ข่าว

เด้ง!ผกก.สภ.บ่อผุดเซ่นคดีคาร์บอมบ์สมุย

เด้ง!ผกก.สภ.บ่อผุดเซ่นคดีคาร์บอมบ์สมุย

12 เม.ย. 2558

เด้ง!ผกก.สภ.บ่อผุดเซ่นคดีคาร์บอมบ์สมุย ขณะที่หน่วยข่าวด้านความมั่นคงพุ่งเป้ากลุ่ม'ฮูไบดีละห์' ด้านผบช.น.เผยระเบิดคล้ายสมานฯแมนชั่น แกะรอยได้ภาพวงจรปิดผู้ต้องสงส

          วันที่ 12 เม.ย.58 ความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดในลานจอดรถห้างเซ็นทรัลฯ เกาะสมุย รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพนักงานที่ประจำท่าเทียบเรือบริษัทราชกาเฟอร์รี่ฝั่งดอนสัก ที่จะข้ามไปเกาะสมุย พร้อมทั้งให้ดูภาพผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 ราย โดยที่พนักงานส่วนใหญ่ให้การว่าจำไม่ได้เพราะแต่ละวันมีรถเข้าออกหลายคัน ในขณะที่เปิดภาพวงจรปิดตรวจสอบ คาดเป็นรถคันก่อเหตุช่วงที่ลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปเกาะสมุย
 
 
ย้ายผกก.สภ.บ่อผุดเซ่นคดีคาร์บอมบ์สมุย
 
 
         พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้มีคำสั่งด่วน ตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 288/ 2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน ด้วยตำรวจภูธรภาค 8 มีเหตุผลความจำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานในสถานีตำรวจ และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 72 ประกอบด้วยพระราชกฤษฏีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2526 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การอนุมัติให้เดินทางไปราชการ และการจัดการประชุมของทางราชการ พ.ศ.2524 จึงให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อความเหมาะสม
 
         โดยคำสั่งดังกล่าว พล.ต.ท.เดชา สั่งการให้ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ไปรักษาราชการแทน ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และให้ พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต มารักษาราชการในตำแหน่ง ผกก.สภ.บ่อผุด อีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากหน้าที่เดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2558 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
 
         ทั้งนี้ คำสั่งด่วนดังกล่าว มีขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมส์ ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน เมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา
 
 
 
คืบหน้าเหตุระเบิดคาร์บอมที่เซ็นทรัลสมุย
 
          รายงานข่าวจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเหตุคาร์บอมที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกได้ตามจุดสำคัญต่างๆ ในอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สามารถบันทึกภาพรถกระบะที่ผู้ต้องหาใช้คาร์บอมที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย ได้ขับขึ้นเรือเฟอร์รารี่มา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้ขับลงจากเรือแล้วพุ่งตรงมายังจุดเกิดเหตุ โดยสามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นคนไทย ซึ่งมีมากกว่า 2 คนที่ร่วมกันก่อเหตุ 
 
          ส่วนการเลือกก่อเหตุที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย เป็นการขยายพื้นที่ในการก่อเหตุ เพื่อเรียกร้องความสนใจออกนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากแนวร่วมหัวรุนแรงได้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐกดดันและมีการจับกุมแนวร่วมหัวรุนแรงก่อนหน้านี้ ทั้งจากคดีมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่บ้านโต๊ะชูด ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม และอีกคดีที่เกิดเหตุระเบิดที่จังหวัดนราธิวาสหลายจุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 คน ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่แนวร่วมหัวรุนแรงถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
 
          นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ถ้าแนวร่วมอยู่ในพื้นที่ไหน ก็มักจะเกิดเหตุในพื้นที่นั้นเช่นเดียวกับที่เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่กรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ ซึ่งระเบิดที่คนร้ายกลุ่มนี้ใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง โดยพฤติการณ์ที่เลือกก่อเหตุที่เป็นลักษณะคาร์บอม เพราะเป็นพฤติการณ์ที่แนวร่วมหัวรุนแรงใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง หรือเรื่องที่พระสุเทพ ปภากโร อดีตเลขาธิการ กปปส. ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้บ่อยครั้งในช่วงนี้
 
