ข่าว

วินาทีเฉียดตาย!!!วูบหลับขับรถ

วินาทีเฉียดตาย!!!วูบหลับขับรถ

14 เม.ย. 2558

วินาทีเฉียดตาย!!!วูบหลับขับรถ : ปฏิญญา เอี่ยมตาล ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             “อุบัติเหตุบนถนน" ไม่ใช่เวรกรรม เป็นเรื่องที่ป้องกัน ระวังได้ ถ้าไม่ประมาท โดยเฉพาะ "ผู้ขับขี่ทางไกล" ช่วง "สงกรานต์" หากพักผ่อนไม่เพียงพอ  อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ง่วงนอน เสี่ยงต่อการเกิด  หลับใน !!! วูบหลับขับรถ ได้ทุกเวลา หากรู้สึกง่วงเมื่อใด ให้หยุดรถพักผ่อนทันที อย่าฝืนขับต่อ ไม่ว่าทางจะใกล้หรือไกล

             “ทีมข่าว คม ชัด ลึก" ได้รับการเปิดเผยเรื่องราว  เฉียดตาย !!! วูบหลับขับรถ จากผู้ประสบเหตุบนถนน เสี้ยวหนึ่งในชีวิต ที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขใหม่ได้ แต่สามารถระวังป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้อีกในอนาคต หากตัดไฟ แต่ต้นลม เช่นกรณี     

             “กัณทิชา กุลเลิศจริยา" อายุ 61 ปี เจ้าของกิจการส่วนตัว ที่รอดตายได้หวุดหวิดจากอุบัติเหตุรถคว่ำที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 8 ปีก่อน กลายเป็นคนพิการ สูญเสียแขนข้างหนึ่ง โดยไม่รู้ตัว เพราะอาการวูบหลับขับรถ

             วินาทีระทึก เฉียดตาย ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยลืม ระหว่างร่วมเสวนาเรื่อง ง่วงแล้วขับ ภัยมืดที่มองไม่เห็น จัดโดยสมาคมไทยอเมริกัน เธอเล่าว่า  

             “วันเกิดเหตุขับรถจากเมืองพล จ. ขอนแก่น เข้า กทม.ช่วงบ่ายถึงลำตะคอง รู้สึกง่วง เลยแวะพักปั๊ม ตั้งใจว่าจะงีบสักพัก แต่ด้วยอากาศร้อน นอนไม่หลับ คิดว่าตัวเองไม่ง่วงมาก จึงฝืนขับต่อ ถึงมวกเหล็ก จอดปั๊มอีกครั้งเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า และขับต่อ เลยสระบุรี เข้าวังน้อย อยุธยา แวะปั๊ม ปตท.หยิบผ้าเย็นเช็ดหน้าแล้วขับต่อ จนเกิดวูบไม่รู้ตัว"                        มันเร็วมาก ไม่มีสติ  แค่เสี้ยววินาที  ลืมตาอีกที  รถตกข้างทาง ไถลลงเกาะกลาง คิดในใจจะหยุดรถได้อย่างไร มองเห็นเสาไฟฟ้า ตัดสินใจหักพวงมาลัย ให้ท้ายรถเข้าชนหวังหยุดมัน แต่กลับกลายว่า ชนเสาไฟแล้วรถพลิกคว่ำไป 3 ตลบ จนไปตะแคงอยู่อีกฝั่ง

             ตอนนั้นรู้สึกตัวแล้วเห็นภาพทุกอย่าง จนรถหยุด จับตามตัวนึกในใจเราโชคดีนะไม่เป็นอะไรเลย รถคว่ำขนาดนี้ แขนขาขยับได้ กระทั่งป่อเต็กตึ๊งมาช่วยเปิดประตูออก เห็นเลือดไหลที่แขนขวา ถึงโรงพยาบาลจึงรู้ว่ากระจกบาดแขนขาด ต้องตัดทิ้ง  

             “วันนั้นรู้ตัวเลยว่า ง่วง และพยายามแวะพักหลายที่ให้หายง่วง แต่พอมาขับต่อ มันวูบไปเฉยๆ จนเกิดอุบัติเหตุกลายเป็นคนพิการแขนขาดข้างหนึ่งจนทุกวันนี้ หากย้อนเวลากลับไปวันนั้นได้จะไม่ฝืนตัวเองขับรถไปต่ออย่างเด็ดขาด" กัณทิชา กล่าวเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ ง่วงไม่ขับ

             นอกจากเหตุสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับ “กัณทิชา" แล้วยังมีอุบัติเหตุรุนแรงของ “ปุ๊ก" วัย 22 ปี นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ที่สูญเสียรถยนต์ 1 คัน สภาพพังยับเยิน ประกันไม่รับซ่อม ขายซากทิ้ง  ต้องหยุดพักเรียน 1 ปีเต็ม เดินไม่ได้ เพราะ “ขับหลับใน" 

