ข่าว

"อนุพงษ์”ไฟเขียวตำรวจจัดการตามกม.ทหารเอี่ยวยิงสนธิ

"อนุพงษ์”ไฟเขียวตำรวจจัดการตามกม.ทหารเอี่ยวยิงสนธิ

14 ก.ค. 2552

ตำรวจยึดรถกระบะต้องสงสัยตรวจหาลายมือแฝง เชิญเจ้าของรถลูกจ้าง "พลร่มป่าหวาย" ลพบุรี สอบปากคำ "ธานี" ปัดไม่รู้ออกหมายจับทหารและตำรวจชั้นประทวนสังกัดศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี และบช.ปส. พร้อมเข้ารายงานผล นายกรัฐมนนตรีระบุจะไม่เป็นเรื่อง "มวยล้มต้นคนดู"

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้นำรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยในคดีคนร้ายลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ โดยการนำรถต้องสงสัยมาตรวจสอบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) ได้นำมาตรวจที่กองบังคับการตำรวจจราจร จากการตรวจภายในรถพบขวดน้ำ แผ่นซีดี บัตรพนักงานระบุชื่อ น.ส.รัศมี เมฆชัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานทั้งหมดและลายนิ้วมือแฝงภายในรถไว้ตรวจสอบแล้ว

 สำหรับการนำรถต้องสงสัยคันดังกล่าวมาตรวจสอบสืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 04.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.1 ได้ไปเชิญตัว น.ส.รัศมี เมฆชัย อยู่บ้านเลขที่ 304 ม.5 ต.ธนูชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำ สังกัดหน่วยบัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี (พลร่มป่าหวาย) มาสอบปากคำพร้อมกับอายัดรถกระบะคันดังกล่าวมาตรวจสอบที่ บก.จร.เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล

 ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดหน่วยบัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ จำนวน 10 นายได้เดินทางมาที่ บก.จร.หลังจากทราบข่าวว่าตำรวจนำตัว น.ส.รัศมี พร้อมรถคันดังกล่าวมาตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ น.ส.รัศมี เจ้าของรถคันดังกล่าว เป็นลูกจ้างประจำอยู่ในสังกัดหน่วยบัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ โดยหลังจากถูกเชิญตัวมาสอบปากคำแล้ว น.ส.รัศมี จึงได้โทรศัพท์แจ้งไปยังต้นสังกัด ทำให้ทหารในสังกัดเดินทางมาร่วมฟังการสอบสวนและดูการตรวจสอบรถในครั้งนี้ด้วย

 อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบรถต้องสงสัยครั้งนี้ ไม่มีนายตำรวจระดับสูงคนใดเปิดเผยรายละเอียดให้สื่อมวลชนทราบแต่อย่างใด ขณะนี้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ ได้เข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบังคับการตำรวจจราจรด้วย ซึ่งภายหลังจาก พล.ต.อ.ธานี ประชุมพนักงานสอบสวนสืบสวนชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวเสร็จแล้วได้เดินทางกลับ โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าในเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.ธานี จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานคดีและเรื่องรถดังกล่าวให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบต่อไป

ออกหมายจับแล้วสองทหารและตำรวจข้อหาลอบสังหารสนธิ

 ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ. ธานีได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือ ส.ต.ท.วีรวุฒิ  มุ่งสันติ สังกัด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ซึ่งขณะนี้ช่วยราชการปฎิบัติงานให้กับ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม และอีกคนชื่อ "ปัญญา" เป็นนายทหารชั้นประทวนสังกัด ศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี

 รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ชุดสืบสวนสอบสวนได้สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้ลงมือโดยมีพยานชี้ตัวยืนยันซึ่งการออกหมายจับที่มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยนั้น ทำให้ชุดสืบสวนสามารถนำผู้ต้องหาที่เป็นทหารขึ้นศาลปกติได้ โดยไม่ต้องขึ้นศาลทหารเนื่องจาก การกระทำดังกล่าวได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีเปลือกมังคุดหมายเลขทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี ที่นำมาตรวจสอบมีพยานเห็นว่า นำมาจอดอยู่ในย่านโรงแรมแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี ก่อนที่จะลงมือและเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของกลุ่มบุคคลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหา

"ธานี"ปัดไม่รู้หมายจับคนร้ายยิง"สนธิ"เข้าพบนายกฯรายงานผล

 เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้ไปรอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.ธานี  มีสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธที่จะตอบทุกคำถาม เมื่อถามว่ามีการออกหมายจับหรือไม่ บอกเพียงว่าไม่มี ไม่รู้ จากนั้นก็เดินทางไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการหารือนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การออกหมายจับครั้งนี้ จะไม่เป็นเรื่อง "มวยล้มต้นคนดู"

ทั้งนี้พล.ต.อ.ธานีได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเกี่ยวกับข้อราชการและสำนวน ไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับคดีดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่าได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับคดีของนายสนธิหรือไม่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้คุย 

 ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าคดีนี้จะไม่มีมวยล้มต้มคนดู พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า เดี๋ยวก็ดูไป คดีก็เดินหน้าไปได้  ต่อข้อถามที่ว่าที่ผ่านมามีปัญหา อุปสรรคอะไรหรือไม่จึงทำให้คดีล่าช้า พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ก็ต้องค่อย ๆ ไล่จับคนร้ายกันต่อไป อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้สั่งการตามสายงานว่าจะต้องเดินหน้าทำงานกันต่อไป 

"อนุพงษ์”ไฟเขียวตำรวจจัดการตามกม.ทหารเอี่ยวยิงสนธิ

 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอนุมัติหมายจับนายทหารยศจ่าสิบเอก สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยในการลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง แต่โดยหลักการ ตนเคยบอกไปแล้วว่า ใครที่กระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมได้เลย ซึ่งทางกองทัพให้การสนับสนุนไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้เลย

 เมื่อถามว่า เบื้องต้นมีการสั่งการให้ พล.ท.ภุชงค์  รัตนวรรณ  ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ ให้ตรวจสอบที่มาของนายทหารดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ นอกจากมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องทำ เช่น กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการขอตัว หรือมีการทำหนังสือมายังกองทัพ ทางกองทัพจะดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติ

ศาลไม่รับฟ้องไชยวัฒน์ฟ้องอภิสิทธิ์-ผบ.ตร.ออกหมายเรียก

 ส่วนกรณีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)โดยนายณัฐพร โตประยูร ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.91, 157 และ 200  เมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกันนี้  ศาลนัดฟังคำสั่งความว่า

 กรณีมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกโจทก์กับพวกที่เป็นแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ ในข้อหาก่อการร้ายจากการชุมนุมปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เมื่อ ปี 2551 ซึ่งรุนแรงเกินความจริง

 โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกและตั้งข้อหาโจทก์ตามฟ้อง เป็นการกระทำของพนักงานสอบสวนซึ่งมีอำนาจตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา และอำนาจการสอบสวนเป็นอำนาจแยกต่างหากจากอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน และอำนาจการควบคุมดูแลและกำกับการปฏิบัติตลอดจนกำหนดนโยบายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติของจำเลยทั้งสาม ดังนั้นการกระทำของ พล.ต.ท.วุฒิ หัวหน้าพนังานสอบสนจำเลยทั้งสามจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง

 ขณะที่นายณัฐพร โตประยูร ทนายของนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ข้อเวลาศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อพิจารณาการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลดังกล่าวต่อไป เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้ศาลควรรับคำฟ้องไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงก่อน จะมีคำสั่งใดๆ