ข่าว

‘ผบ.ตร.’ลงเกาะสมุยตรวจบึ้มห้าง

‘ผบ.ตร.’ลงเกาะสมุยตรวจบึ้มห้าง

11 เม.ย. 2558

"ผบ.ตร."เดินทางลงพื้นที่เกาะสมุย ตรวจเหตุระเบิดลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย ด้าน อ.หาดใหญ่คุมเข้มพื้ันที่ ปิดเมืองโก-ลกตรวจเข้มรถต้องสงสัย

ปิดเมืองโก-ลกตรวจเข้มรถต้องสงสัย
 
          วันที่ 11 เม.ย.58 จากกรณีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ก่อเหตุรุนแรง   ด้วยการนำรถกะบะมาจอดไว้ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย อ.เกาะสมุย  จ.สุราษฏร์ธานี และเกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน  แรงระเบิดทำให้รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด 10 คัน ตัวอาคารได้รับความเสียหายได้แก่ลิฟท์ 1 ตัว จุดจอดรถจักรยานยนต์ สำหรับแรงระเบิดกินพื้นที่ในนรัศมี  30  เมตร
 
          เมื่อเวลา  09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุที่โคอ๊อบแล้ว เบื้องต้นยังไม่สามารถตรวจสอบได้มากนัก เนื่องจากยังมีควันคุกรุ่นตลอดเวลา จึงต้องใช้รถกระเช้าไฟฟ้าตรวจสอบ   ขณะเดียวกัน  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.  ได้เดินทางมาที่ อ.เกาะสมุย  ในเวลา 09.30 น. เพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างเร่งด่วน สำหรับที่สหกรณ์สุราษฎร์ธานี หรือ โคอ๊อบ ในพื้นที่เกิดเหตุยังคงควันไฟคุกรุ่นและมีเสียงระเบิดดังตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ยังคงใช้น้ำฉีดหล่อเลี้ยงไว้ไม่สามารถเข้าเคลียพื้นที่ได้
 
          นายอวยชัย อินทร์นาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งดูแลสถานที่เกิดเหตุกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 แห่งอาจเป็นเหตุบังเอิญก็เป็นไปได้ยังไม่สรุปว่าาเป็นการเชื่อมโยงสถานการณ์ภาคใต้หรือไม่ และในเบื้องต้นยังไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัด
 
          พ.ต.อ.นพดล คุ้มภิรมณ์ ผกก.สภ.พุนพิน  จ.สุราษฏร์ธานี กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการวางระเบิด จะต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน





สงขลา-คุมเข้มพื้นที่หาดใหญ่ 
 
          ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย คือ ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ได้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองหาดใหญ่เพิ่มขึ้น หลังจากที่เกิดเหตุคาร์บอมที่ห้างเซ็ลทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย  อ.เกาะสมุย   และไฟไหม้ที่สหกรณ์สุราษฎร์ธานีจำกัด หรือโคออฟ ที่จ.สุราษฏร์ธานี   โดยมีการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดก่อนเข้าถึงตัวเมืองชั้นในเพื่อตรวจค้นรถต้องสงสัยที่มีการแจ้งเตือนว่าถูกนำมาประกอบเป็นคาร์บอมบ์   รวมทั้งออกลาดตระเวนตรวจสอบรถที่จอดในลักษณะผิดปกติในย่านการค้าใจกลางเมืองหาดใหญ่รวม 7 จุด โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบสถานที่จัดงานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ ทั้งถนนนิพัทธิ์อุทิศ3และถนนเสน่หานุสรณ์ ซึ่งในวันนี้จะเริ่มขึ้นเป็นวันแรก
 
          นอกจากนี้ได้มีการสั่งการไปยังห้างสรรพสินค้าทุกแห่งให้ตรวจสอบรถทุกชนิดอย่างละเอียด ก่อนที่จะนำไปจอดในบริเวณลานจอดรถหรือชั้นใต้ดินทั้งก่อนและหลังเปิดทำการ





ปิดเมืองโก-ลกตรวจเข้มรถต้องสงสัย
 
          พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ออกมาตรการคุมเข้มพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก หลังกลุ่มคนร้ายได้นำรถกระบะ ที่ปล้นจาก อบต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31มี.ค.58 ที่ผ่านมา นำไปก่อเหตุที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างเซ็นทรัล ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี 
 
          โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อป้องกันการเหตุร้าย ทั้งนี้ในบัญชีของเจ้าหน้าที่ มียานพาหนะรวม 24 คันที่เสี่ยงว่าจะเป็นพาหนะ ที่นำมาก่อเหตุ รวม 24 คัน  แบ่งเป็นรถยนต์ 5 คัน และรถกระบะ 19 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดต่อการตรวจพื้นที่ ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยเฉพาะในย่านธุรกิจและสถานบันเทิง ที่จะมีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ขึ้นในวันที่ 12 เม.ย.นี้ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทยอยเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในขณะนี้





"โฆษก กอ.รมน." ชี้เหตุคาร์บอมบ์ เป็นผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้
 
          พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถยนต์ชั้นล่างของห้างเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาเกาะสมุย อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง โดยพบว่าเป็นการระเบิดจากรถยนต์ประกอบระเบิด สภาพรถเสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบเป็นรถยนต์กระบะมาสด้า ไฟเตอร์ 4 ประตู ยกสูง 4?4 สีน้ำตาล ทะเบียน กข 4892 ยะลา ซึ่งก่อนหน้านี้วันที่ 31 มี.ค. ซึ่งคนร้ายจำนวน 7-8 คน ก่อเหตุปล้นชิงรถยนต์กระบะจากพนักงานขับรถ อบต.ละแอ ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ก่อนที่จะสวมทะเบียนปลอม และนำไปก่อเหตุที่เกาะสมุยดังกล่าว
  
          พ.อ.บรรพต กล่าวต่อว่า ในเวลาใกล้เคียงกันได้เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าสหกรณ์สุราษฎรธานีจำกัด (โคอ๊อบ) ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จุดเกิดเหตุเป็นที่เก็บสินค้าสหกรณ์ติดกับศูนย์อาหาร ทำให้ที่เก็บสินค้าและศูนย์อาหารพังเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากเป็นเวลาปิดให้บริการแล้ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือสาเหตุอื่น การตรวจสอบข้อมูลด้านการข่าวในสายงาน กอ.รมน. เบื้องต้นพบว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีเจตนาจะขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรงเกินกว่าพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง แต่มีความเป็นไปได้ในกรณีผู้ลงมือก่อเหตุครั้งนี้เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หรือเป็นคนร้ายที่มีความชำนาญการประกอบระเบิดในรถยนต์ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ และได้รับการจ้างวานจากผู้จ้างวานที่มีวัตถุประสงค์อื่น ดังเช่นที่เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.56 บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ แต่ไม่ว่ามูลเหตุจูงใจหลักจะมาจากสาเหตุใด หรือหวังผลต่อสถานการณ์เช่นใด 
 
          กอ.รมน. ขอประณามกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ กระทบต่อความสงบสุขของประชาชน และภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งคนร้ายในครั้งนี้เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้อาจถูกตั้งข้อหาการก่อการร้าย หรือข้อหาร่วมกันฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง โดยกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ฯลฯ ต้องระวางโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
 
          “เหตุระเบิดดังกล่าวยังไม่มีการสรุปสาเหตุของเหตุการณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองรายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้รับทราบรายงานขั้นต้นแล้ว และได้สั่งการให้ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 บูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ และจะได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้นต่อไป พร้อมกันนี้ได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจุดตรวจ ด่านตรวจต่างๆ ให้มีความตื่นตัว พร้อมปฏิบัติทั้งการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย” โฆษก กอ.รมน. กล่าว