ข่าว

วิบากกรรมคนเผือกแทนซาเนีย

วิบากกรรมคนเผือกแทนซาเนีย

11 เม.ย. 2558

วิบากกรรมคนเผือกแทนซาเนีย

            ไม่ว่าโลกภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในปี ค.ศ.2015 คนเผือกในแทนซาเนียทุกเพศและวัย ยังมีชีวิตอยู่ภายใต้ความหวาดผวาว่าวันหนึ่งอาจถูกฆ่าตาย หรือไม่ก็อาจถูกตัดอวัยวะนำไปต้มในหม้อยาของบรรดาแม่มดหมอผีในประเทศแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้

            ในระยะหลัง รายงานเหตุฆาตกรรมคนเผือกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง วิคกี้ เอ็นเทเทมา ผู้อำนวยการองค์กร “อันเดอร์ เดอะ เซมซัน” ที่ช่วยปกป้องสิทธิคนเผือกในแทนซาเนีย กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมาจากใบสั่งนักการเมืองท้องถิ่นที่เชื่อในอำนาจคุณไสยราคาแพง จะนำชัยมาให้พวกเขาขณะการเลือกตั้งกำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ การที่ศพคนเผือกแบบทั้งร่างมีราคาถึง 7.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ราคาสูงขนาดนี้ยากจะเชื่อได้ว่าไม่มีพวกนักธุรกิจใหญ่และนักการเมืองเกี่ยวข้อง

            คนเผือกเป็นอาการผิดปกติทางพันธุกรรม ที่เกิดกับคนแทนซาเนีย 1 ใน 1,400 และโดยมาก เป็นผลจากการที่พ่อแม่เป็นญาติใกล้ชิด 

            รายงานสหประชาชาติระบุว่า นับจากปี 2543 มีคนเผือกอย่างน้อย 76 คนที่ถูกฆ่าตายเพื่อชำแหละอวัยวะขาย มีอย่างน้อย 34 คนที่รอดตายหลังถูกตัดอวัยวะออกไป ส่วนใหญ่เป็นมือ ทั้งยังมีโจรปล้นขุดศพคนเผือกอย่างน้อย 15 ศพเพื่อขุดเอาแขนขาและร่างคนตายขึ้นมา     

            การทำร้ายคนเผือกหลายครั้งเกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของแทนซาเนีย โดยเฉพาะกับชนเผ่าซูุคุมา กลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่สุดที่มีความเชื่อเรื่องแม่มดหมอผีมาอย่างยาวนาน

            รายงานตีพิมพ์ในวารสารแอฟริกาศึกษาสมัยใหม่ในอังกฤษยงใยกับคนทำเหมืองเพชรเหมืองทองคำผิดกฎหมายที่มีอยู่ดาษดื่น และใช้คุณไสยจากคนเผือกเป็นเครื่องรางเสริมดวงในการหาแหล่งแร่ธาตุและปัดเป่าอันตรายขณะทำเหมือง

            จิออร์จิโอ บร็อคโค ผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยเฟร ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า คนเผือกในแอฟริกา ก่อความรู้สึกทั้งหวาดกลัวและหลงใหล บางคนถูกประณามเพราะสีที่แตกต่าง บางคนได้รับการปฏิบัติราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางกลุ่มชาติพันธุ์ หรือบางพื้นที่ของแอฟริกามีความเชื่อดั้งเดิมว่า คนที่ไม่มีสีผิวจะไม่มีวันตายหากแต่จะอันตรธานไปเอง หรือไม่ก็เชื่อว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าแต่ไม่ใช่ที่แทนซาเนีย      

            โจเซฟัต ทอร์เนอร์ ชาวแทนซาเนีย วัย 32 ซึ่งทำงานให้แก่สมาคมคนเผือกของแทนซาเนีย กล่าวว่า คนในชุมชนอยากกรอกยาพิษเขาตั้งแต่เกิด พวกเขาคิดว่าเป็นคนนำลางร้ายมายังหมู่บ้าน ดีที่แม่ช่วยชีวิตไว้ รูปลักษณ์ภายนอกของเขาทำให้เด็กๆ ไม่กล้าเล่นด้วย เพราะคิดว่าอาจจะติดเชื้ออะไรบางอย่าง แม้แต่พี่น้องของเขาเองยังไม่อยากสัมผัสแตะต้องเสื้อผ้าด้วยเหตุผลเดียวกัน

            นักเคลื่อนไหวที่รณรงค์เรื่องนี้กล่าวว่า คงมีแต่การศึกษาและการปลุกจิตสำนึก ที่จะเปลี่ยนความเชื่อและทัศนคตินี้ได้

            คอนโด ซีฟ ที่ทำงานให้แก่องค์กร อันเดอร์ เดอะ เซมซัน เป็นนักศึกษาหัวกะทิของมหาวิทยาลัยดาร์ เอส ซาลาม แต่ถูกปฏิเสธให้ทุนการศึกษาและตำแหน่งครูผู้สอนหลังเรียนจบ เพราะความที่เป็นคนเผือก ดังนั้น ต่อให้คุณสมบัติและประสบการณ์พร้อม แต่จะไม่มีวันได้รับการว่าจ้าง เพราะทัศนคติลบเช่นนี้ ถึงอย่างนั้น ซีฟ มีความหวังแง่ดีว่า ทัศนคติของผู้คนกำลังเปลี่ยนอย่างช้าๆ อย่างน้อยในเขตเมือง เช่นปัจจุบันนี้ ร้านอาหารหรือบาร์ ไม่ได้แสดงปฏิกิริยารังเกียจอย่างแพร่หลายเหมือนแต่ก่อนแล้ว