนมาก และรอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ขณะที่การฝากขังผู้ต้องหารายนี้ พนักงานสอบสวนไม้ได้คัดค้านการให้ประตัวแต่อย่างใด
ตามคำร้องฝากขัง บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.58 เวลา 13.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.ณมนพรรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 741/2558 ลงวันที่ 15 เม.ย.58 ที่ถูกกล่าวหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5,12,15 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 สืบเนื่องพฤติการณ์ที่ บริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด กับพวกผู้ต้องหา ไม่ได้จำหน่ายสินค้า 3 รายการ ตามที่บริษัทได้ยื่นคำขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง ตาม พ.ร.บ.ขายตรง พ.ศ.2545 แต่กลับเสนอขายหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ จำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า “U – TOKEN” ซึ่งบริษัทกำหนดขึ้นเอง และไม่ใช่สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แต่อย่างใด นอกจากนั้นยังใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นชักชวนบุคคลให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผ่านทางเว็บไซต์เพื่อระดมทุนโดยการซื้อหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีเงินหมุนเวียน 2 หมื่นล้านบาท การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน น.ส.ณมนพรรณ์ ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ขณะที่ น.ส.ณมนพรรณ์ ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 3 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ปคบ. ก็ได้ควบคุมตัวนายไชธร ทองหล่อเลิศ อายุ 41 ปี ผู้ที่รับโอแงเงิน-จ่ายเงิน จากผู้บริหารบริษัท ยูฟัน ฯ ,ว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดช วรงค์ อายุ 39 ปี ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ยูฟัน ฯ ,นายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ อายุ 34 ปี ผู้ร่วมขบวนการสำคัญในการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชวนเชื่อทางสื่อออนไลน์ และนายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า อายุ 40 ปี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ในความผิดเดียวกันนี้ ซึ่งผู้ต้องหาดังกล่าวปัจจุบันถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด
ศาลไม่ให้ประกัน ‘ณมนพรรณ์’ แก๊งยูฟัน หวั่นหลบหนี
18 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 13.00 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง ที่ น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาแก๊งยูฟันสโตร์ ยื่นเงินสด 3 ล้านบาทขอปล่อยชั่วคราวในการฝากขังครั้งแรก
โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า เป็นการร่วมกันกระทำผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการหลอกลวงประชาชนทั่วไป จนมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และมีการจับกุมผู้ต้องหาอื่นตามหมายจับของศาลได้บางส่วน และศาลไม่ได้อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ส่วนผู้ต้องหาบางส่วนที่หลบหนีการจับกุมบางคนก็หลบหนีออกนอกประเทศ
เมื่อรับฟังประกอบคำร้องขอฝากขังกับพยานหลักฐานในชั้นที่ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้แล้ว ปรากฏหลักฐานว่า ผู้ต้องหานี้เป็นกรรมการบริษัทฯ ที่เกี่ยวพันกับบริษัท ยูฟันฯ โดยโอนเงินที่เชื่อได้ว่า เป็นเงินจากประชาชนที่ถูกหลอกลวงไปยังผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และอาศัยเป็นจุดเริ่มต้นในการหลอกลวงประชาชน
การกระทำของผู้ต้องหาจึงเชื่อมโยงกับการกระทำผิดของผู้ต้องหารายอื่น หากปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ต้องหานี้อาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัว น.ส.ณมนพรรณ์ ผู้ต้องหา ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง บางเขน
‘หรรษา’ เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยูฟันเข้ามอบตัวแล้ว
น.ส.หรรษา ธาราบัณฑิต น้องสาว น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ที่ถูกออกหมายจับพร้อมพวกรวม 12 คนก่อนหน้านี้ เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของน.ส.หรรษา ที่บ้านเลขที่ 40/10 หมู่บ้านอภิญญา ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แต่ไม่พบ น.ส.หรรษา อยู่ภายในบ้าน มีเพียงรถยนต์ 2 คัน และตู้เซฟอีก 1 ตู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน



