
บูรณาการงานผู้สูงอายุเล็งปั้น155ตำบลนำร่อง
บูรณาการงานผู้สูงอายุเล็งปั้น155ตำบลนำร่อง
ผู้สูงอายุไม่ใช่วัยที่ควรต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นับเป็นข่าวดี สำหรับวันผู้สูงอายุในปีนี้ ที่หลายฝ่ายต่างมองว่า เมื่อสังคมไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ก็ควรเตรียมพร้อมที่จะรับมือเพื่อให้ผู้สูงอายุที่มากประสบการณ์ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
"ยงยุทธ" นำทัพ 6 กระทรวงทางด้านสังคม บูรณาการงานผู้สูงอายุ เล็งปั้น 155 ตำบลนำร่อง บูรณาการงานผู้สูงอายุ เล็งปั้น 155 ตำบลนำร่อง ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่า ในปี 2578 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า ประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด
รัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนมาตรการรองรับผู้สูงอายุไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีศักยภาพต่อการร่วมพัฒนาสังคม โดยความร่วมมือระหว่าง 6 กระทรวง และหน่วยงานด้านสร้างเสริมสุขภาพ อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันบูรณาการงานที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในระดับพื้นที่
ซึ่งแต่ละหน่วยงานให้ความสำคัญ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในแต่ละด้านตามบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน แต่จะเกิดกลไกเชื่อมประสานให้การทำงานในพื้นที่ระดับตำบลเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดความซ้ำซ้อน เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล เครือข่าย แลกเปลี่ยน องค์ความรู้ ทำให้สามารถวางแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีคณะกรรมการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ ข้างต้น ร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน และตนทำหน้าที่ติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ ทั้งนี้ ตั้งเป้าให้เกิดพื้นที่บูรณาการนำร่องอย่างน้อย 155 ตำบล ใน 76 จังหวัด ภายในปี 2558 จากนั้นจะขยายผลให้เกิดขึ้นทั่วประเทศต่อไป
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า พม.เน้นสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และการพิทักษ์ผู้สูงอายุ ใน 8 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งชมรมผู้สูงอายุ 2.สนับสนุนจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นที่ 3.ให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เป็นศูนย์กลางพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุระดับพื้นที่ 4.สนับสนุนปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ และสถานที่สาธารณะในชุมชน
5.สนับสนุนกิจกรรมนันทนาการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ 6.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลผู้สูงอายุ 7.ส่งเสริมการให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมสู่วัยสูงอายุ และ 8.ประสานความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่เพื่อสนับสนุนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สธ.เน้นจัดบริการด้านสุขภาพ อาทิ ส่งเสริมสนับสนุนการบริการสุขภาพผู้สูงอายุโดยการตรวจคัดกรอง/บริการทันตกรรม ประเมิน และส่งต่อเพื่อดูแลอย่างบูรณาการเชื่อมโยงจากสถานพยาบาลสู่ชุมชนท้องถิ่น การจัดทีมหมอครอบครัว (Family care team) เพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในผู้สูงอายุ การเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง และส่งต่อเพื่อการบำบัดรักษา การฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager) และฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care giver) ในชุมชน