             เธอเล่าประสบการณ์ วินาทีเฉียดตาย เกิดขึ้นเพราะ นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วันนอนไม่เต็มที่ จนคืนเกิดเหตุ วันนั้นเมื่อปีที่แล้ว ขับรถจากพัทยา กลับบ้านสัตหีบ หลังกินข้าวกับเพื่อนช่วงดึก เป็นเส้นทางที่ขับประจำ ด้วยความเร็ว 120- 140

             ยอมรับเลย คืนนั้นรู้สึกง่วงมาก แต่ทนฝืนขับ  เกือบใกล้ถึงบ้านห่างเพียง 2 กม. อยู่ดีๆ ก็วูบหลับไป  ไม่รู้ตัว รู้สึกอีกทีตอนมีคนช่วยออกจากรถ จำอะไรไม่ได้เลย มันเร็วมาก

             “ฟังจากคนที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า รถวิ่งมาทางขวา อยู่ๆ ก็ตกช่องเกาะกลาง พุ่งชนเสาไฟฟ้าเกือบหัก รถพังยับ คว่ำหลายตลบ กลับมาตั้งหันหน้าเข้าพัทยา ดูจากซากรถในรูป ไม่น่ารอด ถือว่าโชคดี ไม่เป็นอะไรมาก แค่เอ็นข้อเท้า เอ็นหัวเข่าขาด" เธอกล่าวและว่า

             เข้าเฝือกเดินไม่ได้ 4-5 เดือน ทำกายภาพต่อเกือบปี เหตุเกิดคืนวันศุกร์ วันจันทร์เปิดเทอมพอดี ไปเรียนไม่ได้ ต้องดร็อป 1 ปี จนทุกวันนี้ยังเดินไม่ปกติ มีอาการเหน็บเสียวอยู่           

             “อัจฉรา เงินชัย" ข้าราชการ จ.ขอนแก่น เล่าเหตุการณ์ วินาทีเฉียดตาย ที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเมื่อ 2 ปีก่อนในค่ำวันหนึ่งว่า ตกใจมากเมื่อได้รับโทรศัพท์จากสามีบอกว่า รถคว่ำ ตกข้างทาง รถพังคลานออกมาได้ เลยโทรหา จึงรีบไปดู ห่างจากบ้านไม่ถึง 2 กม. เห็นรถหงายท้อง อยู่ในคันคลอง โชคดีที่น้ำแห้ง ไม่เช่นนั้นคงจมหายไปทั้งรถทั้งคน

             “สามีขับรถออกจากสวน อ.เชียงยืน กลับบ้านพัก ระยะทางไม่ไกลมากไม่ถึง 5 กม. ผ่านเส้นนี้ประจำทุกวัน แต่วันนั้น เขาบอกเหนื่อย เพลีย  ง่วงนอน ฝืนขับมา อยากถึงบ้านไวๆ พอถึงที่เกิดเหตุ ขับอยู่ดีๆ ไม่รู้ตัว วูบไปตอนไหน มารู้อีกที  นอนอยู่ใต้ท้องรถ เหตุการณ์มันเร็วมาก เลยพูดปลอบใจ โชคดีแล้ว ไม่เป็นอะไรแค่ถลอก เพราะคาดเบลท์ ส่วนรถพังยังซ่อมได้" อัจฉรา กล่าว 

             ไม่ต่างกับความรู้สึกวูบขณะขับ ของ “วาทินี  ภิวัฒน์ชานนท์" นักธุรกิจวัย 40 ปี บอกว่า ช่วงขับรถรู้สึกวูบบ่อย ระยะหลังเป็นมาก อาจเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น แม้จะขับในระยะสั้น 70-80 กม.ก็เป็น ปกติขับรถไปกลับพัทยา-กรุงเทพฯ สบายๆ ขับทุกวันนานกว่า  15 ปี ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุรุนแรง มีแต่วูบหลับ แต่รู้ตัวดึงสติกลับได้ ตอนแรกก็ฝืนขับทั้งที่ง่วง แต่พอฟังเรื่องคนรู้จักหลับในขับชนเสาไฟฟ้า แล้วกลัวตาย เลยจอดพักทุกครั้งที่ง่วง

