ข่าว

'วิษณุ'แจงคำสั่งคสช.4/58

'วิษณุ'แจงคำสั่งคสช.4/58

09 เม.ย. 2558

'วิษณุ' แจง คำสั่ง คสช. 4/58 เป็นมาตรการชั่วคราว ใช้รวบอำนาจ รมต.ตาม ก.ม.แต่ละฉบับไว้ที่ 'ประวิตร' ชี้ ทหารประกบจนท.ทำงานป้องกันบกพร่อง

 
                         9 เม.ย 58  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2558 เมื่อคืนวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ที่จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารร่วมบังคับใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ และการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ว่า คำสั่งดังกล่าวที่หัวหน้า คสช.ออกคำสั่ง เพื่อแก้ปัญหาบางอย่างในทางบริหาร ซึ่งมาตรา 44 ได้ให้อำนาจไว้ สาระสำคัญของคำสั่งฉบับที่ 4 คือ กฎหมายแต่ละฉบับมีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ซึ่งปกติ รมต.คนไหนรับผิดชอบ ก็สามารถตั้งเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการได้ แต่ว่าระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่า การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ บางทีก็เป็นในกระทรวงนั้นๆ ตามกฎหมายแต่ละฉบับ อาจจะลงไปปฏิบัติไม่ได้ผล อาจจะเพราะเจ้าหน้าที่มีน้อย อาจจะเพราะหย่อนประสิทธิภาพ อาจจะเพราะไม่เข้าใจเจตนาความมุ่งหมายของกฎหมาย ฉะนั้นก็เลยมีเสียงเรียกร้องจากทุกกระทรวงมาตลอด ที่จริงมีตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วๆ มาด้วยซ้ำไปว่า ทำอย่างไรจึงจะแต่งตั้งคนนอกกรมนอกกระทรวงมาเป็นพนักงานเพื่อมาเสริมกำลังได้ แต่ปรากฏว่าติดขัดเพราะกฎหมายมักจะเขียนไว้ว่าต้องแต่งตั้งคนในกรมในกระทรวงนั้น แต่งตั้งคนนอกไม่ได้
 
                         นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นแทนที่จะแก้กฎหมายแล้วมันจะมีผลถาวรไป เราเพียงใช้มาตรการชั่วคราวในระหว่างการจัดระเบียบสังคม รัฐมนตรีที่รับผิดชอบกฎหมายแต่ละฉบับ ร้องขอไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อร้องขอกำลังทหารมาเป็นเจ้าหน้าที่ พอพิจารณาแล้วก็เสนอต่อหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งตั้งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเสริมกำลัง ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.แต่ละฉบับได้เท่านั้น และเป็นมาตรการชั่วคราว และมีเงื่อนไข คือ ตามที่รัฐมนตรีที่รับผิดชอบตามกฎหมายต้องเป็นคนขอ และต้องขอไปยัง รมว.กห. เพื่อประเมินกำลังทหารว่ามีมากพอหรือไม่ ถ้าผ่านก็เสนอหัวหน้า คสช. และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ก็จะยกเลิกคำสั่งนี้กลับสู่ภาวะปกติต่อไป ซึ่งก็ดีแล้ว หากไปแก้กฎหมายจะมีผลถาวร และคงจะยุ่งยากพิลึก ถ้าหากตั้งใครต่อใครกันวุ่นวายไปหมด
 
                         เมื่อถามว่า จะเป็นการแต่งตั้งตามภารกิจหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่จะประสานกัน จะเฉพาะภารกิจหรือเฉพาะพื้นที่ หรืออาจเป็นการทั่วไปก็ได้ พ.ร.บ.บางฉบับไม่ได้ใช้บังคับมากนัก จึงอาจตั้งเป็นการทั่วไป ไม่ถึงกับลงไปจี้ทุกบ้าน แต่ว่า พ.ร.บ.บางฉบับ เช่น พ.ร.บ.เหมืองแร่นั้น ไม่ใช่ทุกแห่งที่มีแร่ จึงอาจจะตั้งขึ้นมาแล้วครอบคลุมทั้งหมดก็ได้ แต่ พ.ร.บ.บางฉบับลงไปทุกบ้านทุกตำบลอำเภอ ก็อาจจะจำกัดพื้นที่ไป แล้วแต่
 
