
นายกฯกำชับดูแลปชช.เกิน100%เหตุบึ้มห้างสมุย
11 เม.ย. 2558
"นายกฯ" มอบ "ฝ่ายความมั่นคง" ติดตามเหตุรุนแรงที่ "สุราษฎร์" กำชับต้องดูแลปชช.เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ - "สรรเสริญ" เผย มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเดียวที่ก่อเหตุในกทม.
วันที่ 11 เม.ย.58 พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เหตุการณ์ระเบิดที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย และเพลิงไหม้ที่สหกรณ์โคอ๊อบ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อกลางดึกวานนี้ และได้สั่งการให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เข้าไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่ง พล.อ.ประวิตร กำชับให้ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่และให้ กอ. รมน. บูรณาการงานร่วมกับ พลเรือนตำรวจทหารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
"รายงานเบื้องต้น มีแนวโน้มที่น่าเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่กวดขันจึงพยายามหาเหตุไปสร้างสถานการณ์ในต่างพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงบางประการกับการก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ และกำลังติดตามแกะรอย ผู้ต้องสงสัยจากร่องรอยในจุดเกิดเหตุ” พล.อ.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นจากเหตุการณ์ทั้งสอง ไม่มีผู้เสียชีวิต พบผู้บาดเจ็บ 7 คน ซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยนายกฯกำชับ ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทำงานเกินร้อยเปอร์เซนต์ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และรับมือหากมีสถานการณ์แทรกซ้อน
"ปณิธาน"เชื่อ ใช้เวลาสืบเหตุระเบิดที่ "สุราษฎร์" ไม่นาน
นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ได้รับรายงานเรื่องเหตุระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ได้ดำเนินการตามขั้นตอน และต้องไม่ประมาทในการรักษาความสงบในช่วงสงกรานต์ ทั้งนี้ก่อนช่วงเทศกาลฯ รองนายกฯได้มีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อวางแผนป้องกันวินาศกรรม แผนอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน และการป้องกันอุบัติเหตุ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น อาจมีการปรับแผนป้องกันวินาศกรรมให้รัดกุมยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใดนั้น นายปณิธานกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีเบาะแสแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ รอความชัดเจนของพยานหลักฐานก่อน เนื่องจากต้องตรวจสอบรถคันที่ก่อเหตุ บุคคลเข้า-ออกสถานที่เกิดเหตุ การเชื่อมต่อโซเชียลมีเดีย รวมถึงการเตรียมการก่อเหตุ ที่ดูจากศักยภาพแล้วคงไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างเดียวคาดว่าจะใช้เวลาสืบหาข้อมูลไม่นานเพราะมีหลักฐานมากพอสมควร
เมื่อถามต่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมามีหลายจุด มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูความเชื่อมโยง และเวลาเกิดเหตุที่ใกล้เคียงกันก็เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือไปยังภาคประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยว ในการช่วยเจ้าหน้าที่จัดระเบียบการรักษาความปลอดภัยไม่ให้กระทบกับการท่องเที่ยวด้วย และขอประณามกลุ่มก่อเหตุที่ทำให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเสียหาย และในครั้งนี้ประชาชนต้องช่วยให้เบาะแสเจ้าหน้าที่เพราะเชื่อว่าคนในพื้นที่มีมูลให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็ว
"วินธัย" แจงหัวหน้า คสช.-ผบ.ทบ. สั่งคลี่คลายสถานการณ์ระเบิดสุราษฎร์
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกและโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน เป็นหญิง 4 ชาย 3 และเหตุเพลิงไหม้ร้านสหกรณ์ที่โคอ๊อบ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช.ทราบเรื่องดังกล่าวหลังเกิดเหตุและได้สั่งการให้หน่วยทหาร ตำรวจในพื้นที่เข้าคลี่คลายสถานการณ์ดูแล ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ให้เจ้าหน้าที่ปรับเพิ่มมาตราการ ดูแล รักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนเพิ่มมากขึ้น
" ขอให้พี่น้องประชาชน ช่วยกันประณามผู้ก่อเหตุทำร้ายประชาชน ซึ่งช่วงนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุข ของพวกเราชาวไทยยอมรับว่ายังมีผู้ไม่หวังดียังพยายามหาช่องว่าง ที่จะทำการก่อกวนเพื่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยในสังคม ด้วยสัญญาลักษณ์การก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งขัดต่อแนวทางของคนส่วนใหญ่ ที่ต้องการให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมายขั้นรุนแรงหลังจากนี้ไปทาง เจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการดำเนินการตามกฏหมายต่อไปขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลเมื่อพบข้อมูลใดๆที่เป็นประโยชน์สามารถ แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่"พ.อ.วินธัย กล่าว



