
ฮิลลารี-รมต.ตปท.26ประเทศพร้อมอียูยันร่วมประชุมอาเซียน
"อธิบดีอาเซียน" เผย ฮิลลารี คลินตัน และรัฐมนตรีต่างประเทศอีก 26 ประเทศ พร้อมกับอียู ยืนยันร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคู่เจรจาที่ภูเก็ต พร้อมถกปัญหาไข้หวัด 2009 ครม.เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียน เพื่อไทยเดินสายยุสหร
(14ก.ค.)นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน แถลงบรรยายสรุปการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 และการประชุมอื่น ๆ เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ “ร่วมกันเผชิญกับปัญหาท้าทายของโลก” ในระหว่างวันที่ 20 – 23 ก.ค. 2552 ที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ในวันนี้ ( 14 ก.ค.) คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 ซึ่งมีสาระสำคัญ ประการแรกคือ การผลักดันประชาคมอาเซียนให้บรรลุวัตถุประสงค์ใน 3 เสาหลัก ภายใน 6 เดือน อาทิ
การจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน การลดช่องว่างประเทศด้อยพัฒนากับประเทศพัฒนา การสร้างเสถียรภาพและสันติภาพภายในภูมิภาค ประการที่สอง การมุ่งเน้นผลประโยชน์ที่มีต่อประชาชน การรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจ การเงินโลก ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน รวมถึงการจัดการภัยพิบัติและวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด 2009 ซึ่งคาดว่า เป็นหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะนำหยิบยกขึ้นมาหารือ โดยเฉพาะการเร่งรัดแผนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 ของอาเซียนที่มีขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ให้เกิดการนำมาปฏิบัติอย่างเข้มข้นขึ้น
นายวิทวัส กล่าวว่า เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ได้สอบถามถึงมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 ภายในพื้นที่การจัดประชุมอาเซียน ซึ่งทางไทยได้ให้ความมั่นใจในระบบการดูแลด้านสาธารสุขอย่างเต็มที่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด ในการแจกหน้ากากและเจลล้างมือให้กับคณะเจ้าหน้าที่จากต่างชาติ และสื่อมวลชนที่จะมาร่วมงาน นอกจากนี้ มีระบบคัดกรองตัวบุคคล ตั้งแต่เครื่องบินลงที่สนามบินสุวรรณภูมิและที่สนามบินภูเก็ต
นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ในการประชุมอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกความร่วมมือเออาร์เอฟทั้ง 26 ประเทศกับสหภาพยุโรปได้ยืนยันที่จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุม อาทินางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นายเซอร์ไก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย นายหยาง เจียฉี รัฐมนตรีต่างประเทศจีน นายฮิโรฟูมิ นากาโซเน่ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น นายยู เมียน ฮวาน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้
ส่วนรัฐบาลเกาหลีได้ตอบรับคำเชิญของไทย โดยนายปัก อุย ชุน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือได้ส่งเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงมาเป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เชื่อว่า การประชุมจะหยิบยกประเด็นปัญหาคาบสมุทรเกาหลีเหนือมีหารือกัน และจะเป็นโอกาสที่เกาหลีเหนือจะใช้เวทีเออาร์เอฟชี้แจงถึงสถานการณ์ล่าสุด เกี่ยวกับทดลองนิวเคลียร์ใต้ดินและยิงขีปนาวุธที่ไปตกในทะเลญี่ปุ่น ก็เพื่อช่วยลดความตึงเครียดระหว่างกัน
ส่วนกรณีที่เกาหลีเหนือขอให้ไทย ในฐานประธานอาเซียน แสดงความเป็นกลางในการประชุมและขอให้ไม่บรรจุปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีลงในเอกสารผลการประชุมเออาร์เอฟนั้น นายวิทวัส กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกลำบากใจกับคำร้องขอของเกาหลีเหนือ เนื่องจากไทยมีท่าทีต่อเรื่องดังกล่าวชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งเราไม่สามารถกำหนดไว้ก่อนล่วงหน้าว่าจะบรรจุหรือไม่บรรจุประเด็นปัญหาใดไว้ในเอกสารการประชุม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร
สำหรับการประชุมดังกล่าว จะมีการออกเอกสารการประชุมทั้งหมด 24 ฉบับ โดยจะมีเอกสารลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลออสเตรเลียกับรัฐบาลของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยโครงการความร่วมมือการพัฒนาระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลีย
ระยะที่ 2 ส่วนเอกสารรับรองโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อาทิ แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 เอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ส่วนเอกสารสำหรับการประชุมกับประเทศคู่เจรจารับรองโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ อาทิ ปฏิญญาว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนที่เพิ่มพูนระหว่างอาเซียนแคนาดา และการจัดลำดับความสำคัญของความร่วมมือภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนที่เพิ่มพูนระหว่างอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ในโอกาสที่การประชุมเออาร์เอฟ ครบรอบ 15 ปี ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียน จะจัดทำถ้อยแถลง วิสัยทัศน์ที่ประชุมความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก จะเป็นการกำหนดแผนงานความร่วมมือด้านความมั่นคงในสาขาต่าง ๆ แผนงานบรรเทาภัยพิบัติ พ.ศ. 2552 – 2554 แผนงานสำหรับการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2552 – 2553 เป็นต้น
ครม.เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียน
นายศุภชัย ใจสุมทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติและเห็นชอบให้รมว.ต่างประเทศร่วมรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 กับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอีก 9 ประเทศ ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ และหากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างเอกสารดังกล่าวที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ขอให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกและเห็นชอบให้ยกเลิกชั้นความลับของแถลงการณ์ร่วมฯภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 แล้วเสร็จ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ
“ผบ.สส.” มั่นใจประชุมรมต.ตปท.อาเซียนผ่านฉลุย
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 17-23 ก.ค.นี้ ว่า ในส่วนของกำลังเจ้าหน้าที่มีความพร้อมนานแล้ว ส่วนประชาชนมีความเข้าใจและพร้อมให้การสนับสนุน เพราะต้องการให้บ้านเมืองมีความมั่นคง เจริญก้าวหน้าซึ่งความพร้อมครั้งนี้เป็นพื้นฐานของความสำเร็จในอนาคต ไม่เพียงแต่การจัดประชุมในครั้งนี้เท่านั้นแต่รวมถึงการจัดประชุมและกิจกรรมอื่นๆ ในอนาคตด้วย สำหรับการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ทุกหน่วยงานร่วมมือกันหมด รวมถึงศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ที่มีหน้าที่ในการติดตามงานด้านการข่าว ซึ่งมีรายงานมาเป็นระยะๆ ทุกอย่างสบายใจ ไม่มีอะไรน่าห่วง ภายใน 1-2 วันนี้ ตนจะลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อให้กำลังใจ ทั้งนี้มั่นใจว่า ในการประชุมครั้งนี้จะไม่เกิดการกระทำใดๆที่จะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาความก้าวหน้าของประเทศ เพราะมั่นใจในประชาชนคนไทยทุกคน
“อย่าทำอะไรเลย ประเทศไทยเสียหายมา 5 ปีแล้ว เราอยากให้เป็นอย่างนี้ต่อไปถึงรุ่นลูก รุ่นหลานหรือไม่ ไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้าองค์กรใดอยากยื่นหนังสือ ยื่นที่กรุงเทพฯ ก็ได้ ผมเชื่อว่าเขาจะรับฟัง ทั้งนี้เราจำเป็นต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามกฎหมายที่ประกาศออกไป คิดว่าคนไทยเข้าใจ รู้หน้าที่ ถ้าทุกคนสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองเคารพในหน้าที่และสิทธิ ความเสมอภาพซึ่งกันและกัน ทุกอย่างจะเรียบร้อยไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่เกรงว่า จะมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาก่อเหตุ ผมไม่หวั่นเพราะบ้านใคร ใครก็รัก หากมีใครแปลกหน้าเข้ามา เขาก็ต้องรู้ เชื่อว่าคนในพื้นที่จะช่วยกันดูแล” พล.อ.ทรงกิตติ กล่าว
เพื่อไทยเดินสายยุสหรัฐ-อาเซียนคว่ำบาตรประชุมอาเซียน
เมื่อเวลา 15.30 น.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ทางพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยที่จะให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศเป็นตัวแทนประเทศไทย และประธานการประชุม เนื่องจากถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้ายยึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ โดยในวันที่ 15 ก.ค. ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย และสถานทูตอินโดนีเซีย รวมทั้งจะมีเจ้าหน้าที่ของพรรคเดินทางไปยื่นหนังสือถึงสถานทูตประเทศในอาเซียนเพื่อขอให้ทบทวนการเดินทางมาร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน เพราะคนที่เป็นประธานเป็นผู้ก่อการร้าย นอกจากนี้ยังจะยื่นหนังสือเพื่อขอเข้าพบนางฮิลรารี่ คลินตัน รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ ในฐานะที่มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย



