ผู้สูงวัยทำอย่างไร ให้ร่างกายแข็ง
13 เม.ย. 2558
ผู้สูงวัยทำอย่างไร ให้ร่างกายแข็ง : ไลฟ์สไตลื เรื่อง/ ภาพ... นพพร สาหร่ายรักษ์
ก้าวเข้าเดือนเมษายนหลายคนคงเฝ้ารอออกไปเล่นสาดน้ำในวันสงการนต์ หาความสนุกสนานเพื่อสะบัดความเครียดที่สะสมมาจากการทำงาน แต่อาจจะหลงลืมไปว่าในเดือนนี้ก็มีวันสำคัญอย่างวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันของ “ผู้สูงอายุ” ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อ แม่ ปู ย่า ตา ยาย ของเราทั้งนั้น ยิ่งอายุมากขึ้นการดูแลเอาใจใส่เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ความรัก การดูแล มีส่วนทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากของผู้สูงวัย เพราะเมื่อได้รับการดูแลดี จิตใจก็เป็นสุข ถ้าเราทำแบบนี้ได้คนที่รักก็อยู่กับเราไปยาวนาน และในโอกาสอันดีนี้
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า วันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ องค์กรสาธารณประโยชน์ เครือข่ายผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อปลุกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย เห็นถึงความสำคัญต่อผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิรู้ ภูมิธรรมและภูมิปัญญา รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของสังคมไทยอย่างรวดเร็ว และเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมอาเซียน หนึ่งในเสาหลักของประชาคมอาเซียนคือ ประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ หน่วยงานทุกภาคส่วนจึงควรเห็นความสำคัญต่อผู้สูงอายุเพื่อสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการเตรียมพร้อมประชากรผู้สูงอายุเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไปด้วยกัน
ในขณะที่ผู้สูงอายุก็บอกถึงการดูแลตัวเอง เริ่มจาก คุณตาพยอม เจริญศรี วัย 86 ปี กล่าวถึงเทคนิคการดูแลตัวเองว่า ต้องพักผ่อนให้เพียงพอเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่มต้องไม่ตื่นสาย ตื่นเช้าๆ เพื่อออกกำลังกายในร่ม โดยมีท่าประจำ 16 ท่าการออกกำลังเพื่อยืดกล้ามเนื้อ ส่วนอาหารจะเน้นผักเป็นส่วนใหญ่ กินผักทุกอย่างที่สามารถกินได้ ดื่มนมถั่วเหลือง ทำแบบนี้มาเป็นระยะเวลา 20 ปีแล้วหลังจากเกษียณอายุงาน เพราะว่าการทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทำให้โรคภัยไข้เจ็บลดน้อยลง จิตใจแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง สดชื่น ไม่มีความเครียด
