เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 15 เม.ย.58 พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. พล.ต.อ.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายวิโรจน์ หมอยา อายุ 31 ปี และน.ส.วาสนา บุญลือ อายุ 20 ปี สองสามีภรรยาก่อเหตุลักทรัพย์บ้านที่เข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมของกลาง เครื่องราชอิศริยาภรณ์ นาฬิกาหรูจำนวน 4 เรือน เครื่องประดับจำนวนหนึ่ง และจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำ-ส้ม ทะเบียน ฬขง 63 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ภายในซอยรัชดา 36 (เสือใหญ่) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้าน พ.ต.ท.(หญิง) ศุภลักษณ์ รักษ์พงศ์ รอง ผกก.ฝ่ายยุทธศาสตร์การศึกษา กองบัญชาการศึกษา ภายในซอยเสนานิคม 1 แยก 12 พื้นที่สน.พหลโยธิน ได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากโดยบ้านดังกล่าวได้เข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายวิโรจน์ และน.ส.วาสนา 2 สามีภรรยา จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าวจริง โดยนายวิโรจน์อ้างว่าเคยทำงานส่งขวดพลาสติกแล้วตกงาน ไม่มีเงินใช้ จึงออกตระเวนลักขโมยแล้วนำทรัพย์สินไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ตามที่พักอาศัยในพื้นที่ สน.พหลโยธินทั้งหมด 4 ครั้ง เริ่มครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นบ้านพักอาศัยภายใน ซ.พหลโยธิน 32 แยก 18 ได้ทรัพย์สินเป็น พระเครื่อง ไอแพด และกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ต่อมาวันที่ 8 มี.ค. เข้าไปลักทรัพย์ในอพาร์ทเม้นต์ ซ.รัชดา 36 ได้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และแหวนทองคำ จากนั้นวันที่ 7 เม.ย. เข้าไปลักทรัพย์ในแมนชั่น ภายใน ซ.รัชดา 36 แยก 9/9 ได้ทรัพย์สินเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และโทรศัพย์มือถือ และวันที่ 12 เม.ย. เข้าไปลักทรัพย์ในบ้านเดี่ยว ภายในซอยเสนานิคม 1 แยก 12 ได้ทรัพสินเป็นของกลางจำนวนดังกล่าว มาทราบภายหลังถูกจับกุมว่าเป็นบ้านของตำรวจ และเป็นบ้านที่เข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ โดยทรัพย์สินที่่ได้มาจะนำไปขายเอาเงินไปซื้อยาไอซ์เสพ และนำไปใช่จ่ายส่วนตัว
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ทำการตรวจรอยนิ้วมือผู้ต้องหาเทียบเคียงกับของกลางยืนยันตรงกัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ซึ่งจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำการขยายผล เนื่องจากผู้ต้องหารับว่าได้นำของที่ลักขโมยมาไปขายให้กับร้านที่รับซื้อย่านสะพานควาย เป็นร้านรับซื้อของเก่าในซอยประดิพัทธ์ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ประชาสัมพันธ์หากผู้ใดถูกคนร้ายกลุ่มนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ สน.พหลโยธิน เบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหา“ร่วมกันลักทรัพย์โดยทำรายสิ่งกีดกั้น ในเวลากลางคืน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป