ข่าว

คำสั่งคสช.ที่4/2558ตีกรอบอำนาจมาตรา44

คำสั่งคสช.ที่4/2558ตีกรอบอำนาจมาตรา44

10 เม.ย. 2558

คำสั่งคสช.ที่4/2558 ตีกรอบอำนาจมาตรา44 : ทีมข่าวความมั่นคง

            น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งสำหรับ คำสั่งคสช.ที่ 4/2558 เรื่อง “มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และประชาชนโดยส่วนรวม” ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ “ทหาร” มีอำนาจเทียบเท่าเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

            โดยเฉพาะการโฟกัสไปที่การคุ้มครองประโยชน์สาธารณะในเรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะกีดขวางทางจราจร ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ คสช.กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

            สำหรับคำสั่งฉบับที่ 4/2558 ถือว่าเป็นรายละเอียดต่อเนื่องจากคำสั่งที่ 3/2558 ของ คสช. โดยคำสั่งที่ 3/2558 ได้กำหนดนิยามของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ซึ่งเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรตั้งแต่ยศ “ร้อยตรี” ขึ้นไป โดยให้มีอำนาจเทียบเท่าตำรวจในการเข้าตรวจค้น จับกุม คุมตัว หรือทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดี รวมทั้งกำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องขอหมายศาล

            อย่างไรก็ตาม คำสั่งที่ 3/2558 จะมุ่งเน้นไปที่มิติในด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นหลัก แต่น่าสังเกตว่า คำสั่งที่ 4/2558 จะเน้นในเรื่องของประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะ “การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ” ที่ต้องยอมรับกันว่า ที่ผ่านมานั้นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ทั้งนี้ เมื่อ คสช.หันมาจับภารกิจพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกบุกรุกโดยนักการเมืองทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ร่วมกับกลุ่มนายทุน และข้าราชการระดับต่างๆ ประชาชนจึงเกิดความคาดหวังว่า คสช.จะใช้อำนาจอย่างสร้างสรรค์ โดย “ไม่เลือกปฏิบัติ” เพราะพฤติกรรมดังกล่าว ถ้าจะว่ากันตามจริงจับตรงไหนก็เจอ

            นอกจากนี้ หากพิจารณาตามโครงสร้างการใช้อำนาจตามคำสั่งที่ 4/2558 ยังเกี่ยวพันกับโครงสร้างทางอำนาจของ คสช.โดยตรง โดยเฉพาะอำนาจตามข้อ 1 ที่ระบุว่า

            "ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และประชาชนโดยส่วนรวมเป็นไปอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายอาจขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร โดยแจ้งความประสงค์ไปยัง รมว.กลาโหม เพื่อพิจารณามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไปปฏิบัติการตามคําขอดังกล่าว ในกรณีที่เห็นสมควร รมว.กลาโหม อาจขอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคําสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอํานาจหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือหลายฉบับ เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายนั้นให้เป็นไปอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ"

            นั่นหมายความว่า ที่กังวลกันว่า แค่นายทหารยศ ร้อยตรี เรือตรี และเรืออากาศตรี แล้วก็จะเป็นเจ้าพนักงานไปทำอะไรต่อมิอะไรเลยนั้น ไม่ได้ !

            เมื่อพิจารณาจากเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้พื้นที่สาธารณะกีดขวางทางจราจรจะเห็นได้ว่า มีรัฐมนตรีที่มีบทบาทโดยตรงอยู่ 3 คน คือ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

            จะเห็นได้ว่า คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 4 ให้อำนาจรัฐมนตรีอย่างน้อย 3 ท่านนี้สามารถแจ้งความประสงค์ไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะ รมว.กลาโหม เพื่อพิจารณามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไปปฏิบัติการตามคำขอได้

            เป็นรัฐมนตรี 3 คน รวมไปถึง พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นบุคคลในระดับ “วงใน” ของทั้งรัฐบาล และ คสช. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. วางใจมาตลอด

            สำหรับการใช้อำนาจตามคำสั่ง ฉบับที่ 4/2558 ยังเป็นการให้อำนาจทหารเพิ่มเติมจากประกาศฉบับที่ 3/2558 ซึ่งเดิมมุ่งเน้นในเรื่องมิติการเมืองและความมั่นคงเป็นหลัก

            โดยความตามข้อ 2 ของคำสั่งฉบับที่ 4 ให้อำนาจฝ่ายทหาร ดังนี้ “ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ได้รับมอบหมายมีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้น รวมทั้งให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา”

            ที่สำคัญ ในความตามข้อ 3 ยังกำหนด “บทลงโทษ” แก่ข้าราชการในกระทรวงที่ไม่ให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารด้วยว่า

            "ให้เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและเจ้าพนักงาน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายนั้น ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมายโดยเคร่งครัด และให้ดําเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามคําสั่งนี้ หากขัดขืนหรือไม่ให้ความร่วมมือจนก่อให้เกิดความเสียหายในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทําความผิดวินัยร้ายแรง"

            ดังนั้น การใช้อำนาจตามคำสั่งฉบับที่ 4/2558 จึงเป็นการให้อำนาจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารอย่างเต็มที่ หากได้รับการร้องขอจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติสาธารณะของประเทศ รวมทั้งการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อหาผลประโยชน์ในลักษณะที่กีดขวางทางจราจรด้วย

            อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยบอกไว้ว่า จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ แต่การจะใช้อำนาจเช่นนั้นได้ ก็จำเป็นต้องวางกรอบให้ชัดเจน เพราะแม้จะเข้าใจว่า บ้านเมืองไม่อยู่ในภาวะปกติ แต่การใช้อำนาจที่เกินจำเป็น เป้าหมายที่จะนำพาประเทศให้ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ชั่วชีวิตนี้คงจะไม่ได้สัมผัส