ข่าว

เตือนภัย!แอบอ้างสสส.เรี่ยไรเงินรณรงค์สงกรานต์

เตือนภัย!แอบอ้างสสส.เรี่ยไรเงินรณรงค์สงกรานต์

10 เม.ย. 2558

เตือนภัย!แอบอ้างสสส.เรี่ยไรเงินรณรงค์สงกรานต์ พิจิตรเริ่มรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ ข้าราชการฐานทัพเรือสัตหีบร่วมตักบาตรสรงน้ำพระ

           10เม.ย.2558 ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทราบจากภาคีเครือข่ายทำงานรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ของ สสส. ในระดับพื้นที่ รวมถึงมีผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ร้องเรียนผ่านทางสื่อมวลชน กรณีพบการแอบอ้างชื่อ สสส. และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการณรงค์ประชาสัมพันธ์ ทำหนังสือขอเรี่ยไรเงินบริจาคในพื้นที่หลายจังหวัด อ้างว่านำเงินไปจัดทำป้ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์

สสส. ขอยืนยันว่า แนวทางการทำงานในด้านการรณรงค์ลดอุบัติเหตุของ สสส. เน้นความร่วมมือทั้งกับภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ที่สำคัญ สสส.ไม่มีอำนาจหน้าที่ไปสั่งการให้หน่วยงาน หรือชมรมใดไปเรี่ยรายเงินลักษณะนี้ อย่างไรก็ตามการขึ้นป้ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ หน่วยงานราชการ เอกชน บางแห่งกำหนดไว้ในแผนภารกิจประจำปีอยู่แล้ว ดังนั้นอยากขอฝากให้ผู้ที่ได้รับการแอบอ้างเช่นนี้ อย่าหลงเชื่อ และสามารถสอบถามหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงมายัง สสส. ได้โดยตรง



พิจิตรเริ่มรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ

            ที่ศาลหลักเมือง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน ศาลหลักเมืองพิจิตร นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อม ด้วยประชาชน ก็ร่วมกันจัดงาน “สงกรานต์พ่อปู่ บูชาหลักเมืองขึ้น” เป็นการเริ่มต้นประเพณีสงกรานต์ ของเมืองพิจิตร ด้วยประเพณีไทย ที่สืบทอดกันมาช้านาน ในพิธีมีการประกอบพิธีบรวงสรวง พระยาโครตบอง พระผู้สร้างเมืองพิจิตร ที่ชาวพิจิตรเรียกว่า พ่อปู่ รวมถึงการสักการะและการเปลี่ยนผ้าแพร สามสี ที่เสาหลักเมืองพิจิตร เพื่อความเป็นศิริมงคล พร้อมทั้งประกอบพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เป็นการเริ่มต้นของเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดพิจิตร ที่ชาวเมืองพิจิตรจะถือว่าการจัดงานสรงน้ำพ่อปา บูชาหลักเมืองเป็นการเริ่มต้นของประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย

            สำหรับศาลหลักเมืองพิจิตร เป็นสถานที่ซึ่งชาวบ้านในจังหวัดพิจิตร ให้ความเคารพนับถือ และเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ โดยตัวหลักเมือง ของจังหวัดพิจิตรสร้างเมื่อพ.ศ.2520 อาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่าง จะเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของ “พระยาโคตรตะบอง” ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อปู่” สภาพโดยรอบศาลจะมีต้นไม้มากมายดูร่มรื่นเย็นตา ในบริเวณยังมีศาลาสำหรับนักท่องเที่ยวพักผ่อนอีกด้วย ประวัติพระยาโคตรตะบองพระยาโคตรตะบอง เจ้ากาญจนกุมารหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เจ้าจันทร์” เป็นโอรสของพระยาโคตมเทวราชขึ้นครองราชย์ประมาณปี พ.ศ.1600

            ในราชวงศ์ “โคตรตะบอง” ปกครองนครชัยบวรครั้งที่พระองค์เสด็จทางชลมารคตามลำน้ำน่านเก่า ถึงหมู่บ้านสระหลวงทรงเห็นประโยชน์ทั้งทางยุทธศาสตร์และการทำมาหากินของราษฎรจึงทรงดำริย้ายเมืองจากนครไชยบวรมาสร้างเมืองใหม่ ชื่อว่า “เมืองสระหลวง” หรือพิจิตรเก่า เมื่อ พ.ศ.1601


