ข่าว

ฝ่ายมั่นคงชี้ 3 ปมถล่มเซ็นทรัลสมุย

ฝ่ายมั่นคงชี้ 3 ปมถล่มเซ็นทรัลสมุย

16 เม.ย. 2558

ฝ่ายมั่นคงชี้ 3 ปมถล่มเซ็นทรัลสมุย : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง

 
                      เหตุการณ์คนร้ายลอบคาร์บอมบ์บริเวณลานจอดรถศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 10 เมษายน 2558 ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์แล้ว “รัฐบาล-คสช.” ยังไม่สามารถฟันธงได้ เพียงแต่ตั้งประเด็นไว้ 3 ประเด็น คือ 1.กลุ่มเชื่อมโยงทางการเมือง 2.กลุ่มเสียผลประโยชน์และขัดแย้งทางธุรกิจ และ 3.กลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
                      แม้ก่อนหน้านี้ “รัฐบาล-คสช.” จะตัดประเด็นเกี่ยวกับกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อยิ่งสาวลึกลงไป ประเด็นดังกล่าวน่าจะยังอยู่ในประเด็น เพราะรถกระบะมาสด้า ยกสูง 4×4 สีน้ำตาล ทะเบียน กข 4892 ที่นำมาใช้ก่อเหตุ มาจาก อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
 
                      นอกจากนี้ ลักษณะของการก่อเหตุยังคล้ายๆ กับเหตุคาร์บอมบ์ที่ศูนย์การค้าลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเดือนมีนาคม 2555 ครั้งนั้นใช้รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เชื่อมต่อกับระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊สน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ซึ่งผลสรุปเหตุการณ์ดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งลักษณะการทำระเบิดและการก่อเหตุมีลักษณะเดียวกัน และที่สำคัญวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ก็เป็นวันสำคัญของกลุ่ม “บีอาร์เอ็น”
 
                      สำหรับประเด็น เชื่อมโยงทางการเมือง หน่วยงานด้านความมั่นคงก็ค่อนข้างให้น้ำหนักมากทีเดียว หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมมือโพสต์ นายนรินทร์ อ่ำหนองบัว หรือ “เอ็ม เสื้อแดง” หลังพบภาพเผยแพร่ “คืนนี้จัดหนักที่สุราษฎร์” ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก แม้ว่าเบื้องต้นการสอบสวนจะไม่พบว่า นายนรินทร์ เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารก็ยังควบคุมตัวเพื่อสอบสวนรายละเอียดต่อไป
 
                      เนื่องจากประวัติของนายนรินทร์ เคยเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. แม้ว่าจะไม่ใช่กลุ่มฮาร์ดคอร์ และไม่เคยมีประวัติก่อเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ก็ตาม แต่อาจจะเป็นอีกหนึ่งแนวร่วมที่ต้องการสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มเครือข่ายที่ก่อความวุ่นวายในพื้นที่ กทม.ก็เป็นอีกหนึ่งแนวร่วมที่ปลุกระดมมาร่วมกันก่อเหตุรุนแรง แต่ข้อมูลที่น่าสนใจล่าสุดอยู่ที่แก๊งต้องสงสัยมีความเชื่อมโยงกับอดีตนักการเมืองขั้วอำนาจเก่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
                      ส่วนกลุ่มเสียผลประโยชน์และขัดแย้งทางธุรกิจ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่หน่วยงานด้านความมั่นคงให้ความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะความขัดแย้งภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย รวมถึงบริษัทรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งเบื้องต้นทางศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย จะมีการยุบบริษัท รปภ.ดังกล่าว และให้เหลือที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ เท่านั้น จึงอาจเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากนี้ศูนย์การค้าจะจ้างบริษัท รปภ.ใหม่เข้ามาดำเนินการ
 
                      แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยอมรับว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงทำงานค่อนข้างหนัก ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุระเบิด โดยทุกส่วนพยายามเกาะติดหาข่าวในทุกทิศทุกทาง เฉพาะรถที่นำมาก่อเหตุ พบว่าคนร้ายโจรกรรมจากพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ก่อนที่จะลัดเลาะเข้ามาผ่าน จ.สงขลา เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี
 
                      “ตอนนี้เราคงไม่ตัดประเด็นใดออกเลย เนื่องจากว่า ทั้ง 3 ประเด็น คือ 1.กลุ่มเชื่อมโยงทางการเมือง 2.กลุ่มเสียผลประโยชน์และขัดแย้งทางธุรกิจ และ 3.กลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถเชื่อมโยงกันได้ทั้งหมด และทุกประเด็นมีตัวละครอยู่จริงทั้งหมด ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก”
 
                      แหล่งข่าวระบุว่า การดำเนินการคงจะต้องรออีกระยะหนึ่ง เพราะทุกประเด็นมีความก้าวหน้าไปมาก ซึ่งการแกะรอยคงจะต้องใช้ความรอบคอบในทุกมิติ 
 
                      หน่วยงานด้านความมั่นคงจึงยังไม่ฟันธงว่า เหตุคาร์บอมบ์ที่บริเวณลานจอดรถศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย เกิดจากประเด็นใดกันแน่ แต่คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะสามารถคลี่คลายได้ หลังจากข้อมูลรายละเอียดมีความชัดเจนมากกว่านี้
 
 
 
 
 
------------------
 
(ฝ่ายมั่นคงชี้ 3 ปมถล่มเซ็นทรัลสมุย : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง)