ข่าว

ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่น รัฐบาลมีแต่ได้กับได้

ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่น รัฐบาลมีแต่ได้กับได้

17 เม.ย. 2558

ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่น รัฐบาลมีแต่ได้กับได้ : โดย...ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย สำนักข่าวเนชั่น

 
                          คดียักยอกทรัพย์ "สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด" เป็นคดีพิเศษในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2556 เริ่มแรกถือเป็นคดีที่เปิดตัวดี ด้วยการนำกำลังเข้ายึดทรัพย์เครือข่ายของ ศุภชัย ศรีศุภอักษร กว่า 3,000 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นการสอบสวนคดีที่มีวงเงินความเสียหาย 2.1 หมื่นล้านบาท ผู้เสียหาย 5.6 หมื่นราย ผูกพันถึงความอยู่รอดหรือล้มพังพาบของสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นๆ อีก 85 แห่ง กลับออกมาน่าผิดหวัง ดีเอสไอสั่งฟ้อง ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ สั่งไม่ฟ้อง จิรเดช วรเพียรกุล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ วัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ โดยอ้างว่าขาดเจตนาในการกระทำความผิด แต่แล้วคดีในส่วนของศุภชัยก็ไม่มีความคืบหน้าให้เห็นหลังจากอัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น
 
                          กระทั่งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำคดียักยอกส่วนขยายความเสียหาย 27 ล้านบาท เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลปัญหาอาชญากรรมพิเศษ 
 
                          คดีที่เสมือนถูกเป่าหาย...จึงถูกรื้อขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ ใช้พยานหลักฐานชุดเดิมที่ตรวจพบเมื่อ 2 ปีก่อน เพียงแต่รอบนี้สอบกันแบบละเอียดยิบ เพื่อเอาผิดทุกตัวบทกฎหมายภายใต้พนักงานสอบสวนใหม่ยกชุด โดยการสอบสวนเจาะลึกลงไปที่เช็ค 878 ฉบับ จึงเผยภาพให้เห็นถึงคอนเนกชั่น “ยักยอก ซื้อบุญ ฟอกเงิน” และสายใยที่เกาะเกี่ยวระหว่างกลุ่มทุนการเมือง ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มสีเสื้อ 
 
                          จากเบาะแสข้อมูลน่าเชื่อว่า “ศุภชัย” น่าจะมีทรัพย์สินซุกซ่อนไว้ในรูปของที่ดิน โดยเฉพาะที่ดินโดยรอบวัดพระธรรมกาย และวัดเครือข่ายในจังหวัดต่างๆ เป้าหมายคือการขยายฐานของวัด ปฏิบัติการทวงคืนเงินสหกรณ์ จึงเริ่มต้นขึ้นจากการบุกค้นบริษัทของสถาพร วัฒนาศิรินุกุล อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ที่มีชื่อรับเช็คสั่งจ่ายจากศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น ซึ่งบริษัทมีที่ตั้งไม่ห่างไปจากวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำไปสู่การออกหมายเรียกพระลูกวัดพรัธรรมกาย และพระธัมมชโย เข้าให้ปากคำชี้แจงการรับเช็คบริจาคนับพันล้านบาท 
 
                          ก่อนจะตีโอบเข้าไปตรวจสอบปมโอนขายที่ดินหลังวัดพระธรรมกาย 8 แปลง มูลค่า 298 ล้านบาท ระหว่างศุภชัยกับ น.ส.อลิสา อัศวโภคิน ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จนเป็นเหตุให้ดีเอสไอตั้งชุดสอบสวนเพื่อดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกับศุภชัยอีก 1 ฐานความผิด
 
                          ดีเอสไอยังได้สอบสวนเจาะเข้าไปในการปล่อยกู้ของสหกรณ์คลองจั่น ตามฐานข้อมูลเดิมที่พบว่า “ศุภชัย” ปล่อยกู้นับหมื่นล้านบาท รวม 33 สัญญา ให้แก่สมาชิกสมทบ 27 ราย ซึ่งตามระเบียบสหกรณ์จะปล่อยกู้ให้สมาชิกสมทบไม่ได้ การปล่อยกู้นอกกรอบจึงเป็นพิรุธต้องสงสัยว่า ไม่มีการกู้ยืมเงินจริง แต่เป็นการทำเอกสารสัญญาเพื่อปกปิดการหมุนเงินออกไปจากสหกรณ์คลองจั่น
 
                          โดยเฉพาะการปล่อยกู้ให้แก่ลูกหนี้สมทบ 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีที่ตั้งอยู่ภายในแฟลตคลองจั่นและอาคารยูทาวเวอร์ และเป็นบริษัทของศุภชัยเอง ดังนั้นผู้มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับสัญญาเงินกู้พิสดาร จึงต้องนำหลักฐานเข้าชี้แจงแก้โจทย์ร่วมกันยักยอกทรัพย์ให้ได้
 
                          หลังเปิดทำการสงกรานต์ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมเดินหน้าสอบสวนคดีฟอกเงินอีก 2 สำนวน ซึ่ง "สุวณา สุวรรณจูฑะ" อธิบดีดีเอสไอ เพิ่งอนุมัติรับเป็นคดีพิเศษ โดยให้แยกสอบสวนเป็นการฟอกเงินของศุภชัยและการฟอกเงินของอดีตพระสถาพร 
 
                          นอกจากนี้ ดีเอสไอเตรียมแยกชุดสอบสวนเพื่อสอบปากคำนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้รายใหญ่ของสหกรณ์คลองจั่นรวม 27 บริษัท โดยลูกหนี้ 10 ราย ที่มีชื่อศุภชัยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจนั้น พนักงานสอบสวนจะเข้าไปสอบปากคำนายศุภชัยในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายหลังดีเอสไอยื่นคำร้องขอฝากขังเป็นผัดที่ 2 พร้อมคัดค้านการประกันตัวไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา 
 
                          ส่วนทีมสอบสวนของ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าชุดสอบสวนแกะรอยเส้นทางการเงิน เตรียมประสานขอให้อัยการอนุมัติหมายเรียก พระธัมมชโย และพระเครือข่ายวัดพรัธรรมกาย เข้าให้ปากคำหลังสงกรานต์ 
 
                          นอกจากนี้ยังเร่งตรวจสอบธุรกรรมการเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อติดตามเงินกลับคืนมาให้ผู้เสียหาย โดยเบาะแสสำคัญหนีไม่พ้นรายชื่อบุคคลใน 5 ตระกูล ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินร่วมกับศุภชัย ซึ่งอยู่ในข่ายถูกตรวจสอบอย่างละเอียดว่า แต่ละคนถือครองทรัพย์สินอย่างไร และในห้วงเวลาที่มีการดำเนินคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น มีใครโอนซื้อขายที่ดินแปลงใดบ้าง โดยเป้าไม่น่าห่างไกลไปจากธรรมกายคอนเนกชั่นและวัดสาขาของธรรมกายในจังหวัดต่างๆ
 
                          หลังสุขสดชื่นกับการสาดน้ำสงกรานต์ จะได้เห็นคิวการเข้าให้ปากคำของบุคคลสำคัญ ที่เป็น "จิ๊กซอว์" ในมหากาพย์ยักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น รวมถึงการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นยึดอายัดอาคารบางแห่งใน กทม. และที่ดินซึ่งถูกโอนเปลี่ยนมือไปถือครองในชื่อบุคคลอื่น
 
                          คาดกันว่า คดียักยอกครั้งมโหฬาร...จะเป็นดัชนีชี้วัดอนาคตของดีเอสไอว่า สมควรคงอยู่ต่อไปเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนหรือไม่
 
