ข่าว

ของขวัญวันสงกรานต์จาก ม.44

ของขวัญวันสงกรานต์จาก ม.44

13 เม.ย. 2558

ของขวัญวันสงกรานต์จาก ม.44 : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

               สงกรานต์ปีนี้รัฐบาลและหน่วยงานราชการต่างมีของขวัญให้ประชาชนกันอย่างครึกครื้น บางอย่างเป็นเรื่องบันเทิงเริงใจ เช่น การประกวดประชันชิงรางวัล บางอย่างเป็นเรื่องสร้างความรู้สึกอันดีให้แก่ประชาชน เช่น อำนวยความสะดวกในการเดินทางหรือเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ให้บริการ แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการจริงๆ นั้น ดูเหมือนจะยากมาก เพราะมักเป็นความต้องการระดับโครงสร้างที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน ทำได้ก็แค่เฉพาะกรณีครั้งคราว เช่น เรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล แต่มาวันนี้วันที่มี มาตรา 44 ที่จะทำอะไรก็ได้ตามสั่ง ก็ต้องดูต่อไปว่าจะสนองความต้องการของประชาชนได้จริงหรือไม่ หรือบางเรื่องก็ต้องเกรงใจผู้มีอิทธิพลอยู่ดี

               สังคมไทยเป็นสังคมที่มีช่องว่างระหว่างคนอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นชนชั้น ฐานะ หรือกระทั่งผิว การยกระดับให้คนเท่าเทียมกันไม่ใช่แค่การทุ่มเทด้านการศึกษา อาชีพหรือสิทธิ แต่น่าจะหันมาใส่ใจในความรู้สึกด้วยการพยายามปราบปรามผู้ที่เอาเปรียบสังคมอย่างจริงจังไปด้วย เพราะคนเราพร้อมยอมรับความด้อยกว่าของตนเอง แต่จะไม่ยอมรับว่าทำไมเจ้าคนนั้นถึงมีสิทธิทำผิดกฎหมายกลางวันแสกๆ ได้มากกว่าคนอื่น บางกรณีรู้เห็นกันทั้งสังคม ยกเว้นผู้มีหน้าที่จับกุมกลับแสดงอาการเหมือนไม่รู้ การมี มาตรา 44 นั้น ให้สิทธิเจ้าหน้าที่เล่นงานพวกนี้ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่กล้า

               ในหลายเรื่องขอให้กล้าบุกตรวจค้นจับกุมเสียอย่าง ก็เท่ากับเป็นการป้องปรามเหตุคล้ายกันในระยะยาวได้ เช่น การบุกรุกป่าสงวน คนที่อยู่ใกล้ชิดข้อมูลรู้หมดล่ะว่าใครบุกรุกหรือใช้พื้นที่ผิดประเภท หรือการเรียกรับเงินคนเลื่อนขั้นย้ายตำแหน่งขององค์กรสถานศึกษา ก็มีคนรู้ว่าต้องจ่ายใคร หรือแม้แต่การเอาพื้นที่ผิวจราจรมาเป็นที่จอดรถร้านเบียร์ของตัว คนผ่านไปมาก็รู้หมดล่ะว่าของร้านไหน ซ่องบ่อนเต็มเมืองต่างชาติยังอยู่เลย จะให้ทำลายภาพลักษณ์ประเทศไปอีกกี่ปี จริงอยู่ว่าคนหน้าด้านทำผิดกฎหมายเหล่านี้ย่อมมั่นใจในชื่อเสียงหรืออิทธิพลของตน ในยามปกติหากเจ้าหน้าที่ไปแตะแล้วหลักฐานไม่แน่นหนาจริงมีหวังโดนเอาคืน แต่ในยามไม่ปกติที่เจ้าหน้าที่สามารถเล่นงานไว้ก่อนได้ การกวาดล้างคนแบบนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าวันเวลาแห่งการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมกำลังมาถึงแล้ว สังคมที่ผู้กว้างขวางลอยนวลโดยไม่แคร์กฎหมายถ้าไม่จบลงในยุคนี้จะจบลงในยุคไหน

               บางเรื่องไม่ใช่เรื่องผู้มีอิทธิพล แต่เป็นการลดการเอาเปรียบสังคมอย่างจริงจังของคนที่มีโอกาสดีอยู่แล้ว ถ้าสังคมไทยหนักแน่นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้านแอนตี้ทรัสต์ เราคงไม่เห็นทุนนิยมยักษ์กินรวบสยายปีกจนคนค้าขายเล็กน้อยอ่อนแรงอย่างทุกวันนี้ ถ้ามีการเก็บภาษีอย่างจริงจังของธุรกิจส่วนตัวที่ทำเงินแต่อ้างว่าตรวจสอบกันยาก คนทั่วไปก็จะไม่รู้สึกกังขากับอาชีพบางอย่าง ยังมีอีกมากที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ทำไมไม่แก้ไขกัน คนทั่วไปก็ไม่เข้าใจ เลยจะพานคิดไปว่า ถ้าตัวเองมีอิทธิพลหรือหน้าด้านมั่งก็จะหาทางทำแบบเดียวกับคนเหล่านั้น

               มาตรา 44 อาจจะไม่ใช่เครื่องมือวิเศษบรรลุความสำเร็จทุกสิ่งไป ซ้ำยังมีความกังขาในเรื่องของเป้าหมายที่จะใช้หรือความชอบธรรมในการใช้ แต่ในเมื่อถูกนำมาใช้แล้วก็ขอให้ใช้อย่างสร้างสรรค์ให้ชาวบ้านพอใจในสังคมที่เท่าเทียมจริง