                         เมื่อถามว่า เจ้าพนักงานตามคำสั่งที่ 4/2558 ต้องรู้กฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เราไม่คิดว่าจะต้องรู้ขนาดนั้น แต่ว่าหากอยู่ไปนานๆ ต้องเอามาฝึกอบรม เริ่มจากลงไปปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ
 
                         เมื่อถามว่า เป้าสัมฤทธิ์ผลคือเมื่อไหร่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงตอบไม่ถูก คงใช้เวลาสักพักในการประเมินแล้วยกเลิกคำสั่ง คำสั่งเช่นนี้เวลาจะยกเลิกต้องออก พ.ร.บ.มายกเลิก ต้องเตรียมการว่าเมื่อไปถึงจุดหนึ่งต้องเลิกให้ทันที่รัฐบาลนี้ยังอยู่ สภานี้ยังอยู่
 
                         เมื่อถามว่า สาเหตุของการออกคำสั่งเป็นเพราะจากการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เป็นเหตุหนึ่ง การตั้งทหารลงไปประกบ เป็นส่วนหนึ่งที่จะให้เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายต้องระมัดระวังขึ้น จะทุจริต บกพร่องอย่างในอดีตไม่ได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่หทารก็อาจจะทำผิด เจ้าหน้าที่พลเรือนตามกฎหมายก็ต้องประกบกันด้วย เหมือนเป็นคู่หูที่คอยตรวจสอบกัน คิดว่าวิธีนี้จะแก้ปัญหาได้เยอะ ต้นเหตุจริงๆ เจ้าหน้าที่เป็นเหตุหนึ่ง จริงๆ ปัญหามาจากชาวบ้านเองก็มี จากมือที่สาม นายทุน ก็มี ต่อข้อถามว่า ทางราชการมีตัวเลขตรงนี้หรือไม่นั้น คาดว่า จะมี เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่นำมาสู่การออกคำสั่งดังกล่าว มันต้องประเมินว่าสมควรจะจัดการตรงนี้ แต่ข้อมูลนี้ ไม่ทราบ
 
                         ผู้สื่อข่าวาถามว่า ในส่วนของคำสั่งที่ 4 นั้น มีแต่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หรือมีกระทรวงอื่นๆ อีก นายวิษณุ กล่าวว่า มีกระทรวงอื่นเยอะแยะ แต่รายละเอียดตรงนี้ ไม่ทราบ และมีเตรียมไว้อีกมาก แต่ถึงเวลาจริงๆ จะใช้หมดหรือไม่ ไม่แน่ใจ ฝ่ายกฎหมายก็พยายามบอกว่าใช้มาตรการปกติได้
 
                         เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ หากหน่วยงานร้องขอให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ทหารไปเพื่อประโยชน์อื่นใด นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่มี เพราะไม่ได้ร้องขอแล้วจะได้เลย ต้องกรองหลายชั้น ต้องผ่าน รมว.กห.ก่อนว่ากำลังทหารมีพอหรือไม่ เพราะการส่งไปเสริมนั้นทำให้กำลังทหารลดลง เกรงว่าจะกระทบความมั่นคง ขณะเดียวกันก็มาถึงนายกรัฐมนตรี ที่ต้องรับรู้ความต้องการของทุกกระทรวงก็จะมีทีมงานกรองให้อีกขั้น ต่อไปนี้จะได้ดูด้วยว่าทำแบบนี้แล้วจะดีขึ้นหรือไม่ เพราะเวลาเจ้าหน้าที่ทำผิดเอง ก็ไม่ได้ยำเกรงอะไร เพราะไม่มีใครไปตรวจสอบ พอถูกประกบเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งใช้ทหารต่างพื้นที่ด้วย ถ้าอยู่ในพื้นที่อาจจะสนิทกัน 
 
                         "ก็แปลกนะ ผู้มีอิทธิพลเมืองไทย กลัวทหารมากกว่าตำรวจ อาจจะเพราะนานๆ เขาลงไปที ตำรวจอาจจะคลุกคลีกัน พึ่งพากัน อาจจะขาดความเกรงใจ คุ้นกันมากๆ เลยเป็นญาติกันเลย ต้องเอาคนที่ไม่คุ้นกันลงไปประกบ"
 
