
'ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้ดีกว่ารธน.50'
16 เม.ย. 2558
สัมภาษณ์พิเศษ : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 'ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ได้ดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2550' : โดย...ณัฐภัทร พรหมแก้ว , สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น
หมายเหตุ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ "เครือเนชั่น" ถึงร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเขาบอกว่าไม่ได้ดีไปกว่ารัฐธรรมนูญ 2550
"ที่ต้องแก้ไข คือป้องกันและขจัดการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูก แต่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กลับมองว่าถ้ามีประชาธิปไตย พรรคการเมือง นักการเมืองสามารถเข้าไปมีอำนาจบริหารจัดการได้แล้วจะเป็นปัญหาแบบระบอบทักษิณ ความสับสนตรงนี้จึงเป็นปัญหาหลัก"
ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญมีความกังวลประเด็นใดมากที่สุด
กังวลใน 2 เรื่องหลัก คือ ความยั่งยืนของรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าประเทศสูญเสียเวลากับโอกาสมามากแล้ว ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาแล้วมีกลุ่มคนไม่ยอมรับ และพอประกาศใช้ก็จะยังอยู่ในวังวนของการถกเถียงกันอีกว่าจะแก้หรือร่างใหม่หรือไม่ มันจะกลับสู่ความขัดแย้งอีก กลายเป็นไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ทุกคนต้องการให้หลุดพ้นจากตรงนี้ ขณะนี้เห็นว่ายังมีการถกเถียงและไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญพอสมควร จึงมองไม่เห็นวิธีอื่นนอกจากประชามติเพื่อแก้ปัญหา แล้วอยากให้เป็นประชามติที่ชัดเจนในทางเลือกว่าจะเอาฉบับที่ร่างใหม่หรือฉบับที่มีอยู่ก่อน และจะขจัดปัญหาว่าถ้าไม่รับร่างใหม่จะเกิดอะไรขึ้น
ส่วนในเชิงสาระนั้น รัฐธรรมนูญถูกออกแบบโดยแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ที่ผ่านมาปัญหาอยู่ที่นักการเมืองใช้อำนาจในทางไม่ถูกต้อง ทั้งทุจริต แทรกแซงข้าราชการ และใช้อำนาจทำลายประชาธิปไตย โดยเอาเครื่องมือของรัฐหรืออำนาจทางธุรกิจไปแทรกแซงการทำงานสื่อมวลชน ไปปิดปากฝ่ายเห็นต่าง ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานที่มาของความขัดแย้ง แต่เหมือนผู้ร่างรัฐธรรมนูญไปกลัวประชาธิปไตย แยกแยะไม่ได้หรือว่าระบอบทักษิณกับประชาธิปไตยต่างกันอย่างไร ไปเข้าใจว่าการมีระบอบประชาธิปไตยไปเอื้อระบอบทักษิณ ซึ่งมันไม่ใช่
ที่ต้องแก้ไข คือป้องกันและขจัดการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูก แต่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กลับมองว่าถ้ามีประชาธิปไตย พรรคการเมือง นักการเมืองสามารถเข้าไปมีอำนาจบริหารจัดการได้แล้วจะเป็นปัญหาแบบระบอบทักษิณ ความสับสนตรงนี้จึงเป็นปัญหาหลัก ที่เห็นง่ายๆ คือพอทำพรรคการเมืองอ่อนแอ ก็กลัวรัฐบาลอ่อนแอ เลยเขียนบัญญัติให้รัฐบาลสามารถออกกฎหมายแบบยื่นคำขาดกับสภาได้ซึ่งรุนแรงมาก โดยบอกว่าหากรัฐบาลอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน แต่สภาไม่เห็นด้วยต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น ถ้าสภาไม่เปิดกฎหมายนี้จะผ่านใน 48 ชั่วโมง ถ้าบทบัญญัตินี้มีในรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว กฎหมายนิรโทษกรรมผ่านไปแล้ว
ถ้าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแล้วไปเอาฉบับ 2550 มาใช้ อาจถูกมองว่าเสียของ ปฏิวัติไปทำไม