                          แต่สำหรับรัฐบาล แค่เพียงรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่นขึ้นสอบสวนใหม่ พร้อมปฏิบัติการตามล่ายึดทรัพย์กระทบชิ่งไปมาทั้งกลุ่มทุนและฐานเสียงการเมือง ถือว่า "ยิงปืนนัดเดียว นกร่วงทั้งฝูง"
 
 
------------------------------
 
 
เปิดเอกชนเอี่ยวคดีคลองจั่น
 
 
                          สำหรับลูกหนี้ 27 บริษัท ที่ดีเอสไอจ่อออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำ ได้แก่ บริษัท อินเทลลิเจนท์ มาสเตอร์ โปรดักซ์ จำกัด มูลหนี้ 400 ล้านบาท, บริษัท ไรท์ ทอท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มูลหนี้ 407 ล้านบาท, กลุ่มออมทรัพย์ธิติดา มูลหนี้ 345 ล้านบาท, กลุ่มออมทรัพย์ฐิตินันท์ ทอย มูลหนี้ 298 ล้านบาท, บริษัท รัตนะธรรมอินเตอร์ ซัพพลาย จำกัด มูลหนี้ 430 ล้านบาท, บริษัท ณัฐวดี เอส.พี. จำกัด มูลหนี้ 360 ล้านบาท, บริษัท ดี แอนด์ เจ โกลเด้น โซล่า เพาเวอร์ จำกัด มูลหนี้ 400 ล้านบาท, บริษัท ไทยปิโตรพลัส จำกัด มูลหนี้ 297 ล้านบาท, บริษัท ไทยปิโตรพลัส เอ็กซพลอเรชั่น แอนด์ ดี เวลลอปเม้นท์ มูลหนี้ 1,500 ล้านบาท 
 
                          บริษัท ศรีศุภากร โฮลดิ้ง จำกัด มูลหนี้ 250 ล้านบาท, บริษัท ยูเนี่ยนอินเตอร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มูลหนี้ 400 ล้านบาท, บริษัท คิวทีวี คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลหนี้ 600 ล้านบาท, บริษัท แอนทาเรส คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลหนี้ 650 ล้านบาท, บริษัท อนันตศิลาบารมี มูลหนี้ 354 ล้านบาท, หจก.คูสลาฤทธิ์ มูลหนี้ 600 ล้านบาท, บริษัท โอเชี่ยนเวลล์ กรุ๊ป จำกัด มูลหนี้ 600 ล้านบาท, บริษัท โอเชี่ยนเวลล์ แอร์เวย์ส จำกัด มูลหนี้ 720 ล้านบาท, บริษัท รัฐประชา จำกัด มูลหนี้ 594 ล้านบาท
 
                          สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนรัฐประชา จำกัด มูลหนี้ 1,693 ล้านบาท, กองทุนเพื่อการพัฒนา มูลหนี้ 890 ล้านบาท, บริษัท มงคลเศรษฐีเอสเตท จำกัด มูลหนี้ 289 ล้านบาท, บริษัท แมเวอร์ โฮสติ้งส์ จำกัด มูลหนี้ 900 ล้านบาท, บริษัท ดรีม ธุรกิจ จำกัด มูลหนี้ 525 ล้านบาท, บริษัท แมนเทค อินเตอร์เนชั่นแนล ซัพพลาย จำกัด, มูลหนี้ 596 บาท บริษัท ช้างแก้วการเกษตร จำกัด มูลหนี้ 75 ล้านบาท, หจก.ศักดิ์เสรีพาณิชยกิจ มูลหนี้ 6 แสนบาท, บริษัท เค.พี.ซี.อินเตอร์เทรด จำกัด มูลหนี้ 3.8 ล้านบาท, บริษัท ทวี เฮ้าส์ แอนด์ บิลดิ้ง คอนสตรัคชั่น จำกัด มูลหนี้ 71 ล้านบาท
 
 
---------------------
 
(ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่น รัฐบาลมีแต่ได้กับได้ : โดย...ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย สำนักข่าวเนชั่น)