                         เมื่อถามว่า อะไรเป็นตัวประเมินในการยกเลิก คำสั่งที่ 3/2558 นายวิษณุ กล่าวว่า ตามที่ คสช.จะเห็นสมควร มันอาจจะมี 2 ขั้นตอนก็ได้ คือ ผ่อนคลายลงก่อนแล้วยกเลิก มันไม่จำเป็นต้องยกเลิกเลย ส่วนปัจจัยในการประเมินว่าตอนไหนควรยกเลิกนั้นไม่แน่ใจ แต่อาจจะมี 5 กลุ่มเสี่ยงที่เคยอธิบายไปแล้วด้วย แต่จะเท่านั้นหรือเปล่า ก็ไม่แน่ อาจจะมีอย่างอื่นด้วย
 
 
 
'อนุพงษ์' แจงทหารร่วมทำงาน หวังปรองดองกับ ปชช.
 
 
                         เมื่อเวลา 10.00 น.  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศคำสั่งที่ 4/2558 โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 44 ในเรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและประชาชนโดยส่วนรวม ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเข้าไปดูแลการทำงานของในแต่ละกระทรวง ถ้ามีการขอความช่วยเหลือว่า ที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารมาโดยตลอด อาทิ ในเรื่องการปรองดอง ที่มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในชุมชน เพื่อไปทำความเข้าใจกับประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

 

'ไพบูลย์' พร้อมใช้ ม.44 ลุยทวงคืนผืนป่า สะสางปัญหาค้ามนุษย์

 
                         พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2558 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและประชาชนโดยส่วนรวม ว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดูแลปัญหาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้กำชับให้เร่งจัดการแก้ปัญหาโดยเร็ว ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวหมักหมมมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลจากการเลือกตั้ง คนที่ออกมาพูดต่อต้านการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 44 ก็เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่ไม่ได้แก้ไขปัญหา
 
                         "ตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรี และ คสช. ผมไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของใคร ไม่เคยพาดพิงถึงใคร กฎอัยการศึกประกาศใช้ 8 เดือนก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดของพวกท่านแก้ไม่ได้ เรากำลังจะแก้จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เมื่อผมเข้ามาในลักษณะนี้ก็ต้องมีของวิเศษในการทำงานในช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าไม่มีเรื่องหมักหมม มีแต่การพัฒนาประเทศอย่างเดียว จะทำให้มีเวลาคิดและทำงานได้มากกว่านี้ แต่ที่ผ่านมาพบปัญหาเกินกว่าครึ่งที่รัฐบาลชุดนี้ต้องเข้ามาแก้ไข ทั้งเรื่องค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ล้วนเป็นปัญหามาจากรัฐบาลชุดเดิม แต่รัฐบาลนี้กลับถูกตำหนิว่าบริหารประเทศไม่เป็น ส่งออกไม่ได้ เช่นเดียวกับปัญหาบุกรุกป่าไม้มีการเข้าไปก่อสร้างอาคารสูงป่า ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาจะมองไม่เห็น"
 
                         นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงการส่งรายชื่อข้าราชการพัวพันกับการทุจริตให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาปรับย้ายจากตำแหน่งว่า ภายในสัปดาห์นี้นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) จะต้องรวบรวมรายชื่อเสนอมายังกระทรวงยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยว่ารายชื่อข้าราชการทั้ง 100 รายชื่อ สังกัดหน่วยงานใด หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการใด ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับส่วยน้ำมันเถื่อนและการเรียกรับผลประโยชน์ในภูมิภาคต่างๆ แต่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายให้มีตำแหน่งดีขึ้นนั้น เป็นหน้าที่ของอธิบดีดีเอสไอต้องพิจารณา หากต้องการให้เข้าไปดำเนินการอาจถูกตำหนิว่ารัฐมนตรีเข้าไปล้วงลูก แต่ถ้าอธิบดี ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ ก็ต้องสั่งย้ายอธิบดี