สุพรรณบุรีรุกโครงการปลูกต้นเหลืองปรีดียาธร

            นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รอง ผวจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่าตามที่ปรากฏทางสื่ออิเลคโทรนิคของประชาชนทั่วไปว่า ถนนดอกไม้ สุพรรณบุรี เส้นทางสายสามชุก-ด่านช้าง ได้เกิดเพลิงไหม้บริเวณสองข้างทางของถนนดังกล่าวทำให้ต้นเหลืองปรีดียาธร ที่ปลูกไว้และเคยให้ดอกไม้สีเหลืองงดงามตลอดแนวถนนถูกไฟไหม้ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากนั้น จังหวัดสุพรรณบุรีไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้รีบดำเนินการประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อสำรวจความเสียหายของต้นเหลืองปรีดียาธร และวางแผนหาแนวทางแก้ไขตลอด และพัฒนาการท่องเที่ยวของถนนสายดังกล่าวมาเป็นระยะๆ ซึ่งได้ข้อสรุปว่ามีต้นเหลืองปรีดียาธร ยืนต้นตายจำนวน 23 ต้น และมีต้นไม้บางส่วนที่ถูกไฟไหม้ต้องเยียวยาและตัดแต่งกิ่งก้านที่ถูกไฟไหม้ตลอดจนบำรุงดินและน้ำฟื้นฟูให้ต้นไม้แตกยอดกลับมาสวยงามดังเดิม โดยมอบหมายให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียวปลูกทดแทนต้นที่ตาย จำนวน 23 ต้น รวมทั้งให้แขวงการทางสุพรรณบุรีที่ 1 ดำเนินการบำรุงรักษาต้นไม้ทั้งสองข้างทาง ให้มีสภาพความสมบูรณ์ดังเดิม

            นอกจากนี้ เพื่อให้ถนนดอกไม้ สุพรรณบุรี มีความสวยสดงดงามมากยิ่งขึ้น จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต.และพี่น้องประชา ซึ่งมีเจตพื้นที่อยู่ริมถนนดังกล่าว ตลอดระยะทาง 24 กิโลเมตร ได้ร่วมกันปลูกต้นเหลืองปรีดียาธร เพิ่มเติมอีกจำนวน 1,900 ต้น โดยจะทำการปลูกพร้อมกันในวันที่ 5 พ.ค.58 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในวันฉัตรมงคล ซึ่งการร่วมกันปลูกต้นเหลืองปรีดียาธรในครั้งนี้ จะทำให้ถนนดอกไม้สุพรรณบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของสุพรรณบุรี และยังเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพราะเกิดจากจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนที่จะร่วมมือกันสร้างความสามัคคีกันในการดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดสุพรรณบุรี และยังเป็นสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมาจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในประเทศอาเซียน ที่จะมาเที่ยวชมความสวยงามของต้นเหลืองปรียาธรอีกด้วย


ข้าราชการฐานทัพเรือสัตหีบร่วมตักบาตรสรงน้ำพระ

            เมื่อเวลา 06.30 น. พล.ร.ท.วิพากษ์ น้อยจินดา ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วย ข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และครอบครัว ในสังกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ประจำปี 2558 ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

            สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ฐานทัพเรือสัตหีบได้นิมนต์พระสงฆ์และเณร จากวัดสัตหีบ จำนวน 30 รูป นำโดยพระครูทัสนียคุณากร เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ มาสวดเจริญพุทธมนต์เจริญชัยมงคลคาถา และรับบิณฑบาต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน ข้าราชการ และลูกจ้าง อีกทั้ง เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการ และผู้วายชนม์ที่ล่วงลับไปแล้ว

            พร้อมทั้งร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูป และสรงน้ำพระรูป พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) องค์พระบิดาทหารเรือไทย เพื่อน้อมรำลึกถึงดวงพระวิญญาณ และขอพรเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล อันเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีสงกรานต์ของไทยที่มีมาแต่โบราณ และเป็นการอนุรักษ์รักษาไว้ซึ่งประเพณีขนบธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติติดต่อกันมา ให้ยังคงสืบต่อไปสู่อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดเจตนารมณ์

            ด้าน พล.ร.ท.วิพากษ์ น้อยจินดา ได้กล่าวอวยพรให้เหล่าข้าราชการ พร้อมครอบครัว ต่างประสบความสุข ความเจริญ ในหน้าที่การงานและการดำรงชีวิต โดยเน้นย้ำให้ทุกคนไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เมาไม่ขับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่หยุดติดต่อกันหลายวัน และกลับมารับราชการหลังเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัยทุกนาย

 

