ข่าว

ยาปฏิชีวนะกับยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด

ยาปฏิชีวนะกับยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด

17 เม.ย. 2558

ศุกร์กับเซ็กส์ : ยาปฏิชีวนะกับยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด : พญ.ชัญวลี ศรีสุโข ([email protected])

 
          ถาม สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันทานยาคุมมาเป็นแผงที่ 7 แล้วค่ะ แต่ระหว่างนี้ป่วยเป็นทอนซิลอักเสบคุณหมอเลยให้ Augmentin มาทาน พอทานครบและหยุดยาไปได้ 6 วัน ก็มีเพศสัมพันธ์แบบหลั่งในกับแฟนค่ะ (ระหว่างทานยาถึงหยุดยา 5 วันแฟนใส่ถุงยางตลอดค่ะ) ไม่ทราบว่าจะมีผลต่อประสิทธิภาพยาคุมไหมค่ะ รบกวนถามอีกนิดว่า ยาเม็ดคุมกำเนิดพวกยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาพาราเซตามอล ยาธาตุ ฯลฯ ยาพวกนี้มีผลต่อยาคุมไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ
 
 
          ตอบ ในประเทศไทย การคุมกำเนิดด้วยยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด พบประมาณร้อยละ 30 ของการคุมกำเนิดทั้งหมด อันดับ 2-3 ได้แก่ การทำหมันหญิง และฉีดยาคุมกำเนิด ส่วนวิธีอื่นๆ เช่น สวมห่วงอนามัย การใช้ถุงยางอนามัย การหลั่งนอก การทำหมันชาย ก็เป็นวิธีที่นิยมรองลงมา
 
 
          โดยทั่วไปการคุมกำเนิดโดยการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด มีประสิทธิภาพดี คุมกำเนิดได้ร้อยละ 99 ขึ้นไป แต่ความเป็นจริง ร้อยละ 3 ของผู้หญิงที่กินยาคุมมีโอกาสพลาดท้อง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกินยาเม็ดคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอ ลืมกิน กินไม่หมดแผง แต่มีสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการกินยาปฏิชีวนะร่วมกับการกินยาคุมกำเนิด
 
          เนื่องจากกลไกของการดูดซึมยาเม็ดคุมกำเนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนของยาเม็ดคุมกำเนิดจะถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหารประมาณร้อยละ 30-40 ที่เหลือเดินทางไปดูดซึมที่ผนังลำไส้ ซึ่งจะเข้ากระแสเลือดผ่านไปที่ตับ มีการเปลี่ยนแปลงสภาพยาคุมกำเนิด (metabolism) ที่ตับและมีการทำลายโดยเอนไซม์ไซโตโครม (Cytochrome P450) ที่ตับ ยาเม็ดคุมกำเนิดกลายสภาพเป็นชนิดที่ไม่ทำงาน (inactive) ถูกขับออกมาทางน้ำดี มาที่ลำไส้ แบคทีเรียที่ลำไส้จะเปลี่ยนแปลงยาเม็ดคุมกำเนิดให้เป็นชนิดทำงานได้ (active) แล้วดูดซึมเข้ากระแสเลือดนำไปใช้
 
 
          ยาปฏิชีวนะตามทฤษฎีหากกินร่วมกับยาเม็ดคุมกำเนิดอาจทำให้ยาคุมกำเนิดในกระแสเลือดลดระดับ คุมกำเนิดได้ไม่ดี จากการลดการดูดซึมยาเม็ดคุมกำเนิดที่กระเพาะอาหาร, การทำลายยาคุมกำเนิดโดยเอนไซม์ไซโตโครม (Cytochrome P450) ที่ตับ ซึ่งยาปฏิชีวนะไรแฟมปิซิน (Rifampicin) และยาอื่นๆ เช่น ยากันชัก ยารักษาเชื้อราทำให้เอนไซม์ไซโตโครมเพิ่มจำนวน, การทำลายแบคทีเรียที่ลำไส้, และท้องเสียจากผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะ แต่งานวิจัยพบว่า โอกาสท้องมีน้อย แต่ก็อาจท้องได้หากใช้ยาคุมฮอร์โมนต่ำ
 
 
          สำหรับจดหมายที่ถามมา Augmenting เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิน อาจลดการดูดซึมยาคุม จากการลดแบคทีเรียในลำไส้ และทำให้ท้องเสีย ทำให้มีโอกาสท้องได้ แต่มีโอกาสน้อย คำแนะนำ หากกลัวพลาดท้อง ขณะกินยาปฏิชีวนะร่วมกับยาคุมกำเนิด ไม่ควรหยุดยาคุมกำเนิด ควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย จนครบ 7 วันหลังหยุดยาปฏิชีวนะ ส่วนยาสามัญประจำบ้านอื่นๆ ไม่มีผลลดประสิทธิภาพยาคุมกำเนิดค่ะ