ขอถามว่าวันที่เข้ามายึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ) คิดหรือว่าปัญหาเพราะรัฐธรรมนูญปี 50 หรือที่ยึดอำนาจเพราะคนไม่เคารพกฎหมาย แล้วตีกันอยู่บนท้องถนน ทำไมวันนี้เมื่อเข้ามาแล้วถึงบอกว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ ปี 50 โดยไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งแล้วมองว่าเสียของ มีกี่คนในช่วง 22 พฤษภาคม 2557 ที่บอกว่าความวุ่นวายทั้งหมดเพราะรัฐธรรมนูญ 50 มีก็แค่เพื่อไทยบางคนที่จริงจังกับการบอกว่ารัฐธรรมนูญปี 50 มีปัญหาเรื่องที่มา เมื่อเทียบระหว่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับฉบับปี 50 ยังคิดว่าฉบับปี 50 ดีกว่า
หากมีประชามติ ประเมินว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะผ่านประชามติหรือไม่
ผ่านหรือไม่คงตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของประชาชน แต่มองว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ยังไม่เห็นเรื่องการแก้ปัญหาพื้นฐานที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญ 50 เรื่องใหม่ที่ดีก็เยอะ แต่ก็มีอะไรอีกเยอะที่จะสร้างปัญหาที่อาจจะรุนแรงกว่า หรือการไม่เรียนรู้จากอดีตของนักการเมือง ในเรื่องกลุ่มการเมืองลงสมัครอย่างอิสระ ซึ่งนักการเมืองอาศัยช่องว่างนี้เข้ามาต่อรองผลประโยชน์ที่เจอมาหลายยุคสมัย ซึ่งการเมืองจะยิ่งถอยหลัง ถ้าคิดว่าปัญหาคือคนที่อยากเข้าสู่การเมืองมีข้อจำกัดไม่สามารถตั้งพรรคได้ก็ไปแก้กฎหมายพรรคการเมืองให้ตั้งพรรคง่ายขึ้น ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมจะมีระบบการเมืองที่มีสองมาตรฐาน พรรคการเมืองจะส่งคนลงสมัครต้องมีการหยั่งเสียง ต้องถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ตรวจสอบละเอียด แต่คนเป็นกลุ่มการเมืองไม่ต้องเลย เพราะอะไร การแข่งขันทางการเมืองมันต้องมีกติกามาตรฐานเดียว ไม่เช่นนั้นมันจะมีพรรคการเมืองเริ่มแปลงกลายเป็นกลุ่มการเมือง พรรคแอบไปตั้งกลุ่ม
อย่างเร็วๆ นี้ที่กรรมาธิการยกร่างฯ ไปดูระบบเลือกตั้งที่เยอรมนี คนที่นั่นได้มาคุยแล้วตกใจว่า กมธ.ยกร่างฯ พยายามซักถามว่าจะทำอย่างไรให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ ซึ่งตรงข้ามกับระบบเยอรมันที่พรรคการเมืองเข้มแข็ง แต่ต้องทำพรรคให้ดีและขอให้แก้ปัญหาพรรคการเมืองที่ไม่ดี ไม่คิดว่าการแก้ปัญหาการเมืองคือทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เพราะเมื่อพรรคการเมืองอ่อนแอยิ่งเปิดโอกาสให้นักการเมืองไม่ดี แต่มีเงินมีอิทธิพลเข้ามาครอบงำการเมืองง่ายขึ้น
มองว่าการเพิ่มบทบัญญัติต่างๆ ในรัฐธรรมนูญมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่
เคยตั้งข้อสังเกตว่าบางทีกรรมาธิการยกร่างฯ อาจถูกแรงกดดัน จนไม่อยู่บนความจริงว่าปัญหาของประเทศกับระบบการเมืองเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 50 ค่อนข้างน้อย เมื่อถูกกดดัน พอรัฐธรรมนูญ 50 ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเอาไว้เหมือนเดิมคนก็ว่าเขาว่ามาทำใหม่ทำไม เขาก็ต้องคิดใหม่มันถึงมีอะไรใหม่ๆ ออกมาเรื่อย กรรมาธิการยกร่างฯ ก็พูดด้วยความภาคภูมิใจ เช่น ระบบโอเพ่นลิสต์ว่าไม่มีที่อื่น เราก้าวหน้ากว่าเยอรมนี ซึ่งถ้าจะใช้ก็ไม่ได้ติดใจ และถ้าอยากให้ประชาชนมาจัดลำดับแทนพรรคก็รับได้ แต่จะจัดอย่างไร สมมุติมี ส.ส.แบบนี้ 30 คน สำหรับผู้เลือกตั้งโซนใดก็ตาม ถ้าจะให้จัดลำดับต้องเปิดโอกาสให้เลือกทั้ง 30 คน มันไม่มีเหตุผลให้ประชาชนเลือกเพียงคนเดียว
พอถามว่าทำไมอยากให้ประชาชนจัดลำดับ กรรมาธิการยกร่างฯ ก็บอกเหตุผลที่ดีว่ากลัวว่านายทุนเอาเงินให้พรรคเพื่อให้มีชื่อในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ ซึ่งก็เห็นด้วย แต่สงสัยอย่างเดียวคือ นายทุนไม่ได้อยากเป็น ส.ส. แต่อยากเป็นรัฐมนตรี
ถึงที่สุดถ้าไม่ทำประชามติจะเกิดอะไรตามมา
