
'สงกรานต์' นาทีทองแท็กซี่เมืองกรุง
17 เม.ย. 2558
'สงกรานต์' นาทีทองแท็กซี่เมืองกรุง : โดย...นิธิศ นาเจริญ
ในช่วงที่มีวันหยุดยาวอย่างเทศกาลสงกรานต์ งานปีใหม่ของคนไทย ผู้ที่ใช้แรงงานในกรุงเทพมหานครจำนวนไม่น้อยจะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรืออาจจะไปท่องเที่ยวพักผ่อนในต่างจังหวัด
ยกเว้น ผู้ประกอบอาชีพบริการอย่างผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่เลือกใช้ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงนาทีทองในการหารายได้ ซึ่งผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่จำนวนไม่น้อยยังคงต้องขับรถแท็กซี่คู่ชีพตระเวนไปยังพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อรับส่งผู้โดยสาร โดยไม่มีโอกาสพักผ่อนเหมือนอาชีพอื่น ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาวันหยุดยาวไปกับการท่องเที่ยวพักผ่อนหรือทำกิจกรรมกับสมาชิกในครอบครัวอันเป็นที่รัก
“ทวี สมร” ที่จากแผ่นดินเกิด จ.ศรีสะเกษ มาผจญชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครมากว่า 30 ปี โดยยึดอาชีพขับรถแท็กซี่หาเลี้ยงครอบครัวมานาน อาศัยช่วงนาทีทองในวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ขับรถแท็กซี่ตระเวนหาลูกค้าตั้งแต่เวลา 06.00 น.ไปจนถึง 21.00 น. หรือราว 15 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อหาเงินไปส่งเสียบุตร 2 คน ที่อยู่ในวัยเล่าเรียน
“ผมไม่ได้กลับบ้านช่วงวันหยุดสงกรานต์มาหลายปีแล้ว ถามว่าคิดถึงบ้านมั้ย ก็คิดถึง อยากกลับบ้านเหมือนกัน แต่ช่วงสงกรานต์ในกรุงเทพมหานครแท็กซี่จะน้อย ส่วนผู้โดยสารจะมีความต้องการใช้บริการมากขึ้น เพราะไปไหนมาไหนสะดวกการจราจรไม่ติดขัดเหมือนช่วงปกติ ขับรถแท็กซี่ช่วงนี้จะมีรายได้มากกว่าช่วงปกติมากพอสมควร คุ้มค่าที่จะไม่มีวันหยุดเหมือนคนอื่นเขา คิดถึงบ้านก็ต้องทนเอา เพราะภาระที่รอเราอยู่คือค่าเล่าเรียนลูก 2 คน ที่จะต้องจ่ายในวันเปิดเทอม” นายทวี กล่าว
ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่รายนี้ ให้ข้อมูลด้วยว่า ในช่วงสงกรานต์ในระยะ 2-3 ปีหลัง จะมีนักท่องเที่ยวจากจีน สิงคโปร์ และกลุ่มประเทศอาเซี่ยน เข้ามาท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครมากขึ้น เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวในโซนยุโรป ซึ่งมักจะเรียกใช้บริการแท็กซี่ให้ไปส่งยังจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น ถนนสีลม ถนนข้าวสาร มากเป็นพิเศษ ซึ่งมีบางครั้งที่ต้องปฏิเสธผู้โดยสารที่เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยน้ำ
“ผมไม่อยากปฏิเสธหรอก แต่เพราะเบาะรถผมเป็นกำมะหยี่ หากเปียกน้ำนี่มันจะอับมาก ผู้โดยสารที่เปียกโชกมาทั้งตัว ผมก็จำเป็นต้องปฏิเสธ ก็พูดกับเขาดีๆ แนะนำให้ไปใช้บริการคันอื่นที่เป็นเบาะหนังมันจะไม่กระทบแค่ใช้ผ้าเช็ดก็แห้งแล้ว ซึ่งเขาก็เข้าใจนะ” คนขับรถแท็กซี่รายเดิมกล่าว
ไม่แตกต่างจาก “สุพจน์ หนูอินทร์” ที่จาก จ.พัทลุง มาขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพมหานครนานนับ 10 ปี กล่าวว่า ตัดสินใจไม่กลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดสงกรานต์มา 3-4 ปีแล้ว โดยอาศัยช่วงสงกรานต์ซึ่งเพื่อนร่วมอาชีพไม่น้อยหยุดงาน ขับรถแท็กซี่รับส่งผู้โดยสารหารายได้เลี้ยงครอบครัว
“ผมไม่อยากกลับบ้านช่วงสงกรานต์ เพราะคนเดินทางเยอะ ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถรา ระบบขนส่งต่างๆ ที่ใช้ในการเดินทางต้องเบียดต้องแย่งไปหมด ผมอยู่กรุงเทพฯ ขับแท็กซี่หาเงินดีกว่า เพราะช่วงวันหยุดยาวอย่างนี้ รถแท็กซี่จะน้อย รวมถึงรถเมล์และรถสาธารณะอื่นๆ ด้วย ผู้โดยสารเขาก็นิยมใช้แท็กซี่ในช่วงนี้นะ เพราะไปที่ไหนก็มีคนเล่นน้ำเขาไม่อยากเปียก เดินทางไปที่ไหนจึงเรียกแท็กซี่มากขึ้น ในช่วงวันธรรมดาผมขับทั้งวันหักโน่นหักนี่แล้วผมมีรายได้อยู่ประมาณ 600 บาทต่อวัน แต่ช่วงสงกรานต์ 2-3 วันมานี้ผมได้อยู่ประมาณ 900-1,000 บาทต่อวัน” นายสุพจน์ กล่าว
คนขับรถแท็กซี่ชาว จ.พัทลุง รายนี้บอกด้วยว่า สถานที่ที่ผู้โดยสารให้ไปส่งบ่อยในช่วงสงกรานต์คือสีลมและข้าวสาร โดยเฉพาะชาวต่างชาติ
“ส่วนใหญ่ผมจะไม่ปฏิเสธนะหากเขาตัวเปียกหน่อย หากไม่เลอะแป้งมามาก ผมก็รับ ปีนี้ดีหน่อยเขาห้ามเล่นแป้งกัน ทำให้ผู้โดยสารที่เรียกใช้บริการผมไม่ค่อยเปื้อนแป้งมา ต่างจากปีก่อนๆ บางคนเปื้อนมาทั้งตัว หากเป็นช่วงดึกๆ ใกล้เลิกแล้วผมก็รับนะ แล้วค่อยไปทำความสะอาดรถเอา นานทีปีละครั้งก็เข้าใจ แต่ถ้าเมามาด้วยนี่ ผมจำเป็นต้องปฏิเสธเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็จะพูดกับเขาไปดีๆ บอกให้ไปใช้คันอื่นนะครับ” นายสุพจน์ กล่าว
ปกติในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีรถแท็กซี่ให้บริการผู้โดยสารประมาณ 4 หมื่นคัน แต่ในช่วงวันหยุดยาวอย่างปีใหม่ หรือสงกรานต์ จะเหลือแท็กซี่ให้บริการผู้โดยสารราว 40 เปอร์เซ็นต์ หรือราวประมาณ 1 หมื่นคัน จึงถือเป็นช่วงเวลานาทีทองของผู้ขับขี่ที่ยังคงทำงานอยู่ในเมืองหลวง เพราะจะมีผู้โดยสารเรียกใช้บริการมากกว่าช่วงปกติ
---------------------
('สงกรานต์' นาทีทองแท็กซี่เมืองกรุง : โดย...นิธิศ นาเจริญ)



