
'นาโนไฟแนนซ์' เปลี่ยนหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบ
16 เม.ย. 2558
สวัสดีเศรษฐกิจ : 'นาโนไฟแนนซ์' เปลี่ยนหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้าในการพิจารณาคุณสมบัติบริษัทที่ยื่นขอใบอนุญาตปล่อยสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “นาโนไฟแนนซ์” ล่าสุดมีผู้ยื่นเอกสารขอใบอนุญาตทั้งสิ้น 16 ราย และธปท. ได้พิจารณาคุณสมบัติและแผนธุรกิจเสร็จแล้ว 5 ราย ซึ่งได้ส่งรายชื่อ 3 บริษัทให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้อนุมัติใบอนุญาตพิจารณาต่อไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2558 คาดว่า จะใช้เวลาไม่นานในการอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายนี้
ในส่วนบริษัทที่สมัครและขอใบอนุญาตอีก 11 รายนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไข คุณสมบัติต่างๆ ตลอดจนอยู่ระหว่างการขอเอกสารเพิ่มเติมรวมถึงแผนการดำเนินงานธุรกิจภายใต้การปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งหากพิจารณาเสร็จสิ้นก็จะทยอยส่งให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป ประการสุดท้ายมีการคาดกันว่าจะมีบริษัทที่แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการอีกหลายรายเพราะดูจากที่มีการติดต่อสอบถามมาที่ ธปท. มีจำนวนสูงถึง 50 ราย ซึ่งการยื่นขอใบอนุญาตไม่ได้กำหนดว่าต้องยื่นถึงเมื่อไหร่
สำหรับความเห็นของผู้ว่าแบงก์ชาติเรื่องการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ยังต้องคอยติดตามผลว่าเป็นอย่างไร เพราะยังไม่ค่อยวางใจว่าเรื่องนี้จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้มากน้อยแค่ไหน เพราะนโยบายนี้ถือว่าเป็นเจตนาดีมาก เพื่อหวังให้ไปทดแทนหนี้นอกระบบ (ผู้เขียนเห็นในประเด็นนี้ว่า มีการให้บริการไปแล้วแต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นการบวกหนี้เพิ่มเข้าไปคือกู้นาโนไฟแนนซ์ไปโปะหนี้นอกระบบแล้วก็ยังตามไปกู้หนี้นอกระบบอีกครั้งหนึ่งแบบไม่เข็ด หากเป็นแบบนี้ก็จะแก้ปัญหาไม่ตก)
เพราะการแก้หนี้คือปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงคือต้องไปว่ากันที่การแก้ปัญหารายได้ลบรายจ่ายแล้วไม่สมดุลคือ มันไม่มีเหลือหรือมีสมการชีวิตแบบรายได้ที่หามาบวกกับหนี้ที่ต้องจ่ายมันเท่ากับรายจ่ายในเดือนนั้นๆ เรียกว่าทำมาหากิน-หาเงินแล้ว ยังต้องไปหาจากอะไรก็ไม่รู้อีกก้อนเพื่อมาจ่ายหนี้ที่ก่อไว้ ประกอบกับด้วยความไม่ค่อยรู้เรื่องทางการเงิน การบริหารเงินส่วนบุคคล ประการสุดท้ายคือเรื่องที่ต้องรู้จักวินัยทางการเงินซึ่งทั้งหลายทั้งปวงจะต้องแก้ที่ต้นเหตุจึงจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ศูนย์วิจัยทางธุรกิจของธนาคารชั้นนำระบุว่า ยอดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ใน 2-3 ปีแรก น่าจะอยู่ที่ราว 35,000- 60,000 ล้านบาท ซึ่งมีการมองกันว่าสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ช่วงแรกยังไม่สูงมาก เพราะบริษัทที่ได้ใบอนุญาต ส่วนใหญ่เป็นรายเล็ก ขนาดของทุนไม่สูงมาก
ที่สำคัญคือทุกคนก็รู้ว่าสินเชื่อนี้มีความเสี่ยงสูงที่ผู้กู้จะผิดนัดชำระหนี้บวกกับความเสี่ยงของการที่ไม่มีหลักประกันมาค้ำประกันการกู้ยืม การเลือกปล่อย สินเชื่อให้กับฐานลูกค้าเดิม ท้ายสุดก็คือเรื่องเครือข่ายและการไม่มีช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกหนี้ในกลุ่มเสี่ยงนี้ได้กว้างขวางเหมือนกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ฝังรากลงไปลึกมากๆ กับลูกค้ากลุ่มนี้
---------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : 'นาโนไฟแนนซ์' เปลี่ยนหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