ความขัดแย้งเรื่องรัฐธรรมนูญก็จะเป็นปัญหาของสังคมต่อไป ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าถ้าทำแล้วจะไม่มีความขัดแย้ง มันเกิดขึ้นได้ แต่การแสดงออกของประชาชนผ่านการลงประชามติมีข้อดีอีกอย่างคือ จะเริ่มปูทางให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ระหว่างการประชามติจะมีใครอาศัยเวทีนี้ไปปลุกระดม แทนที่จะให้ความรู้ความเห็น เพื่อให้แยกแยะข้อดีข้อเสียร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายก็สามารถจัดการคนกลุ่มนี้ที่มีเจตนาทำให้เกิดปัญหาความมั่นคง ส่วนคนที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตก็เกิดขึ้นได้
ประชามติจึงมีดีคือเหมือนการซ้อมใหญ่เลือกตั้ง เพราะยังไงก็หนีกลับไปเลือกตั้งไม่พ้น ถ้ากลัวว่าประชามติจะยุ่งแล้วทำไมไม่กลัวว่าเลือกตั้งแล้วจะยุ่ง แล้วถ้ากลัวว่าเลือกตั้งจะยุ่งเลยบอกไม่ให้เลือกตั้งมันเป็นไปได้หรือไม่ ต้องมาบริหารจัดการให้กลับไปสู่จุดปกติให้ราบรื่นที่สุด และสิ่งที่ คสช.ทำมาและหวังให้การปฏิรูปยั่งยืนตรงนี้สำคัญ เชื่อว่านายกฯ ไม่ได้มองจะอยู่ยาวแค่ไหน แต่ในเมื่อปฏิวัติมาต้องการให้สิ่งที่ตัวเองทำแล้วคิดว่าดีกับประเทศจะอยู่นานแค่ไหน ถามนายกฯ เลยว่าอยู่ 1 ปีแต่สิ่งที่ทำแล้วดีอยู่ยั่งยืน กับอยู่ 3 ปีพอปีที่ 4 กลับไปตีกันเหมือนเดิม ท่านเลือกอะไร
กังวลกับคำพูดที่ว่า คสช.ต้องอยู่ยาวหรือไม่
ผมยังพูดกับฝรั่งที่มาเร่งให้มีเลือกตั้งว่า ถ้าเลือกแล้วกลับไปมีปัญหาตีกัน หรือปฏิวัติกันอีก คุณจะเร่งไปทำไม ผมสนับสนุนประชามติถึงจะทำให้เลือกตั้งช้าไปบ้าง แต่จะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นที่ยอมรับแล้วค่อยเลือกตั้งอย่างนั้นดีกว่าเยอะ ดังนั้น เรื่องเงื่อนเวลาถ้ามีเหตุผล มีกติกาและความจำเป็นที่ชัดเจนว่าทำไมต้องอยู่ต่อ และถ้าปลายทางประชาชนจะได้สิ่งที่ดีและยั่งยืนส่วนใหญ่ก็คงรับได้อยู่แล้ว
เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้เกี่ยวข้องต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบ แล้วกลับไปตั้งต้นใหม่
ต้องถามว่าเมื่อทำอย่างนั้นแล้วจะช่วยแก้ปัญหาหรือไม่ หรือจะเกิดแรงกดดันมากขึ้นไปอีกกับการทำงานของ คสช. ถ้ามีกระบวนการที่บอกว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญคว่ำไป ก็จะเกิดคำถามดว่าทำไมมันนำไปสู่จุดนั้นทั้งๆ ที่แม่น้ำ 5 สายต้องมาบรรจบกัน แล้วไปทำยังไงถึงบรรจบกันไม่ได้จนต้องเริ่มต้นใหม่หมด
มีบทบัญญัติใดอีกบ้างในร่างรัฐธรรมนูญที่ดูแล้วน่าเป็นห่วง?
คณะกรรมการการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ถึงที่มา นอกจากที่บอกว่าโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งในความหมายคือฝ่ายบริหารเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่ กรรมการชุดนี้ยังมีอำนาจสูงถึงขนาดเสนอตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้แก่คนที่มาสำนึกผิดต่อกรรมการได้ แบบนี้เราไม่เคยมี ที่ไหนก็ไม่น่าจะมี ซึ่งข้องใจมาก อำนาจการเสนอให้อภัยโทษคนได้เราไม่เคยมี เพราะอำนาจอภัยโทษเป็นอำนาจประมุขรัฐ ทำไมกรรมการปรองดองมีอำนาจมาสร้างความรับผิดชอบเหนือคนอื่น กำลังจะเตรียมทำอะไร มันแก้ปัญหาประเทศหรือแก้ปัญหาให้ใคร ทำไมต้องมี ถ้าประเทศไม่มีบทบัญญัตินี้ มันมีปัญหาของประเทศอะไรที่แก้ไม่ได้
ที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอกเหมาะสมหรือไม่
ในสถานการณ์ปกติไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ที่เขียนว่าต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา ถ้าพรรคใดได้ ส.ส. 260 คน แล้วถ้าเขาไม่เอาด้วยเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ และถ้าจะเกิดขึ้นได้มันต้องเป็นเงื่อนไขที่วิกฤติจริงๆ แล้วทุกคนยอม
------------------
(สัมภาษณ์พิเศษ : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 'ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ได้ดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2550' : โดย...ณัฐภัทร พรหมแก้ว , สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น)



