
กกต.เลื่อนลงมติ 28 สส.ปชป.ไป 16 ก.ค.นี้
สดศรียื้อฟัน 28 ส.ส. ปชป. โยนกลับไปจัดกลุ่มข้อมูล นัดลงมติใหม่พฤหัสที่จะถึงนี้
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการพิจารณา กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ยื่นคำร้องขอให้ ตรวจสอบการกระทำของ ส.ส. 28 ราย กระทำการอันมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 48 ประกอบ 265 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 106 ( 6 ) ของรัฐธรรมนูญว่า กกต. มีมติให้เลื่อนการลงมติไปเป็นวันที่ 16 ก.ค. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากในการรายงานของฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการไต่สวน เนื่องจากมีการระบุว่าบริษัทที่เข้าข่ายเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐมีมากกว่าที่กกต.เคยวินิจฉัยไว้เมื่อครั้งส.ว.รวมทั้งมีรายละเอียดว่าส.ส. คนใดถือหุ้นประเภทใด ซึ่งรวมถึงหุ้นกู้ด้วย แต่ก็ไม่ได้จัดหมวดหมู่ให้มีความชัดเจน
ทำให้กกต.เกรงว่าหากลงมติไป อาจไม่สอดคล้องกับที่เคยได้ลงมติครั้งส.ว.เอาไว้ และจะทำให้กลายเป็นสองมาตรฐานจึงสั่งให้ฝ่ายเลขาฯกรรมการไต่สวน ไปจัดหมวดหมู่ ของบริษัทที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ส.ส.เข้าไปมีหุ้น และจัดหมวดหมู่ว่า ส.ส.กลุ่มใดถือหุ้นต้องห้ามหรือไม่ แล้วให้นำกลับมารายงานให้ที่ประชุมทราบในวันที่ 16 ที่จะถึงนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากส.ส.ถือหุ้นกู้ถือว่าไม่มีความผิดใช่หรือไม่ นายสุทธิพลกล่าวว่า ในชั้นของคณะกรรมการไต่สวน 16 ส.ว. ระบุไว้ว่าหุ้นกู้เป็นตราสารที่บริษัทต่าง ๆ เสนอขายให้กับผู้ลงทุนเพื่อกู้ยืมเงินไม่อยู่ในความหมายของรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และ 265 ดังนั้นเมื่อกกต.ระบุว่าจะยึดถือคำวินิจฉัยกรณี 16 ส.ว. ในการลงมติในส่วนของ ส.ส. จึงเท่ากับว่าหากผู้ใดถือหุ้นกู้ก็ไม่ถือว่ากระทำการต้องห้าม
อย่างไรก็ตามในส่วนของคำวินิจฉัย 16 ส.ว.นั้นในขณะนี้ ประธานกกต.และกกต.ทุกคนได้ลงนามเรียบร้อยและคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะส่งถึงประธานวุฒิสภาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมในวันนี้กกต.เกือบทุกคนเห็นว่า รายงานที่คณะกรรมการไต่สวนเสนอมาและสรุปในวันนี้นั้นนั้นมีความครบถ้วนชัดเจนและสามารถลงมติได้เลย ทั้งการพิจารณาว่าหุ้นใดต้องห้าม หรือใครถือหุ้นต้องห้ามบ้าง แต่นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองกลับตั้งข้อสงสัย และต้องการให้คณะกรรมการไต่สวนไปจัดหมวดหมู่ให้ละเอียดกว่านี้ ดังนั้นเพื่อความสบายใจ กกต. ที่เหลือจึงอนุมัติให้เลื่อนการพิจารณาออกไป
นายสุทธิพลยังกล่าวด้วยว่า ในวันนี้กกต. ยังได้มีมติขยายเวลาในการสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ศ.สกลนครเขต 3 อีก 10 วันซึ่งถือ เป็นการขยายเวลาครั้งที่ 2 แล้ว
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่กกต.จะวินิจฉัย 28 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถือหุ้นบริษัทที่ได้รับสัมปทานรัฐว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือและชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงกับกกต. โดยมั่นใจว่าส.ส.ของพรรคไม่มีเจตนาเข้าไปแทรกแซงการทำงานของบริษัทที่ถือหุ้นและเชื่อว่าไม่ว่าผลการวินิจฉัยของกกต.จะออกมาอย่างไรก็ไม่กระทบต่อจำนวนเสียงส.ส.ที่จะโหวตหนุนร่างกฎหมายการเงินที่จะเข้าสู่การประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ แต่อย่างใด