 
แกะรอยได้ภาพวงจรปิดผู้ต้องสงสัยเพิ่ม

         ล่าสุดในส่วนของทีมชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ภาพวงจรปิดเพิ่มคาดเป็นผู้ต้องสงสัยที่อาจจะเชื่อมโยงกับการก่อเหตุคาร์บอมส์่ดังกล่าว  โดยเป็นภาพที่ปรากฏในวงจรปิดเวลา 22.30 น.ของวันที่ 10 เม.ย. เป็นจังหวะ่ที่ผู้ต้องสงสัยรายนี้ เดินออกมาจากจุดเกิดเหตุก่อนจะมีเสียงระเบิดดังขึ้นเวลา 22.35 น.และขณะนี้่ได้แกะรอยตามหาชายคนดังกล่าวแล้ว .
 
 
นทท.ยังบางตาหลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์

          บรรยากาศการท่องเที่ยวที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้าวันนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตา ผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังมองว่า เหตุคาร์บอมยังมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบ้าง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับภาครัฐในการแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันเหตุในระยะยาว
 
          ส่วนประเด็นคาร์บอมนั้นทางตำรวจยังตั้งประเด็นไว้ 3 ประเด็นคือเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ,ความขัดแย้งทางธุรกิจและเชื่อมโยงเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งเรื่องความมั่นคง โดยยังไม่ตัดทิ้งประเด็นใด
 
          ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ท่าเรือทุกแห่ง บนฝั่งของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่จะข้ามไปยังเกาะสมุย โดยได้เบาะแสคนร้ายเพิ่มมากขึ้น


นายกท่องเที่ยวไม่กระทบ
 
          ว่าที่ร้อยตรี เอนก นุรักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่เกาะสมุยและที่เหตุไฟไหม้คลังสินค้าโค-อ๊อป ต.หนองไทร อ.พุนพินนั้น ขณะนี้ยังไม่ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งทางบกและทางทะเล นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในเทศกาลสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง
 
          โดยส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์ยังปกติ แต่ทางผู้ประกอบการก็ไม่ประมาทช่วยกันสอดส่องดูแลในเรื่องความผิดปกติ แต่ในอนาคตระยะยาวภาครัฐจะต้องพิสูจน์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และผลสรุปออกมาในรูปแบบไหน ก็เป็นตัวชี้วัดสถานการณ์การท่องเที่ยวในอนาคตจะขึ้นหรือลง แต่ในความคิดส่วนตัวเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความขัดแย้งส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้
 
 
คสช.ยันทหารควบคุมตัว'เอ็ม เสื้อแดง'ตามม.44

         พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายนรินทร์ อ่ำหนองบัว แนวร่วมเสื้อแดงที่แคมป์คนงานเทศบาล ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า “เอ็ม เสื้อแดง” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานีว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามความในมาตรา44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2558 เข้าควบคุมตัวนายนรินทร์ โ

         ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผล คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน แต่ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา ส่วนควบคุมตัวไว้สถานที่ใดนั้นตนไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นเรื่องรายละเอียดของผู้ปฏิบัติ ทั้งนี้หากผู้ต้องสงสัยหรือบุคคลใดมีความข้องใจว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถให้ตรวจสอบได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติงานตามความรู้สึกส่วนตัว แต่มีข้อมูลและองค์ประกอบหลักฐานต่างๆชัดเจนสามารถชี้แจงและพร้อมให้การตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการได้

         ส่วนความคืบหน้ากรณีที่เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเหตุระเบิดในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการสร้างสถานการณ์เพื่อต้องการก่อกวนให้เกิดความวุ่นวาย เพราะยังคงมีผู้พยายามหาช่องว่างใช้ระเบิดและอาวุธสงครามอยู่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
 

