
หนึ่งหญิงที่ควรภาคภูมิ...
ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ชื่อนี้แน่นอนว่าคนไทยรู้จักกันอย่างดี เพราะเธอคือหญิงไทยใจดีที่รักและมีความสุขในการช่วยเหลือทุกชนเผ่าโดยไม่เกี่ยงเชื้อชาติและสัญชาติ จนกระทั่งใน 1 ปี 12 เดือน เธอมีโอกาสได้มานั่งๆ นอนๆ
อยู่ในประเทศแผ่นดินเกิดไม่เกิน 30 วันเท่านั้นเอง โดยเวลาที่เหลือทั้งหมดเธอไปแจกจ่ายยาต้านไวรัสเอดส์ให้แก่กลุ่มคนที่ยากไร้ในแถบแอฟริกา แม้แต่ตัวเธอยังบอกเองด้วยซ้ำว่า เธอคือเภสัชกรยิปซี ซึ่งเธอเปรียบเสมือนหญิงยิปซีเร่ร่อนพเนจรไปผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ทั่วทั้งทวีปแอฟริกา ได้เริ่มต้นประโยคแรกกับเราว่า ...ชีวิตทุกคนมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าผิวสีเหลือง ผิวขาว ผิวดำ หรืออาศัยอยู่ที่ซีกโลกใดก็ตาม...
จากความตั้งใจในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาของเธอ ถือเป็นแบบอย่างให้แก่คนในประเทศ โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีแนวคิดในการแปรรูปองค์การเภสัชกรรม เพราะถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เนื่องจากองค์การเภสัชกรรมจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องยา โดยไม่หวังผลกำไร และที่ผ่านมา ดร.กฤษณาได้ต่อสู้อย่างมากกับอดีตผู้บริหารที่ขาดความเข้าใจ จึงควรยึดหลักการบริหารที่มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงยา เพราะขณะนี้ยังมียาจำนวนมากที่ยังเป็นปัญหาต่อการเข้าถึง
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์โลก (Global Scientist Award) ประจำปี พ.ศ. 2547 จาก Letten Foundation ประเทศนอร์เวย์ และได้รับการยกย่องจากนิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสต์ ให้เป็นบุคคลแห่งปีของเอเชีย ประจำปี พ.ศ. 2551 กับล่าสุดเธอเพิ่งจะได้รับคัดสรรให้รับรางวัลแมกไซไซ ที่เปรียบเสมือนรางวัลโนเบลของกลุ่มประเทศเอเชีย เป็นรางวัลที่ตั้งขึ้นเพื่อรับรองและประกาศเกียรติคุณบุคคลที่อยู่ในเอเชีย ผู้อุทิศตนเพื่อรับใช้มนุษยชาติในทางสร้างสรรค์ ไม่จำกัดชาติ ศาสนา ภาษา เพศ หรือผิว...
มั้ยล่ะหญิงเก่งของเรา..สมควรแล้วล่ะค่ะที่ต้องร่วมแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับผู้หญิงที่ชื่อ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์