นิสิตมมส.ร่วมก่อเจดีย์ทรายรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

           ที่บริเวณลานสะเดา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รศ. ดร.ศุภชัย สมัปปิโต ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร ร่วมกันสรงน้ำขอพรพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก และพระประจำคณะ เพื่อความเป็นสิริมงคลในเทศกาลวันสงกรานต์และปีใหม่ไทย จากนั้นได้ร่วมกันรดน้ำขอพรจากผู้เฒ่าผู้แก่ และคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งที่ทางองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดขึ้น ในชื่อโครงการ “มหาสงกรานต์มอลุ่มน้ำชี เฉลิมราชกุมารีศรีแผ่นดิน”ภายใต้แนวคิดในการอนุรักษ์มรดกในท้องถิ่นอีสาน และส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย รวมทั้งถือเป็นการรักษาจารีตประเพณี ฮีต 12 คลอง 14 ของคนอีสาน หนึ่งในนั้นคือเดือนห้า(ฮีตที่ห้า)บุญสรงน้ำ หรือ ประเพณีสงกรานต์ ตลอดจนให้นิสิตได้เคารพสักการะพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย

           นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรมย้อนยุคแบบไทย ด้วยการจัดการประกวดก่อเจดีย์ทราย โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนนิสิตทั้ง 20 สโมสร ได้แสดงออกถึงแนวคิด และใช้ความพยายามร่วมกันในการก่อเจดีย์ทรายซึ่งเป็นการเรียนรู้ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องเวรกรรมในพระพุทธศาสนา เพราะการก่อพระเจดีย์ทรายถวายวัดเพื่อเป็นการนำเศษดินทรายที่ติดเท้าออกจากวัดไป มาคืนวัดในรูปพระเจดีย์ทราย และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นอกจากประเพณีเพื่อเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังเป็นกุศโลบายของคนในอดีตให้มีการรวมตัวของคนในชุมชน เป็นการสังสรรค์สร้างความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย

           ส่วนกิจกรรมบนเวทีมีการประกวดเทพีสงกรานต์ นิสิตสาวสวยจากคณะต่างๆ ร่วมประชันโฉมความงดงามในชุดไทย มีเงินและถ้วยรางวัลมอบให้เป็นความภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งได้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมประเพณีที่สำคัญของไทย โดยมีเพื่อนๆ คณาจารย์และบุคลากร มาคอยเชียร์และมอบดอกไม้ให้เป็นกำลังใจ

           ขณะที่บนถนนดอกคูณภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นิสิตทั้งชายและหญิงจากทุกคณะ ก็ได้นัดกันมาเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน โดยมีรถบรรทุกน้ำของหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของมหาวิทยาลัย มาบริการฉีดน้ำสร้างความชุ่มช่ำไปทั่วท้องถนน ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เนื่องจากเป็นการเล่นน้ำที่รณรงค์เรื่องความสุภาพและเสริมสร้างความสามัคคีของนิสิตต่างคณะ เป็นการรณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์แบบปลอดภัยและลดอุบัติเหตุด้วย


นครพนมจัดใหญ่สงกรานต์ถนนข้าวปุ้น

           นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองนครพนม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และจังหวัดนครพนม จัดงานประเพณีสงกรานต์ ถนนข้าวปุ้น แฟนตาซี วิถีไทย ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. ที่บริเวณลานพนมนาคา-หน้าวัดกลาง ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ระยะทางยาวร่วม 2 กิโลเมตรโดยงานวันแรกเวลา 13.00 น.จะจัดแข่งกีฬาสะบ้าทอย อนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม บริเวณหน้าตลาดอินโดจีน

           วันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันไฮไลท์ของงาน ช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตรหน้าวัดโอกาสเวลา 08.30 น. ตบพะทายพร้อมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุที่วัดดังกล่าวเวลา 13.00 น.จะมีขบวนแห่ของ 25 ชุมชนในเขตเทศบาลฯ และชน 8 เผ่าพื้นเมืองจากอำเภอต่างๆ พร้อมขบวนรถบุปผชาติ แห่อัญเชิญพระติ้ว-พระเทียม และพระทอง พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม

            สำหรับขบวนแห่คาดว่า จะยาวกว่า 2 กิโลเมตร เปิดให้ประชาชนสรงน้ำตลอดเส้นทางจากหน้าศาลหลักเมือง ไปตามถนนอภิบาลบัญชาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนนิตโย ถึงบริเวณจัดงานโดย ททท.จัดกินขนมจีนฟรี 7 น้ำ เวลา 18.00 น. จัดประกวดเทพีสงกรานต์พร้อมคอนเสริต์ชื่อดัง“พันซ์”วรกาญจน์ปะทะวงกะลา

           อย่างไรก็ตาม บริเวณถนนข้าวปุ้นตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย. ยังมีอุโมงค์น้ำความยาว 100 เมตร ให้รถยนต์ที่แล่นผ่านไปมาได้ลอดซุ้มเย็นชุ่มฉ่ำซึ่ง จ.นครพนม ถือเป็น 1 ใน 13 จังหวัดของไทย“เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์”ชื่อมีชื่อเสียงและอยู่ในปฏิทินท่องเที่ยวของ ททท.