ข่าว

หยุดยาวยาว

หยุดยาวยาว

13 เม.ย. 2558

หยุดยาวยาว : เงินทองต้องรู้ โดยขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

               เริ่มต้นวันหยุดยาวอีกครั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนคงเคยเห็นการแชร์เรื่องวันหยุดยาวๆ ในแต่ละปี ซึ่งปีนี้ก็เช่นกันที่มีวันหยุดยาวหลายช่วง ตั้งแต่ต้นปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่หยุดยาวถึง 5 วัน ผ่านไปแค่ 3 เดือน ก็มีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีก 5 วัน ตามมาด้วยเดือนพฤษภาคม ที่รัฐบาลใจดี แถมวันหยุดพิเศษในวันที่ 4 พฤษภาคม ทำให้มีวันหยุดยาวตั้งแต่วันแรงงานจนถึงวันฉัตรมงคล อีก 5 วันเต็ม รวม 3 เทศกาลหยุดยาวในช่วงแค่ 4 เดือนกว่าๆ ก็มากมายถึง 15 วันแล้ว ยังไม่นับรวมวันหยุดต่อเนื่อง 3 วันในช่วงครึ่งปีหลัง อีก 4-5 ครั้ง

              แน่นอนว่า ใครๆ ก็ชอบวันหยุด ไม่ต้องทำงาน มีเวลาพักผ่อน ได้เดินทางท่องเที่ยว แต่ความสุขจากวันหยุดอาจจะก่อให้เกิดทุกข์ในภายหลังได้ ถ้าขาดการเตรียมตัวเตรียมพร้อม โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อม “เรื่องเงิน”

              ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2558 พบว่า คาดสงกรานต์ปีนี้ จะมีเม็ดเงินสะพัดรวม 119,165 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.01% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยกลุ่มตัวอย่าง 64% วางแผนเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งในจำนวนนี้ มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 93.8% ส่วนอีก 6.2% จะเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 54,226 บาท ซึ่งมากกว่าปี 2557 ที่มีการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศเพียง 5.9%

              ถ้าย่อส่วนลงมา และดูเฉพาะสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินว่า เม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงจะอยู่ในราว 22,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3.6% โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่ม) 11,500 ล้านบาท ช็อปปิ้ง (ซื้อของขวัญ-ของฝาก) 4,600 ล้านบาท ค่าที่พัก-เดินทาง 3,100 ล้านบาท ทำบุญไหว้พระ 3,100 ล้านบาท และกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ดูหนัง/ฟังเพลง ซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ 500 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจะอยู่ในส่วนของการเลี้ยงสังสรรค์ การทำบุญไหว้พระและกิจกรรมอื่นๆ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มลดลง ได้แก่ ค่าช็อปปิ้งและค่าเดินทาง/ที่พัก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

              ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุด้วยว่า เป็นที่สังเกตว่าในปีนี้เม็ดเงินจากการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีอัตราการขยายตัวที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้ โดยเฉพาะค่าเดินทางจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง

              สอดคล้องกับการสำรองเงินสดของธนาคารพาณิชย์ในช่วงสงกรานต์ ที่พบว่า ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งสำรองเงินสดรวมกันกว่า 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 7 พันล้านบาทหรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 6.9% โดยธนาคารกรุงไทย สำรองเงินไว้ 4.9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1.7 หมื่นล้าน ต่างจังหวัด 3.2 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ สำรองไว้ 4.5 หมื่นล้านบาท เท่ากับปีที่แล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์สำรองเงินสดสงกรานต์ไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ 1.75 หมื่นล้านบาท และต่างจังหวัด 17,500 ล้านบาท

              ธนาคารกสิกรไทยเตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการในสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อรองรับการใช้จ่ายช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ 2.75 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสำรองที่สาขา 9 พันล้านบาท และตู้เอทีเอ็ม 1.85 หมื่นล้านบาท ธนาคารทหารไทยสำรองเงินช่วงสงกรานต์ปีนี้ 1.25 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นศูนย์เงินสด 3.8 พันล้านบาท สาขาทั่วประเทศ 4.4 พันล้านบาท และตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศอีก 4.3 พันล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำรองเงินผ่านตู้กรุงศรีเอที-เอ็ม และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ 9.7 พันล้านบาท ผ่านตู้เอทีเอ็ม 7.2 พันล้านบาท ผ่านสาขาของธนาคารจำนวนอีก 2.5 พันล้านบาท และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย สำรองเงินสด 2 พันล้านบาท ผ่านตู้เอทีเอ็ม 1.2 พันล้านบาท และสาขา 800 ล้านบาท

              ข่าวดีสำหรับหลายๆ คนที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก็คือ ไม่ต้องพกเงินสดติดไปเยอะ เพราะถ้าเงินไม่พอจริงๆ ก็สามารถกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งหลายๆ แบงก์ใจดียกเว้นค่าธรรมเนียมเบิกถอนข้ามเขตให้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดข้ามเขตผ่านตู้เอทีเอ็ม รวมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมฝากเงินสดข้ามเขตผ่านเครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติ (ซีดีเอ็ม) ภายในธนาคารเดียวกัน ในช่วงวันที่ 13-19 เมษายน

              มีคำแนะนำเรื่องการใช้เงินในช่วงเทศกาลสงกรานต์จากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นคำแนะนำแแบบที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปจนเบียดเบียนตัวเอง แต่เป็นคำแนะนำที่จริงๆ แล้วต้อง ‘วางแผนล่วงหน้า’ ดังนั้น ใครที่เตรียมตอนนี้ไม่ทัน อาจจะไปเตรียมสำหรับวันหยุดหน้า ช่วงเดือนพฤษภาคมก็ได้ เพียงแต่จะลำบากก็ตรงที่มีเวลาเตรียมอีกเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น

              เริ่มตั้งแต่ ‘เตรียมเงินเที่ยว’ ต้องหาข้อมูลและทางเลือกล่วงหน้า ทั้งที่อยู่-ที่กิน ที่เหมาะกับรายได้ของเรา และคิดออกมาเป็นตัวเลขว่าเราจะใช้เงินเท่าไหร่ มีวงเงินที่ใช้ได้เท่าไหร่

              ศคง.ยังแนะนำว่า เที่ยวอย่างไรให้สบายกระเป๋าด้วยว่า ประหยัดที่สุดก็คือ การไปเที่ยวบ้านญาติในต่างจังหวัด ช่วยฝึกการใช้ชีวิตพอเพียง และฝึกให้รักธรรมชาติ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ แต่ถ้าไม่มีญาติในต่างจังหวัดในพักพิง ก็สามารถชวนกันอ่านหนังสือในห้องสมุด (ถ้าห้องสมุดไม่ปิด) รวมถึงไหว้พระ นั่งสมาธิ ทำบุญ ฝึกใจให้สงบและมีสติ หรืออาจจะเที่ยวสวนสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีจักรยานให้เช่า ขี่เล่น พร้อมปิคนิคเพลินๆ หรือจะเที่ยวสวนสัตว์ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของรัฐ เรียนรู้ชีวิตสัตว์นานาชาติ ก็ช่วยประหยัดได้มาก สุดท้ายก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอนนี้ปรับปรุงให้สวยงาม และมีเรื่องน่าเรียนรู้มากมาย เหล่านี้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากเที่ยว และทุนทรัพย์ไม่เอื้ออำนวย ก็ไม่ใช่ว่าจะเที่ยวไม่ได้

              ถัดมาคือ เมื่อรู้เป้าหมายว่าจะไปไหนแล้ว จะต้องใช้เท่าไหร่ ก็ต้องวางแผนออมเงิน ตั้งเป้าออมเท่าๆ กัน โดยต้องพิจารณาระยะเวลาของการออมด้วยว่า มีเวลาสั้นหรือยาวแค่ไหน จากนั้นก็ทบทวนการออมเป็นระยะๆ ถ้าออมไม่ไหวจริงๆ ก็อาจจะต้องหารายได้เพิ่ม หรือถ้าหารายได้เพิ่มไม่ได้ ก็อาจจะต้องกลับไปทบทวนแผนการเดินทางใหม่ สุดท้าย คือ จะเก็บเงินออมไว้ที่ไหน เนื่องจากการออมแบบนี้ ตอบสนองเป้าหมายการออมระยะสั้น ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องแสวงหาผลตอบแทนระหว่างการออม จะออมในแบงก์แบบบัญชีออมทรัพย์ หรือจะหยอดกระปุกออมสินก็ได้ทั้งนั้น เพียงแต่ต้องแน่วแน่มั่นคงว่า เงินจำนวนนี้มีไว้เพื่อใช้จ่ายท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล จะต้องไม่นำออกมาใช้ก่อน

              ทำได้ตามนี้ วันหยุดยาวๆ ที่เคยเศร้าหมองก็มีความหมายแล้ว