'ปั่นเพิ่มบุญ'คึกคักเมืองชัยนาท2พันทะลักร่วมชิงชัย
'ปั่นเพิ่มบุญ'คึกคักเมืองชัยนาท นักปั่นกว่า 2 พันทะลักร่วมชิงชัย เผย 2 พี่น้องสกุล 'จารุเพ็ง' คว้าแชมป์รองแชมป์ประภท A 'ผู้ว่าฯชัยนาท' ปลื้มงานสำเร็จทะลุเป้า
ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท วันที่ 12 เม.ย. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเปิดการแข่งขัน “ปั่นเพิ่มบุญ” ซึ่งเป็นการแข่งขันจักรยานประจำเดือนเมษายนของ “ชัยนาทเมืองจักรยาน 12 เดือนแห่งการปั่น” โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจำนวนมากกว่า 2 พันคน พิธีเปิดเริ่มด้วยการกล่าวถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา พร้อมทั้งร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร้องเพลงชาติร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม มีการแข่งขันจักรยาน จำนวน 3 ประเภทคือ ประเภท A ระยะทาง 40 กิโลเมตร ประเภท B ระยะทาง 15 กิโลเมตร และประเภทC ระยะทาง10 กิโลเมตร โดยผู้เข้าเส้นชัยทุกคนทุกประเภทจะได้รับมอบเหรียญรางวัลและพระบรมสาทิศลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชสุดาทรงขี่จักรยานเพื่อความเป็นศิริมงคล โดยการแข่งขันประเภท A ระยะทาง 40กิโลเมตร มีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทลงแข่งขันด้วย
สำหรับรายชื่อผู้ชนะการแข่งขัน “ปั่นเพิ่มบุญ” ประเภท 40 กิโลเมตร ได้แก่ อันดับ 1 นายธนพล จารุเพ็ง อันดับ 2 นายฉัตรชัย จารุเพ็ง อันดับ 3 นายปิยโชติ แสงสว่าง อันดับ 4 นายอชิตพล ปลอดภัย และ อันดับ 5 ด.ต.วุฒิพงษ์ นิติวณิชชา
นอกจากนี้ การแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพิ่มบุญ” แล้วยังมีการทำกิจกรรมการกุศลประกอบด้วยการรณรงค์รับบริจาคเงินเพื่อซื้อเครื่องฟอกไตมูลค่า 470,000 บาท เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ไว้ใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย การปล่อยปลาตะเพียนขาวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 10,000 ตัว การมอบรถจักรยานให้แก่เด็กยากจน และการสรงน้ำพระบรมธาตุเจดีย์ วัดบรมธาตุ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากจนบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ
หลังการแข่งขัน นายสุทธิพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันขับเคลื่อนชัยนาทเมืองจักรยาน 12เดือนแห่งการปั่น จนประสบความสำเร็จทำให้เกิดการตื่นตัวของประชาชนโดยทั่วไปนิยมปั่นจักรยานกันเพิ่มมากขึ้น และการจัดแข่งขันในแต่ละเดือนที่ผ่านมาก็มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากทุกครั้ง จนทำให้กรมทางหลวงได้เล็งเห็นถึงชัยนาทเมืองจักรยานจึงได้อนุมัติงบประมาณเพื่อใช้จัดสร้างทางจักรยานขึ้นเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตรในวงเงิน 30 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวงกำลังดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมายต่อไป



