ข่าว

'สื่อรักทางออนไลน์' พาสาวสุรินทร์พบรักหนุ่มมะกัน

'สื่อรักทางออนไลน์' พาสาวสุรินทร์พบรักหนุ่มมะกัน

16 เม.ย. 2558

เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : 'สื่อรักทางออนไลน์' พาสาวสุรินทร์พบรักหนุ่มมะกัน : โดย...อายุทัย นนท์นิติรัตน์

 
                        “แซนดี้” หรือธัญจิรา ริง สาวอีสาน วัย 32 ปี จากจ.สุรินทร์ หญิงสาวที่เดินฝ่าฟันอุปสรรคเส้นทางชีวิตและความรัก ซึ่งชีวิตวัยเด็กพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เธออายุ 2 เดือน ทำให้ภาระการเลี้ยงดูตกอยู่กับบรรดาป้าๆ ที่เป็นพี่สาวของแม่ และจากครอบครัวเกษตรกรทำให้ชีวิตวัยเด็กยากเข็ญ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีที่มีป้าคนหนึ่งมีครอบครัวอยู่อเมริกา คอยส่งเสียค่าใช้จ่ายมาให้ตลอด ด้วยอุปสรรคในวัยเด็กทำให้ “ธัญจิรา” เอาปัญหาดังกล่าวที่มาเป็นแรงผลักดันในการต่อสู้ชีวิตและตั้งเป้าหมายว่าอยากจะพบเจอผู้ชายที่ดี ดูแลซึ่งกันและกันได้ไปจนแก่เฒ่า
 
                        แต่ชีวิตไม่ได้ราบรื่นตามฝัน เมื่อถึงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ก็เรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แต่ด้วยความเกเรไม่ตั้งใจเรียนของเธอทำให้เรียนได้ 2 ปี ก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยในวัย 19 ปี ซึ่งเป็นจุดสำคัญชี้วัดเส้นทางอนาคตแต่ด้วยที่อยู่ในวัยไร้เดียงสาเรื่องความรัก ประกอบกับไม่อยากเป็นภาระของป้าเธอและแฟนหนุ่ม จึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ ที่โรงงานแห่งหนึ่งและอยู่กินด้วยกันได้ 3 ปี
 
                        ความที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นทำให้เกิดเรื่องราวความไม่เข้าใจกันและทั้งสองต้องแยกทางกันไป เป็นอันจบความรักช่วงวัยรุ่น จากนั้นไม่นานมีหนุ่มชาวจีนมาจีบ กระทั่งคบหาเป็นแฟนกัน 3 ปี ด้วยความที่มีเวลาไม่ตรงกันและสื่อสารกันไม่เข้าใจ จึงเลิกรากันไปโดยช่วงที่คบกันนั้น เธอก็ยังทำงานอยู่ที่โรงงานเช่นเดิม
 
                        กระทั่งเธอเบื่อหน่ายกับความรักและอาชีพ จึงตัดสินใจลาออกจากงานแล้วตั้งเป้ามีอาชีพอิสระจึงไปเรียนเสริมสวย เมื่อเรียนจบก็ไปสมัครงานเป็นช่างเสริมสวยที่ร้านหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งที่ร้านแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความรักเพราะได้พบเจอกับ “แดนเนียล ริง” คู่ชีวิตปัจจุบัน เป็นลูกจ้างร้านเสริมสวย 3 ปี ก็สนิทกับเจ้าของร้าน เจ้าของร้านนำรูป “แซนดี้” ไปลงเว็บไซต์ประกาศหาคู่ออนไลน์ โดยตอนนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจอะไร กระทั่งวันหนึ่งเจ้าของร้านบอกว่ามีฝรั่งคนหนึ่งชื่อ “แดนเนียล” อยู่ จ.เชียงใหม่ คุยกันทางอินเทอร์เน็ตแล้วอยากรู้จักกับ "แซนดี้" ครั้งนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจอะไร ได้แต่เพียงหัวเราะ เพราะคิดว่าเธอพูดภาษาอังกฤษก็ไม่เป็นและอยู่คนละจังหวัดคงเป็นไปไม่ได้
 
                        “แดนเนียล ริง อายุ 60 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เชียงใหม่มากว่า 4 ปี เคยแต่งงานแล้ว 3 ครั้ง มีลูก 2 คนกับอดีตภรรยาคนล่าสุด ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเช่นกัน แต่ปัญหาส่วนตัวจึงตัดสินใจแยกทางกันไปในที่สุด” แซนดี้เล่าถึงประวัติของแดนเนียล
 
                        "แซนดี้" เล่าต่อว่า หลังเจ้าของร้านมาบอกเธอ จากนั้น 2 วันก็ต้องตกใจ เพราะ "แดนเนียล" เดินทางจากเชียงใหม่มาหาที่ร้านเสริมสวย โดยเธอไม่ทราบมาก่อน แต่ด้วยมารยาท ได้ออกไปกินข้าวกันธรรมดา โดยระหว่างที่อยู่ด้วยกันก็สื่อสารด้วยภาษามือซึ่งยากลำบากที่จะทำความเข้าใจได้ แต่ "แดนเนียล" ก็พยายามที่จะพูดคุยสื่อสารกับเธอโดยตลอด
 
