
สรรเสริญโต้บก.ลายจุดขายข้าวเชิงสัญลักษณ์
17 เม.ย. 2558
พล.ต.สรรเสริญ เตือน บก.ลายจุด ขายข้าวเชิงสัญลักษณ์โยงการเมือง ย้ำรัฐบาลจริงใจช่วยชาวนา เตือนอย่าล้ำเส้นเจอทบทวนแน่
17 เม.ย.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ระบุรัฐบาลไม่จริงใจต่อการช่วยชาวนานั้นว่า นายสมบัติคงลืมศึกษาข้อมูลภารกิจแรกที่ คสช.เข้ามาดำเนินการ คือ บริหารจัดการเพื่อนำเงินมาให้แก่ชาวนาที่ได้รับความเสียหายจากโครงการจำนำข้าวจากรัฐบาลของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่า 8 แสนคน วงเงิน 9.2 หมื่นล้านบาท
“สะท้อนให้เห็นชัดว่า รัฐบาลนี้เป็นห่วงชาวนาด้วยความสุจริตใจ มิได้อาศัยชาวนาเป็นเครื่องมือและช่องทางเพื่อแสวงหาโอกาสทุจริต” รองโฆษกรัฐบาล กล่าวและว่า สำหรับกิจกรรมรับซื้อข้าวแล้วเอามาขายต่อเป็นข้าวถุงของนายสมบัติ หากคิดอย่างมีสติ มีเหตุมีผล ไม่หวังผลทางการเมือง จะรู้ว่าเป็นเพียงการจัด event เชิงสัญลักษณ์ หรือหากมั่นใจว่าทำได้ ก็อยากให้ช่วยรับซื้อข้าวในโครงการทั้งหมด จะได้นำเงินมาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศนับแสนล้าน จากนโยบายรัฐบาลเดิม
นอกจากนี้ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายสมบัติยังอยู่ในรายชื่อผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองที่เคยถูกเรียกปรับทัศนคติ และรับปากกับฝ่ายความมั่นคงว่า จะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองให้เกิดความวุ่นวายอีก ดังนั้นการออกมาเคลื่อนไหวแบบไม่สร้างสรรค์เช่นนี้ อาจทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทบทวนมาตรการที่ใช้กับนายสมบัติต่อไป
‘สรรเสริญ’ ฟุ้งผลโพลล์สำรวจปชช.พอใจนโยบายรัฐบาลสูง
พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุรัฐบาลได้รับคะแนนผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือน ที่ 4.8ว่า รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน รวมทั้งจากผลสำรวจทุกสถาบันที่ออกมา สำหรับผลการสำรวจล่าสุดนั้น หากเข้าไปดูในรายละเอียดจะพบว่า มีการถามเป็นสองส่วนคือ ความพึงพอใจต่อแนวนโยบาย และการให้คะแนนผลการดำเนินงาน ซึ่งคะแนนความพึงพอใจในนโยบายอยู่ในระดับดีมากในระดับ 7-8 คะแนน ขณะที่คะแนนที่ได้น้อยคือคะแนนต่อผลการทำงานตามนโยบาย ซึ่งสะท้อนว่า การวางนโบายของรัฐบาลได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชนและภาคธุรกิจ เป็นการชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลมาถูกทาง
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวต่อว่าในส่วนของคะแนนผลงานที่ประชาชนยังให้คะแนนไม่สูงนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องนำกลับมาทบทวนวิธีการสื่อสารเผยแพร่ผลงานให้ประชาชนได้รับทราบอย่างกว้างทั่วถึง ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า การปฏิบัติตามนโยบายบางประการ เป็นเรื่องของการวางรากฐานสำหรับอนาคต รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว จึงอาจจะยังไม่ส่งผลให้ประชาชนเห็นได้ชัดเจนในช่วงระยะเวลาอันสั้นได้