หน่วยข่าวด้านความมั่นคงพุ่งเป้ากลุ่ม'ฮูไบดีละห์'

         จากกรณีที่รถยนต์กระบะ มาสด้า 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข 4892 ยะลา ของ อบต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ที่ถูกคนร้ายปล้นไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ไปก่อเหตุคาร์บอมในพื้นที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎรธานี คืนวันที่ 10 เมษายน 58 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

         ความคืบหน้า หน่วยข่าวด้านความมั่นคง ที่เกาะติดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นทั่งหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ระบุว่า เหตุการณ์ปล้นรถ อบต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา จากการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้พุ่งเป้าไปยังกลุ่มของนายฮูไบดีละห์ รอมมือลี กับพวก ซึ่งจากการลงพื้นที่ประกอบกับจากการสืบสวนสอบสวนรวมถึงจากการติดตามพฤติกรรมของกลุ่มของนายฮูไบดีละห์ในห้วงที่ผ่านมา เนื่องจากเคยร่วมก่อเหตุกับกลุ่มคนร้ายใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยเฉพาะเหตุการณ์ลอบวางระเบิดโรงแรมลีการ์เด้นท์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และนำระเบิดซุกในรถยนต์กระบะไปเตรียมก่อเหตุพื้นที่ จ.ภูเก็ต แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้

         หน่วยข่าวด้านความมั่นคง ยังระบุอีกว่า ลักษณะการปฏิบัติงานครั้งนี้ได้ใช้กลุ่มคนร้าย 3 กลุ่ม ขณะนี้ทราบชื่อแล้วหลายคนคือ นายฮูไบดีละห์ รอมมือลี เป็นหัวหน้า นายอาบัส เจ๊ะอาลี นายกอเซ็ง เจ๊ะมะ ซึ่งได้ปฎิบัติการปล้นรถตู้ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา แล้วนำไปก่อเหตุคาร์บอมในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา รวมทั้ง นายเสรี แวมามะ และ นายรสุลัน ใบหมะ แกนนำจาก อ.สะบ้าย้อย และ แกนนำจาก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นได้ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นการรับงานจากกลุ่มนายทุนภายนอกพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังผลทางการเมืองด้วย

         มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้แจ้งเตือนให้ระวังรถเป้าหมายจำนวน 12 คัน ซึ่งถูกคนร้ายโจรกรรมจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย 1.รถยนต์กระบะอีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบรอน์เงินทะเบียน บร 7934 สงขลา 2.รถยนต์กระบะไทรทัน 4 ประตู 3.รถยนต์มาสด้า บีที 50 สีดำ ทะเบียน บต 1517 ปัตตานี 4.รถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ทะเบียน ddn 2321 มาเลเซีย 5.รถยนต์กระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาวมีโครงหลังคาด้านหลัง กห 62702 6.รถยนต์ปิคอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น L 200 สีดำ ทะเบียน บฉ 7925 ปัตตานี 7.รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา 4 ประตู 1 กค-9139 กทม. 8.รถยนต์กระบะมาสด้า แค๊ปสีเทา ทะเบียน บง 2612 ปัตตานี 9.รถยนต์กระบะ นิสสัน รุ่นนาวาร่า สีน้ำตาล ทะเบียน ขฉ 1817 สงขลา 10.รถยนต์กระบะโตโยต้าไฮลักซ์ วีโก้ ตอนครึ่ง สีเทา ทะเบียน 3202 ปัตตานี 11.รถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กร 7723 สงขลา และ 12.รถยนต์กระบะไทรตัน สีดำ ทะเบียน บต 3597 ยะลา โดยรถทั้ง 12 คันนี้ มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะนำไปก่อเหตุในพื้นที่
 

 
ผบช.น.เผยเระเบิดคล้ายสมานฯแมนชั่น

 

        เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุถ ผบช.น. เปิดเผยกรณีเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดจ.สุราษฎร์ธานีในพื้นที่นครบาลว่า ข้อสันนิษฐานเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่จ.สุราษฎร์ธานีนั้น มีแผนประทุษกรรมเหมือนคดีเหตุระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ที่ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 2553 เพราะลักษณะของระเบิดที่ใช้ก่อเหตุมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุที่สมานเมตตาแมนชั่นยังคงมีหลงเหลืออยู่หรือไม่ กรณีดังกล่าวตนไม่ทราบ เนื่องจากสำนวนคดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้รับผิดชอบ

        ส่วนจะเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิดที่หน้ารามคำแหงเมื่อปี 2556 หรือไม่ กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี คล้ายกับเหตุที่เกิดขึ้นที่สมานเมตตาแมนชั่นมากกว่า เพราะเป็นที่เหตุการณ์แรกๆ จากประสบการทำงานของตนที่ผ่านมา ที่ตรวจสอบพบว่านำระเบิดจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาใช้ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับให้มีการสืบสวนหาข่าวร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะการตั้งด่านมั่นคงรอบกรุงเทพ

        พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า แผนประทุษกรรมเป็นข้อมูลกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว ส่วนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้สั่งการให้ตรวจสอบในเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร โดยมีการเคลื่อนไหวเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งชุดประมาณ 5 – 6 ราย ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้จับกุมกวาดล้างไม่ให้ขึ้นมาก่อเหตุบริเวณดังกล่าว ส่วนมีความเชื่อมกับการเมืองหรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่ภายหลังจากที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีหนังสือวิทยุสั่งการให้เตรียมเฝ้าระวังเหตุ ก็ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ตรวจสอบบริเวณจุดเสี่ยง โดยเฉพาะเกสเฮ้าส์ บ้านเช่า แหล่งซ่องสุม เพราะลักษณะแผนประทุษกรรมแบบเดียวกับที่สมานเมตตาแมนชั่น เหตุเกิดที่บริเวณบ้านเช่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีวิทยุชุมชนตั้งอยู่ จึงเน้นตรวจสอบตามแผนประทุษกรรมเดิมที่มีเกิดขึ้น

        เมื่อถามว่ากรณีเจ้าหน้าที่ทหารทำการจับกุม นายนรินทร์ อ่ำหนองบัว แนวร่วมเสื้อแดงที่แคมป์คนงาน เทศบาล ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สงสัยว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊คเกี่ยวกับเหตุ ระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานีนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า เป็นกลุ่มคนที่เราจับตาดูอยู่แล้ว ซึ่งเราดูในเรื่องความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องของการก่อการร้ายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครขอให้เที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นสุข หน้าที่ดูแลความสงบสุขเป็นหน้าที่ตำรวจทหาร ฝ่ายปกครองอยู่แล้ว ถามผมส่วนตัวมั่นใจว่ากรุงเทพมหานครจะไม่เกิดเหตุความรุนแรงอย่างแน่นอน เพราะเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่มาประมาณ 2 เดือนแล้ว

        “จากข้อมูลที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับภาคใต้ส่วนใหญ่จะเชื่อมเพียงแค่ในพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ดูแล้วไร้เหตุผล จากประสบการณ์ที่เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา ปกติภายหลังจากที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดแล้ว มักจะหนีไปกบดานบริเวณภาคเหนือหรือภาคอีสาน ส่วนจะเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นส่วนน้อย หลังออกหมายจับ แต่ปัจจุบันผู้ต้องหาตามหมายจับมากรุงมหานครค่อนข้างเยอะ ส่วนที่จะขยายโอกาสก่อเหตุนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น่าใช่ เพราะตามอุดมการณ์ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดเท่านั้น และใครไปจ้างก็ไม่ยอมลงมือนอกพื้นที่เด็ดขาด ถือเป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ถือเป็นเรื่องแปลก” ผบช.น. กล่าว