             “ง่วงขับ จะละเลยไม่ได้ อันตรายจริง รู้เลยว่าคนที่วูบหลับในเป็นอย่างไร คือถ้าตายก็ตายเลย เพราะไม่รู้สึกตัว อะไรก็ยั้งไม่ได้ โชคดีที่วูบแต่ละครั้งแล้วสะดุ้งก่อน ดึงสติกลับได้ แต่คนที่ดึงสติไม่ได้ มันน่ากลัวมาก น่ากลัวกว่าเมาขับหลายเท่า เคยเมานะ แต่ขับรถกลับบ้านได้ เพราะรู้ตัวว่ากินมาจึงระวังมากกว่าปกติ แต่ถ้าง่วงหลับมันไม่รู้ตัวโอกาสไปได้ทุกเวลา" วาทินี เล่าประสบการณ์ตัวเอง                 ขณะที่ “ทิพาพร ปรัชญธรรม" อายุ 40 ปี เผย ประสบการณ์วูบหลับ ว่า ขับรถจาก จ.อุตรดิตถ์ เข้ากรุงเทพฯ กลางคืน 2 ทุ่ม ถึงดอนเมืองเที่ยงคืนกว่า  รู้สึกได้เลย ง่วง เพลีย เหนื่อย ความที่อยากถึงบ้านเร็ว จึงไม่แวะพัก จนมาเจอรถติด เริ่มล้า ตามัว ไม่รู้ตัววูบ  หลับไปตอนไหน รู้สึกอีกทีรถไหลชนท้ายคันหน้า สะดุ้งตื่น โชคดีไม่เกิดช่วงขับทางไกล อาจไม่มีโอกาสมานั่งเล่าแบบนี้

             เช่นเดียวกับ “ชาญชัย เวียงสีมา" วัย 50 ปี  บอกว่า ขับรถเป็นอาชีพ ขับมานาน 30 ปี มีอาการง่วงบ่อย เหมือนจะวูบ แต่รู้สึกตัวก่อน เหมือนมีอะไรมาเตือนสติ จึงรอดมาได้ทุกครั้ง ใช้วิธีจอดแวะปั๊ม ล้างหน้าล้างตา บางครั้งจอดข้างทาง ลงไปยืดเส้นยืดสาย จนหายง่วง แล้วขับต่อ จนทุกวันนี้เมื่อรู้ตัวว่าง่วงหาวบ่อยจะหยุดรถทันที ไม่กล้าฝืนไปต่อเลย กลัวตาย           

             “นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์" ประธานทุนง่วงอย่าขับในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บอกว่า รัฐไม่จำเป็นต้องรณรงค์เรื่องที่กฎหมายบังคับแล้ว เช่น ยาบ้า ขับฝ่าไฟแดง ไม่สวมหมวกกันน็อก หรือแม้แต่เมาขับ ฯลฯ ควรให้ความสำคัญในเรื่องที่ไม่มีกฎหมายบังคับ หรือบังคับไม่ได้มากกว่า ต้องออกมารณรงค์ บอกให้คนรู้ ผลของการง่วงแล้วขับ ง่วงหลับใน ให้คำแนะนำป้องกันที่ถูกวิธี

             “ควรรณรงค์ให้ครบ 5 เรื่องเหมือนในอเมริกา ขับเร็ว เมา ง่วง ใช้โทรศัพท์ เข็ดขัดนิรภัย ไม่เข้าใจทำไมไทยเราเอาแค่บางอย่าง ทั้งที่ความรุนแรงพอกัน ขณะที่ประเทศเจริญแล้วเห็นอันตรายง่วงขับนานกว่า 13 ปีเป็นสาเหตุตายบนถนนร้อยละ 10-30 แต่ในไทยให้ความสำคัญไม่ถึงร้อยละ 1" นพ.มนูญ กล่าว

             จากตัวอย่างประสบการณ์เฉียดตาย ง่วงขับวูบหลับ ข้างต้นบ่งบอกอันตรายร้ายแรง ง่วงขณะขับ สมรรถภาพขับขี่ลดลง สมองสั่งการช้า ตัดสินใจผิดพลาด ควบคุมรถไม่ได้ แตะเบรก หักหลบ หลบหลีก ช้ากว่าปกติ อาการหลับในพบบ่อย เมื่อขับทางไกลทั้งกลางวัน กลางคืน หรือขณะรถติดไฟแดง คนขับง่วง มักชนท้ายรถคันหน้า ขับตกข้างทาง

             กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก ห่วงใยผู้ขับขี่บนถนน เทศกาลสงกรานต์ แนะ สัญญาณเตือนภัยหลับในขณะขับขี่ ว่า หากรู้สึกหาวบ่อย หาวต่อเนื่อง ใจลอย ไม่มีสมาธิ มึน ลืมตาไม่ขึ้น เห็นภาพไม่ชัดเจน หนักศีรษะ ให้จอดรถพักที่ปลอดภัย อย่าฝืนขับไปอาจเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตได้ในที่สุด