                        หากมองภายนอก "แดนเนียล" เป็นคนที่มีความพยายามและตั้งใจจริง อีกทั้งยังเป็นคนมีน้ำใจ หลังจากคุยกันสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปนั้น "แดนเนียล" เอ่ยปากชวนให้เธอไปเที่ยวเชียงใหม่ โดยเธอได้ตอบตกลงโดยที่ในใจก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้องทำงาน อีกทั้งภาระค่าใช้จ่ายการเดินทาง หลังจากนั้นวันเดียว เขาโทรศัพท์มาบอกว่าซื้อตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ให้เธอเดินทางมาเที่ยวที่เชียงใหม่แล้ว ทำให้เธอตกใจอีกครั้งหนึ่งถึงความพยายามและได้ตอบตกลงไป
 
                        “ใช้เวลาเที่ยวและกินข้าวที่เชียงใหม่ 8 ชั่วโมง ก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ต่างคนต่างประทับใจกันเธอรู้สึกถึงความมีน้ำใจและเป็นสุภาพบุรุษ หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่อยมา โดยให้พี่เจ้าของร้านเสริมสวยเป็นผู้แปลภาษาและสื่อสารให้ หลังจากคุยกันประมาณ 1 เดือน "แดนเนียล" ได้ชักชวนให้ย้ายมาอยู่กับเขาที่เชียงใหม่ จึงปรึกษาเจ้าของร้านเสริมสวย พี่เขาก็อนุญาต เพราะว่าอาจเป็นโอกาสที่จะทำชีวิตดีขึ้น” แซนดี้ ย้อนอดีตก่อนตัดสินใจมาใช้ชีวิตที่เชียงใหม่
 
                        แต่ความรักไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้เนื่องจากภาษาเป็นอุปสรรคทำได้เพียงใช้ภาษามือสื่อสารกัน เธออยู่ได้ 2 วัน ก็ขอกลับไปทำงานกรุงเทพตามเดิมโดย "แดนเนียล" พยายามรั้ง แต่คิดว่าคงไปด้วยกันไม่รอด จากนั้น "แดนเนียล" ยังคงติดต่อขอให้เธอกลับไปอยู่ด้วยตลอด ซึ่ง "แซนดี้" ยังไม่พร้อมจะไปใช้ชีวิตแบบที่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง โดยทั้งสองก็ตกลงกันว่าขอใช้เวลาคุยกันสัก 3 เดือนเพื่อปรับจูนความเข้าใจกันให้มากกว่านี้ หากสามารถคบกันได้จริงก็จะย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่ด้วย
 
                        "แดนเนียล" ยอมรับในข้อตกลงและคุยกันเรื่อยมาทำให้ได้เห็นถึงความจริงใจที่มีให้ต่อกัน กระทั่ง 14 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นวันที่ "แซนดี้" มั่นใจ จึงตัดสินใจมาอยู่เชียงใหม่ ซึ่งในระยะแรก ต่างใช้ความพยายามที่จะสื่อสารซึ่งกันและกัน "แดนเนียล" พยายามสอนอยู่ตลอด โดยที่ไม่รู้สึกหงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือนเขาและเธอสามารถสื่อสารกันได้เข้าใจมากขึ้น จึงใช้ชีวิตด้วยกันเรื่อยมา
 
                        “ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน จะรับจ้างทำงานซักอบรีดในหมู่บ้านเพื่อที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้านเช่า และใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายดูแลซึ่งกันและกัน ทำอาหารกินเองที่บ้าน โดยดิฉันเป็นผู้ที่ทำทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่งให้แดนเนียลรับประทาน”
 
                        หลังจากคบหาดูใจและใช้ชีวิตคู่กันมา 4 ปี ได้ตกลงปลงใจกันจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ที่อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งครอบครัวสองฝ่ายก็ยอมรับและมีความสุขด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งเธอจะเดินทางไปพบแม่ของ "แดนเนียล" ที่สหรัฐอเมริกาปลายปีนี้ และหลังจากกลับจากอเมริกามีแผนจะจัดพิธีแต่งงานที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์
 
                        “เราทั้งคู่จะมองหาที่ดินเพื่อปักหลักสร้างบ้านและใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ เนื่องจากชอบบรรยากาศและวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงาม ทุกวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณพี่เจ้าของร้านเสริมสวยที่ได้ให้โอกาสในการทำงานและนำพาเราให้พบกับความรักที่ดี” ธัญจิรา เผยความรู้สึกอย่างซาบซึ้ง 
 
 
 
 
 
---------------------
 
(เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : 'สื่อรักทางออนไลน์' พาสาวสุรินทร์พบรักหนุ่มมะกัน : โดย...อายุทัย นนท์นิติรัตน์)