คุณยายศันสุนีย์ แต้ตระกูล วัย 68 ปี จิตอาสากรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข พูดว่า อาหารการกินจะเลี่ยงอาหารรสจัด เน้นกินไปทางอาหารรสอ่อนๆ กลางๆ แต่ไม่ใช่ว่าไม่กินเผ็ดเลย แต่มีบ้างเป็นบางครั้งบางคราว กินผักลวกผักต้มเป็นประจำ ไม่กินเนื้อหมู เนื้อไก่ เพราะอายุเริ่มเยอะแล้วทำให้ย่อยยาก เน้นกินปลาเป็นหลักย่อยง่ายมีสารอาหารเยอะ ไม่ดื่มน้ำอัดลมแต่จะดื่มพวกน้ำสุมนไพร น้ำมะตูม น้ำตะไคร้แต่ต้องไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม การออกกำลังกายจะทำช่วงเย็นๆ เน้นบริหารทุกส่วนของร่างกาย แกว่งแขน แกว่งขาเบาๆ มีเล่นโยคะบ้างเป็นบางครั้งบางคราว เมื่อก่อนเคยเต้นแอโรบิก แต่พอมาช่วงหลังนี้เต้นไม่ค่อยไหวมีอาการปวดเข่า จึงหันมาออกกำลังกายเบาๆ ในช่วงเย็นๆ แทน ทำเป็นประจำจะทำให้ลดอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ร่างกายแข็งแรง จิตใจเจ่มใส โรคภัยยังลดน้อยลงด้วย
คุณยายรัชนีบูลย์ เที่ยงธรรม อายุ 79 ปี ให็เคล็บลับการดูแลตัวเองว่า การพักผ่อนร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเข้านอนไม่เกิน 3 ทุ่ม ตื่นนอนไม่เกิน 6 โมงเช้า เพราะว่าอากาศในตอนเช้าเป็นอากาศบริสุทธิ์ เย็นสดชื่น กินนมตอนเช้าเป็นประจำทุกๆ วัน เป็นนมที่ให้แคลเซียมบำรุงกระดูก กินน้ำมะพร้าวในตอนบ่ายจะช่วยบำรุงรักษาหัวใจให้แข็งแรง ต้องกินผักที่มีประโยชน์ อย่าง คะน้าลวก ต้นหอมสด ที่สำคัญการกินอาหารทุกมื้อต้องตรงต่อเวลา เช้า กลางวัน เย็น ส่วนการออกกำลังกายจะทำทั้งในช่วงเช้าและเย็น เดินแกว่งแขนไปมาหน้าบ้าน เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ช่วยลดความเครียด ร่างกายได้ขยับขยาย แข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เวลาเครียดก็จะไปนั่งใต้ร่มเ้งาของต้นไม้ค่อยคิดหาวิธีแก้ไข ทบทวนในสิ่งที่ทำมาเดี๋ยวมันก็มีทางออกเอง
ปิดท้ายที่คุณตาวัย 74 ปี พันจ่าอากาศเอกบุญชิด บัวขาว เล่าว่า การจะดูแลตัวเองนั้นขั้นแรกต้องเริ่มต้นจากจิตใจของตัวเอง ถ้าจิตใจไม่พร้อมก็ทำอะไรดั่งใจคิดไม่ได้ เพราะว่าร่างกายกับจิตใจของคนเราอยู่คนละส่วนกัน เหมือนกับเราดูแลลูกหลาน ก็อยากจะให้ได้รับแต่สิ่งดีเข้ามาในชีวิต เช่นดั่งคำว่า ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ?ก็เหมือนกับการใช้ชีวิตของคนเรา ไม่กินเหล้าเมายา พยายามกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินให้ตรงเวลา กินของที่มีแต่ประโยชน์ เลือกอาหารให้เหมาะกับสภาพตัวเอง อยากเช่นบางคนเป็นโรดนั้นโรคนี้ ก็จะมีอาการบางประเภทกินแล้วให้โทษต่อร่างกายก็ควรหลีกเลี่ยง ส่วนการออกกำลังกายจะเลือการเล่นกีฬาเปตอง เป็นกีฬาที่เหมาะสมกับคนอายุมากๆ เพราะว่าเป็นกีฬาที่ผ่อนคลาย ไม่ต้องมีการกระทบกระทั่ง ได้การฝึกสมาธิแถมยังทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงด้วย ที่สำคัญถ้าคนเราปฏิบัติตามหลักศีล 5 แค่นี้ชีวิตก็เป็นสุขแล้ว
ได้เคล็ดลับจากคุณตาคุณยายกันแบบนี้ หลังรดน้ำขอพรผู้สูงวัยในบ้านชวนท่านมาร่วมเปลี่ยนแปลงการดูแลตัวเอง หรือเราจะทำไปพร้อมกันเลยก็ยิ่งดี เป็นการเติมใจเติมพลังให้กันและกัน เติมสุขแก้ไขทุกข์ ที่นี้เราก็จะได้ขอพรคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายไปได้นานๆ



