ข่าว

'บาร์ซา'ชี้ควรเฮบุกต้อนเปแอสเช

'บาร์ซา'ชี้ควรเฮบุกต้อนเปแอสเช

16 เม.ย. 2558

หลุยส์ เอ็นริเก คุยโวสมควรได้เฮ หลังบุกไปไล่ต้อนชนะ 'เปแอสเช' 3-1 ศึกยูฟ่า ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.

 
                          ศึกฟุตบอลสโมสรยุโรป "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก" รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา บาร์เซโลนา จ่าฝูงลาลีกา สเปน สามารถตุนความได้เปรียบเอาไว้ได้ หลังโชว์ฟอร์มเฉียบบุกไปไล่ต้อนชนะ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้ถึงปาร์ค เดส์ แปรงซ์ 3-1 โดยทีมเยือนจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 3-0 จาก เนย์มาร์ นาที 18 และหลุยส์ ซัวเรซ ซัดเบิ้ลอีก 2 เม็ดในนาที 67, 79 ส่วนเจ้าบ้านตามตีไข่แตกได้จาก เฌเรมี มาติเยอ กองหลังทีมเยือนทำเข้าประตูตัวเองในนาที 82 สำหรับเกมนัดที่ 2 จะไปเตะกันที่คัมป์ นู ซึ่งเป็นสนามเหย้าของบาร์เซโลนา ในวันอังคารที่ 21 เมษายนนี้
 
                          หลังจบเกม หลุยส์ เอ็นริเก กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" ยืนยันว่า ทีมของเขาสมควรได้รับชัยชนะจากเกมนี้ เพราะเป็นฝ่ายทำผลงานได้ดีกว่า และคุมเกมเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด จึงสามารถตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ได้  
 
                          "ผมขอยินดีกับผู้เล่นของเราด้วย เพราะมันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา และผมก็คิดว่าเราสมควรที่จะได้รับชัยชนะจากเกมนี้ แม้ว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะสร้างความลำบากให้เราในช่วงหลังจากที่พวกเขาได้ประตู แต่เรายังเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้" เอ็นริเก กล่าว
 
                          ขณะที่ โลรองต์ บลองก์ กุนซือ "เปแอสเช" ผิดหวังกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น และไม่กล่าวโทษว่าเป็นเพราะการขาดหายไปของ 2 ผู้เล่นตัวหลักอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และมาร์โก แวร์รัตติ ที่ติดโทษแบนหมดสิทธิ์ลงเล่นในเกมนี้ แต่ยังคงพร้อมที่จะทำผลงานในเกมนัดต่อไปให้ดีที่สุด 
 
                          ส่วนผลอีกคู่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี พลาดท่าพ่ายแบบพลิกความคาดหมาย หลังบุกไปแพ้ ปอร์โต มหาอำนาจลูกหนังของโปรตุเกส ที่ดราเกา สเตเดี้ยม 1-3 โดยนัดนี้ บาเยิร์น มิวนิค ต้องไร้เงาของ 4 แข้งดังอย่าง ดาวิด อลาบา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ฟรองค์ ริเบรี และอาร์เยน ร็อบเบน ที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมด ก่อนที่เจ้าบ้านจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0 จาก ริคาร์โด กวาเรสมา ซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 ลูก เริ่มจากจุดโทษนาที 4 และอีกหนึ่งเม็ดในนาที 10 แม้ทีมเยือนจะตามตีไข่แตกได้จาก ติอาโก อัลคานทารา นาที 28 แต่เจ้าถิ่นสามารถยิงเพิ่มได้อีกหนึ่งลูกจาก แจ็คสัน มาร์ติเนซ นาที 65 สำหรับเกมนัดที่ 2 จะไปเตะกันที่ฟุตบอล อารีนา มิวนิค ซึ่งเป็นสังเวียนแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค ในวันอังคารที่ 21 เมษายนนี้
 
                          หลังจบเกม "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอลา กุนซือ "เสือใต้" ยอมรับว่า ลูกทีมทำผลงานในช่วงเริ่มต้นเกมได้อย่างย่ำแย่ จึงเป็นฝ่ายพลาดตามหลังไปก่อนถึง 2 ลูก แม้จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะต้องไล่ตามหลังจากผลการแข่งขันในนัดแรกถึง 1-3 แต่ทีมของเขายังคงพร้อมสู้ในเกมนัดที่ 2 เพื่อหวังพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบต่อไปให้ได้  
 
                          "เราเริ่มต้นได้ไม่ดีเลย หลังจากที่เราเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงต้นเกมถึง 0-2 แม้ว่าเราจะกลับมาครองเกมในช่วงหลังจากที่เรายิงประตูได้ แต่ถ้ามองจากภาพรวมด้วย เราต้องยอมรับว่า ปอร์โต เป็นทีมที่ดีกว่า และผลการแข่งขัน 3-1 ถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับการพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะในเกมนัดต่อไป แต่เรายังคงพร้อมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้เราได้ผ่านเข้ารอบ" กวาร์ดิโอลา กล่าว  
 
                          ด้าน ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือปอร์โต กล่าวสดุดีผลงานของลูกทีมที่สามารถเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้สำเร็จ หลังจากที่ผู้เล่นทุกคนต้องทำงานหนักกันตลอดทั้งเกม ก่อนที่จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไปแบบน่าประทับใจมาก   
 
 
 
 
 
---------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)