ข่าว

วางหมากให้ชัดก่อนเข้า 'เออีซี'

วางหมากให้ชัดก่อนเข้า 'เออีซี'

17 เม.ย. 2558

ช่วยกันคิด ช่วยกันคุย : วางหมากให้ชัดก่อนเข้า 'เออีซี' : โดย...นณริฏ พิศลยบุตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

 
                           ช่วงปลายปีนี้ จะถึงกำหนดการที่ประเทศทั้ง 10 ในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ ในการผนวกกิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าร่วมเป็นหนึ่ง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า กลุ่มประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งการรวมกลุ่มประชาคมในเชิงรูปธรรม ได้มีการดำเนินการสำเร็จไปแล้วในหลายๆ เรื่อง ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายๆ ประเด็นที่ยังล่าช้า
 
                           ในบทความนี้ ผู้เขียนจะกล่าวถึงโครงสร้างที่สำคัญของการร่วมกลุ่ม 3 เรื่อง ได้แก่ การเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรี การเปิดเสรีด้านการลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะอย่างเสรี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 
                           เมื่อพิจารณาถึงเรื่องของการเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรี จะพบว่าประเทศสมาชิกได้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากร จนใกล้ระดับที่ศูนย์เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี ในภาคปฏิบัติกลับพบข้อกังวลใจที่สำคัญคือ การปรากฏตัวของมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีที่ดูเหมือนว่าจะมีเพิ่มขึ้นมาแทน
 
                           เมื่อพิจารณาในส่วนของการเปิดเสรีทางด้านการลงทุน จะสามารถจำแนกกรอบข้อตกลงออกเป็น กรอบข้อตกลงว่าด้วยการบริการอาเซียน และกรอบการตกลงด้านการลงทุนอาเซียน โดยในส่วนแรกจะเกี่ยวข้องกับการเปิดเสรีให้ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในภาคบริการในไทย ในขณะที่ส่วนหลังจะเกี่ยวข้องกับการเข้ามาลงทุนในสาขาการผลิต ข้อค้นพบที่สำคัญ ก็คือ การเปิดเสรีในภาคบริการยังไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามกรอบข้อตกลง
 
                           ส่วนการตกลงด้านการลงทุนอาเซียน ACIA โดยเฉพาะข้อมูลการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พบว่าการเข้ามาลงทุนโดยอาศัยข้อตกลง ACIA ยังเป็นศูนย์ ซึ่งสะท้อนปัญหาที่สำคัญก็คือ การลงทุนผ่านข้อตกลง ACIA ยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนที่เพียงพอ ทำให้ภาคธุรกิจไม่สนใจที่จะลงทุนผ่านช่องทางนี้
 
                           เรื่องสุดท้ายที่สำคัญ ก็คือ การเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะ ซึ่งตามกรอบข้อตกลงได้กำหนดเอาไว้ที่ 8 อาชีพพบว่า ในภาพรวมแม้ว่าการเคลื่อนย้ายจะยังคงต้องอาศัยการรับรองมาตรฐานวิชาชีพที่แต่ละประเทศกำหนด แต่ในภาคปฏิบัติ พบว่าการเคลื่อนย้ายแรงงานอาชีพได้เกิดขึ้นได้ในหลายๆ ช่องทาง
 
                           จะเห็นได้ว่า การรวมกลุ่มประชาคมอาเซียนในรูปธรรมยังคงเกิดขึ้นอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป โดยแต่ละประเทศจะเลือกที่จะดำเนินตามกรอบข้อตกลงเฉพาะในส่วนที่คิดว่าประเทศของตัวเองจะได้ประโยชน์เป็นหลัก หากข้อตกลงใดที่คาดว่าประเทศจะยังไม่มีความพร้อมก็จะยังคงหาแนวทางในการกีดกันไม่ให้เกิดผลกระทบในภาคปฏิบัติ
 
                           อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการต่างๆ เพื่อกีดกันการแข่งขันเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรม เป็นเหมือนดาบสองคม ที่ในด้านหนึ่งจะช่วยคุ้มครองให้ธุรกิจที่อ่อนแอสามารถที่จะอยู่รอดต่อไปได้ แต่อีกด้านหนึ่งก็อาจจะเป็นการบ่มเพาะธุรกิจที่อ่อนแอให้อ่อนแอต่อไป ไม่สามารถที่จะแข่งขันในตลาดโลกได้เสียที
 
                           การวางมาตรการที่ดี จึงเป็นหัวใจหลักที่จะกำหนดว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากการเข้าร่วมกลุ่มประชาคมอาเซียน
 
                           กล่าวโดยสรุปผู้เขียนมองว่า ภาครัฐควรที่จะวางแผนยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนให้ชัดเจนและควรที่จะมีแผนการพัฒนา (timeline) ที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินการแข่งขันกับต่างประเทศภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
 
 
 
 
----------------------
 
(ช่วยกันคิด ช่วยกันคุย : วางหมากให้ชัดก่อนเข้า 'เออีซี' : โดย...นณริฏ พิศลยบุตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ))